สยิวกันทั้งโรงพัก เมื่อ 2 ตร.หนุ่มหยอกกันด้วยการจูบปาก!!!(คลิป)

 แชร์กันกระหึ่มเน็ต  เมื่อเฟซบุ๊ก คลิปเด็ด สะเก็ดข่าวได้เผยคลิปตำรวจ 2 นายแกล้งหยอกกันบนโรงพัก โดยนายตำรวจคนหนึ่งกอดรัดฟัดตำรวจรุ่นน้องหน้าขาวๆ จนเจ้าตัวต้องร้องลั่นว่าปล่อยๆๆๆๆ

ที่มา>>>ข่าวสด

ทส.ขอเจ้าคุณธงชัย จัดทำผ้ายันต์รุ่น “รักธรรมชาติยิ่งชีวิต” สร้างขวัญกำลังใจ

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 ก.ค.  ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ พล.อ.สุรศักดิ์  กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม  เป็นประธานกิจกรรมสวดมนต์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ พร้อมนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ในสังกัดเข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ ทางคณะยังหารือเรื่องที่ให้กรมอุทยานฯ เป็นเจ้าภาพประสานงานกับทางวัดไตรมิตรฯ เพื่อจัดหาผ้ายันต์เจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตร ชื่อรุ่น “รักธรรมชาติยิ่งชีวิต” ให้แก่เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 กรม ได้แก่ กรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน โดยจะจัดทำผ้ายันต์ขนาดเอ 4 จำนวน 1 แสนผืน และขนาด 20 คูณ 20 เซนติเมตร จำนวน 1 หมื่นผืน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะหารือกับเจ้าคุณธงชัยอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวหล่อประกาศตามหาแม่ที่พลัดพรากกัน 18 ปี บอก”อยากกอดแม่สักครั้ง”

แชร์ว่อนเน็ต สาวหล่อโพสต์เฟซบุ๊คประกาศตามหาแม่บังเกิดเกล้าที่พลัดพรากกัน 18 ปีแล้ว เพราะอยากกอดแม่สักครั้ง โดยผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ  Aom LI’shh‎ และ  YouLike (คลิปเด็ด)ได้โพสตภาพเด็กน้อยน่ารัก 2 ภาพแล้วเขียนข้อความว่า อยากตามหาแม่ ไม่มีรูปแม่เลยแต่แม่คงจำเราได้ ช่วยหน่อยนะค่ะ อยากเจอแม่จริงๆ  แม่ยังจำหนูได้ไหมเราไม่เจอกัน 18 ปีแล้วนะ แม่จะเป็นยังไงบ้างนะ หนูคิดถึงแม่มาก อยากเจอแม่เหลือเกิน อยากกอดแม่สักครั้ง ไหว้แม่ทดแทนบุญคุณให้กับแม่ ไม่ว่าแม่จะอยู่ที่ไหนถ้าแม่คิดถึงหนูกลับมาหาหนูบ้าง หนูไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงทำให้เราต้องห่างกัน สักวันเผื่อแม่เห็นโพสนี้ติดต่อมาบ้างนะ แม่ยังจำหนูได้ใช่ไหม เด็กหญิงพรทิภา บุญเพ็ชร์ (อ้อม) แม่ชื่อ นางน้อง แน่นอุดร ที่อยู่เก่าอยู่สมุทรปราการ

ที่มา>>>ข่าวสด

ทำไม”ร้านเซเว่น”ที่หาดใหญ่ถึงเปิดติดกัน 2 ร้านแบบนี้ คลิกดูเลยแล้วจะรู้ความจริง!!

เรื่องนี้เปิดเผยโดยเพจ  7-11 Fanclub  ระบุว่า มาดูกัน!! สาเหตุที่เซเว่นสาขาหาดใหญ่ ทำไมต้องเปิดติดกัน เป็นการตลาดของซีพีจริงหรือเปล่า?

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่ใจสลาย 2 พี่น้องจมน้ำดับ ในบ่อพักโคลนแคมป์คนงานบริษัทอิตาเลี่ยนไทย

 เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 ก.ค. ร.ต.อ.สายยัณ อินลวง รองสว.สอบสวน สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีเหตุเด็กจมน้ำเสียชีวิต 2 ราย ในบ่อพักโคลน ภายในแคมป์คนงานของบริษัทอิตาเลี่ยนไทย ริมถนนสาย อุทัย-ภาชี หมู่ 1 ต.สามบัณฑิต อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุสวรณ์ วะยาคำ ผกก.สภ.อุทัย แพทย์เวรรพ.อุทัย มูลนิธิพุทไธสวรรย์ ที่เกิดเหตุเป็นบ่อพักโคลน ขนาดความกว้างประมาณ 1 ไร่ เศษ ที่ทางบริษัทนำโคลนที่เหลือจากการวางท่อก๊าซมาเก็บเอาไว้ มีความสูงประมาณ 1 เมตร พบศพด.ช.ธนาวัฒน์ ชัยบุบผา อายุ 6 ขวบ และด.ช.ศักดิ์ดำ ชัยบุบผา อายุ 7 ขวบ มีผู้ช่วยเหลือขึ้นมาไว้ที่ริมบ่อโคลน ตรวจสอบไม่พบร่องรอบการต่อสู้หรือถูกทำร้าย จากการสอบสวนนางทิพย์วรรณ นันทะเขต อายุ 27 ปี มารดาของผู้เสียชีวิตทั้งสอง ซึ่งเป็นคนงานของบริษัท ทราบว่า ตนและครอบครัวจะอาศัยอยู่ที่แคมป์ย่านดอนเมือง แล้วเกิดไฟไหม้ จึงย้ายมาทำงานที่อ.อุทัย ได้ 2 อาทิตย์ ยังหาที่เรียนให้ลูกชายทั้งสองคนไม่ได้ เมื่อช่วงเช้ามีเพื่อคนงานเห็นลูกชายเล่นน้ำอยู่ที่บ่อ จึงไล่ให้ขึ้นโดยลูกชายทั้งสองคนว่ายน้ำไม่เป็น จนมีเพื่อนคนงานมาตะโกนเรียกว่าลูกชายจมน้ำเสียชีวิตจึงรีบมาดู

สอบสวนนายอดุลย์ อุดหนุน อายุ 46 ปี เพื่อคนงานที่พบศพทราบว่า ช่วงที่ตนเดินมาที่บ่อ พบเห็นเด็กชายสองคนกำลังเล่นน้ำอยู่เกรงว่าจะจมน้ำเสียชีวิต จึงได้ไล่ให้ขึ้นจากบ่อ ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงเดินกลับมาที่บ่ออีกครั้ง พบเพียงรองเท้าแตะของเด็กชายทั้งสองคนและพบว่าเสียชีวิตแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด! สาวไทยกับ 2 ลูกสาวถูกสามีฆ่า 3 ศพที่เยอรมนี พ่อแม่วอนส่งศพกลับบ้านเกิดที่กาฬสินธุ์

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นางปราณี สิงห์ละคร อดีตนายกเทศมนตรี ต.หนองหิน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ได้นำนายจำรัส ไชยดา อายุ 53 ปี นางแดง ไชยดา อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 ม.1 ต.หนองหิน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เข้าขอความช่วยเหลือจากนายวินัย วิทยานุกูล ผวจ.กาฬสินธุ์ ผ่านศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำศพนางละมัย รูบิโน่ อายุ 37 ปี ลูกสาว พร้อมด้วยน.ส.สุคนธรัตน์ ร่มสบาย (รูบิโน่) อายุ 19 ปี และด.ญ.สุดารัตน์ แสนบุตร อายุ 14 ปี ลูกสาวของนางละมัย กลับมาบำเพ็ญกุศลที่ประเทศไทย หลังถูกนายอันโทนิโอ รูบิโน่ สามีใช้ขวานสังหารอย่างเหี้ยมโหด ในบ้านพักที่ประเทศเยอรมนี โดยมีนายไชยยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เป็นผู้รับเรื่อง  นายจำรัสกล่าวว่า เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน และไม่รู้จะทำอย่างไรจึงไปยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ โดยที่ผ่านมานางละมัย ลูกสาวได้แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับนายอันโทนิโอ สามีชาวเยอรมัน ตั้งแต่ปี 2548 ต่อมานำลูกสาว 2 คนที่เป็นลูกติดกับอดีตสามีของนางละมัยไปจดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมของนายอันโทนิโอเมื่อปี 2549  และทั้งสามคนเดินทางไปอาศัยอยู่กับนายอันโทนิโอที่เยอรมนี กระทั้งต่อมาเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อนของลูกสาวติดต่อมาบอกว่านางละมัย พร้อมลูกสาว 2 คนถูกนายอันโทนิโอ ฆ่าตายในบ้านพักที่เมืองราเวนสบูร์ก ซึ่งศพนำไปไว้ที่วัดไทยแห่งหนึ่งในเมืองดังกล่าว   นายจำรัสกล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองราเวนสบูร์ก ประเทศเยอรมัน ได้จับกุมนายอันโทนิโอ เป็นผู้ต้องหา และทราบว่าสื่อมวลชนเยอรมันออกข่าวเกี่ยวกับคดีนี้อย่างครึกโครม  แต่ที่ประเทศไทยกลับไม่มีข่าวอะไรเลย ซึ่งทางครอบครัวก็ไม่รู้เรื่อง และไม่รู้จะพึ่งใคร จึงเข้าขอความช่วยเหลือกับศูนย์ดำรงธรรม เพราะอยากไปดูศพลูกสาว และหลานสาวครั้งสุดท้าย แต่ถ้าหากไม่สามารถเดินทางไปได้ ก็ขอให้นำศพของทั้ง 3 คนกลับมาบำเพ็ญกุศลที่ไทยบ้านเกิด “ทั้งนี้หากไม่สามารถนำศพมาได้ก็ขอให้ได้นำเถ้ากระดูกของทั้ง 3 แม่ลูกกลับบ้านเกิดก็ยังดี ดังนั้นทางครอบครัวจึงขอความกรุณารัฐบาลไทยช่วยเหลือ เพราะยังไม่มีการแจ้งอะไรจากสถานทูตไทยให้ครอบครัวทราบเลย”นายจำรัสกล่าวทั้งน้ำตา

นายไชยยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า  เบื้องต้นได้รับเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว พร้อมทั้งรายงานไปยังนายวินัย วิทยานุกูล ผวจ.กาฬสินธุ์ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้สั่งการให้เร่งประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และกรมการกงสุล เพื่อให้การช่วยเหลือ เบื้องต้นจากการประสานงานทราบว่าครอบนางละมัยได้เข้าไปร้องขอความช่วยเหลือที่กรมการกุศลแล้ว โดยขอความช่วยเหลือให้ทำการฌาปณะกิจแล้วส่งกระดูกกลับมายังบ้านเกิดที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งขณะนี้กรมการกงสุลอยู่ระหว่างการประสานงานทั้ด้านกฏหมายกับเยอรมนี เพราะเจ้าหน้าที่ต้องทำการชันสูตรศพประกอบสำนวนดำเนินคดี ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา แต่ยืนยันว่าทางกุศลจะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ที่มา>>>ข่าวสด

ลุงใจเด็ดหักดิบเลิกเหล้าเข้าพรรษา ช็อกดับคากระท่อมในวัดป่าโคราช

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. พ.ต.ท.ไมตรี ทองสุข สารวัตรเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ อยู่ในกระท่อม ที่ปลูกอยู่ข้างกำแพง ภายในวัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถาน และแพทย์เวรชันสูตรโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ภายในสวนด้านหลังวัด ซึ่งมีการปลูกกระท่อมเป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวมีมุ้งกางเรียบร้อย ภายในมุ้งพบศพนายสมชาย ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 60 ปี สภาพนอนไม่สวมเสื้อ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง ตามร่างกายไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกาย
จากการสอบถาม นายราตรี สุดสระน้อย อายุ 50 ปี ผู้พบศพคนแรก ให้การว่า นายสมชายไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง มาขอพักอาศัยอยู่ภายในวัดป่าแห่งนี้นานกว่า 30 ปี แล้ว ที่ผ่านมานายสมชาย มีอาการป่วยจากโรคไตและติดสุราอย่างหนัก แต่ช่วงก่อนเข้าพรรษาเคยพูดว่า เข้าพรรษาปีนี้จะงดสุรา ซึ่งในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นผู้ตายดื่มสุรา ซึ่งผลของการหักดิบเลิกดื่มสุราอาจทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน ประกอบกับเมื่อวานนี้ก็มีฝนตกลงมาตลอดทั้งวัน ทำให้ผู้ตายซึ่งเข้าไปนอนในกระท่อม เกิดอาการช็อกอย่างกะทันหัน เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ก่อนจะติดตามญาติมารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เพื่อนบ้านทนไม่ไหว เด็กหญิงลูกครึ่งวัย 4 ขวบ โดนแม่แท้ๆ ทำร้ายร่างกาย

14691605381469160554lเมื่อเวลา 08.00น. วันที่ 22 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามี สมาชิกเฟซบุ๊กโพสต์รูปภาพและข้อความในเพจ ของชาวสมุย โดยเนื้อหาเป็นรูปภาพของเด็กผู้หญิงลูกครึ่งคนหนึ่งอายุประมาณ 4 ขวบ มีแววตาที่ซึมเศร้า ถูกทำร้ายที่ใบหน้าจนเป็นแผลเลือดออกและมีร่องรอยฟกช้ำทั่วร่างกาย พร้อมเขียนบรรยายว่า “เห็นแล้วน่าสงสารมากแม่ใจร้ายตีลูกบอบช้ำ ผู้ใหญ่ใจดีพามาฟ้อง มีทางไหนพอช่วยได้บ้างคะ” หลังจากมีการเผยแพร่ออกไป ทำให้มีผู้คนมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ได้ต่อว่าแม่ของเด็กผู้หญิงและบางส่วนอยากให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือน้องคนนี้โดยด่วนต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังผู้ที่โพสต์ข้อความนี้ทราบว่า เด็กผู้หญิงคนนี้ชื่อน้องมินนี่ อายุประมาณ 4 ขวบ เป็นลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย อาศัยอยู่กับแม่คนไทย อายุ 35 ปี และยังมีน้องต่างบิดาอีก 1 คนเป็นอายุ 8 เดือนเป็นลูกครึ่งไทย-จีน มาเลเซีย อาศัยอยู่ในห้องเช่ารวม 3 คน แม่กับลูก บริเวณปากซอยพูลสวัสดิ์ ม.3 ต.บ่อผุด ส่วนพ่อของเด็กทั้งสองคนนี้ได้เลิกลากับแม่กันไปแล้ว จากการสอบถามยังทราบอีกว่า น้องมินนี่มักจะถูกแม่แท้ๆ ดุด่าและตีเป็นประจำจนร่ายกายฟกช้ำ น้องมินนี่ จะอาศัยอยู่แต่ในห้องเช่า ไม่ค่อยออกมาวิ่งเล่นบ่อยนัก และก็ไม่ได้เรียนหนังสืออีกด้วย

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 ก.ค. เพื่อนบ้านพบเห็นว่าน้องมินนี่ มีบาดแผลฟกช้ำตามร่างกาย และทนที่จะเห็นน้องมินนี่ถูกแม่ทำร้ายร่างกายไม่ไหว ได้นำตัวน้องมินนี่ไปแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวน้องมินนี่ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเกาะสมุย

ล่าสุดทราบว่าขณะนี้ทางโรงพยาบาลเกาะสมุย ได้รับตัวน้องมินนี่ ไปทำการรักษาอาการบาดเจ็บตามร่างกาย และดูแลสภาพจิตใจของน้องมินนี่แล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบปากคำแม่ของน้องมินนี่ และยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา

ที่มา>>>ข่าวสด

ไก่ย่างไม้มะดัน ห้วยทับทัน ขายดีคนแวะซื้อช่วงเดินทางกลับหลังหยุดยาว

14689912251468991237lเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 59  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่บริเวณริมถนนสายห้วยทับทัน –สุรินทร์ ซึ่งเป็นถนนผ่านกลางอำเภอห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ และเป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายไก่ย่างไม้มะดันห้วยทับทันไก่ย่างชื่อดังของ จ.ศรีสะเกษ กว่า 60 ร้าน  ในวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดยาวช่วงเทศกาลเข้าพรรษาและเป็นวันที่บรรดานักท่องเที่ยวพากันเดินทางกลับภูมิลำเนา  ปรากฏว่า  บริเวณร้านขายไก่ย่างไม้มะดันห้วยทับทันได้มีบรรดานักท่องเที่ยวพากันมาจอดรถแวะซื้อไก่ย่างไม้มะดันห้วยทันเพื่อนำเอากลับไปฝากญาติพี่น้องและคนที่รักนับถือกันอย่างคึกคัก  ซึ่งไก่ย่างไม้มะดันที่เพิ่งย่างเสร็จในช่วงเช้าๆจะส่งกลิ่นหอมชวนกินเป็นอย่างมาก  ทำให้นักท่องเที่ยวหลายครอบครัวพากันจอดรถเพื่อรับประทานอาหารเช้าและสั่งไก่ย่างไม้มะดันห้วยทับทัน รวมทั้งส้มตำ  ลาบเนื้อหมู  อ่อมหมู หมกหมู มารับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อยมากนางสมใจ   สุขเสมอ  อายุ  42 ปี  เจ้าของร้านสมใจไก่ย่างไม้มะดันห้วยทับทัน  กล่าวว่า  ในช่วงหยุดยาววันเข้าพรรษาได้มีนักท่องเที่ยวแวะซื้อไก่ย่างไม้มะดันห้วยทับทันกันเป็นจำนวนมาก  ส่งผลให้ยอดจำหน่ายไก่ย่างสูงมากเป็นพิเศษ ตนต้องทำไก่เพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัวเพื่อให้เพียงพอต่อการนำเอามาทำไก่ย่างไม้มะดันห้วยทับทันขายให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งไก่ย่างไม้มะดันเป็นการนำไก่พื้นเมืองหรือที่ชาวห้วยทับทันเรียกว่าเป็น”ไก่สามสายเลือด” เพราะเป็นลูกผสมของไก่ข้ามสายพันธุ์ ได้แก่ ไก่โรดไอส์แลนด์ ร่วมกับไก่ซุปเปอร์ฮาโก้ และผสมกับไก่พื้นเมืองไก่ชน มาใช้ในการทำไก่ย่าง  และมีการนำไม้มะดัน ซึ่งเป็นไม้ที่ขึ้นอยู่ทั่วไปริมลำห้วยทับทัน มาใช้เป็นไม้สำหรับปิ้งไก่ มีลักษณะพิเศษ คือ เนื้อไม้มีกลิ่นหอมออกรสเปรี้ยว เนื้อเหนียว ทนความร้อนได้ดี เมื่อนำมาคีบไก่จะเพิ่มรสชาติที่มีความหอมอร่อยมากยิ่งขึ้น  เนื้อไก่แห้งพอดีไม่แฉะเยิ้มด้วยน้ำมัน เป็นความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของไก่ย่างห้วยทับทัน  อีกทั้งราคาขายก็ไม่แพง ราคาไม้ละ 25 – 50  บาท  และจำหน่ายเป็นตัว ราคาตัวละ 60 – 100  บาท โดยราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดของไก่ที่นำเอามาย่างขาย

ที่มา>>>ข่าวสด

คนแห่กินก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ที่อ่างทอง หวังพิชิตกินฟรี 1 ปี – สุดท้ายสู้ไม่ได้ (ดูภาพ)

จากกรณีที่ผู้สื่อข่าวได้นำเสนอร้านเตี๋ยวชามยักษ์ ตั้งอยู่ริมถนนทางเข้าวัดโล่ห์สุทธาวาส ใกล้เคียงสี่แยกที่ดิน หมู่ที่ 2  ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง ได้มีการทำก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ โดยท้าให้ลูกค้าที่ไปกิน หากใครกินหมดภายในเวลา 40 นาที ก็จะให้กินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านฟรี 1 ปี   ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้ากรณีนี้โดยเมื่อเวลา 10.30 น. ของวันนี้ที่ 20 ก.ค. 59 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปดูบรรยากาศยังร้านก๋วยเตี๋ยวดังกล่าวปรากฏว่ามีประชาชนทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดแห่กันมากินก๋วยเตี๋ยวจนแน่นหน้าจนหน้าร้านไม่มีที่จอดรถภายในร้านทุกโต๊ะเต็มหมด  บางคนก็สั่งแบบธรรมดาแต่ส่วนใหญ่จะสั่งแบบชามยักษ์เพื่อทดลองดูว่าจะเยอะขนาดไหนและก็จะลองทานเผื่อหมดจะได้ทานฟรี 1 ปี แต่พอเห็นจำนวนก๋วยเตี๋ยวเท่านั้นก็ต้องถอดใจด้านน.ส.สุจันทรา ยิ้มเป็นสุข อายุ 40 ปี ชาวบ้าน ต.โพธิ์รังนก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง กล่าวว่า เห็นจากสื่อทางออนไลน์จึงชวนญาติๆมาทดลองกันตอนแรกว่าจะทดลองกินคนเดี๋ยวเผื่อจะได้ทานฟรี1 ปี แต่เห็นแล้วไม่ไหวแน่จึงต้องแบ่งกันกับญาติๆที่มาด้วยน.ส.วรรณวิภา พาสแสวง อายุ 23 ปี กล่าวว่า ตนอยู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาตนเห็นทางสื่อจึงชวนเพื่อนๆมาทดลองกันสั่งชามยักษ์เหมือนกันแต่กินกันหลายคนเพราะคนเดี๋ยวไม่หมดแน่ด้านนางสาวธนิดา ประทีปทัศน์ อายุ  38  ปี เจ้าของร้าน กล่าวว่า เช้านี้ก็มีคนมารอตั้งแต่ร้านยังไม่เปิดอีกตกใจเลยและหลังจากเปิดร้านก็มีประชาชนมาทานกันมากไม่ขาดสายจนไม่มีที่นั่งซึ่งทุกคนที่มาส่วนใหญ่จะสั่งชามยักษ์แต่ก็ยังไม่มีใครพิชิตรางวัลทานฟรี 1 ปี เต็มได้

ที่มา>>>ข่าวสด