รับสร้างบ้าน อุดร ออกแบบบ้าน วางโครงสร้างบ้าน ครบวงจร

รับสร้างบ้าน อุดร โมเดิร์นดี บริษัท รับสร้างบ้าน ออกแบบบ้าน วางโครงสร้างบ้าน เราให้บริการ ครบวงจร ตั้งแต่ต้นจนจบโครงการ

รับสร้างบ้าน อุดร บริการ รับสร้างบ้าน ออกแบบบ้าน วางโครงสร้างบ้าน เราให้บริการ ครบวงจร ตั้งแต่ต้นจนจบโครงการ เช่น งานออกแบบบ้าน ก่อสร้างบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน ปรึกษา ยื่นกู้ มาโมเดิร์นดี ครบจบในที่เดียว และการบริการหลังการขายสุดประทับใจ เราใส่ใจไม่ใช่แค่ครั้งแรก

DIFFERENT DESIGN

รับสร้างบ้าน อุดร แตกต่างด้วยการออกแบบตามความต้องการของลูกค้าด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับลูกค้าสูงสุดและการออกแบบ ที่ลูกค้าสามารถเห็นภาพ ได้ในทุกมุมมอง ก่อนสร้างจริง

DIFFERENT SPECIFICATION

แตกต่างด้วย วัสดุ ที่มีคุณภาพอันดับ 1 ในตลาดรับสร้างบ้านในปัจจุบันหลากหลายวัสดุได้รับการเลือกสรรมาเพื่อให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า

DIFFERENT SERVICE

แตกต่างด้วยการบริการที่เหนือระดับ ตั้งแต่การออกแบบ, ก่อสร้าง, ตกแต่งภายในรวมถึงการบริการหลังการขาย

DIFFERENT QUALITY

แตกต่างด้วยระบบการควบคุมมาตรฐานการก่อสร้างระดับสูงพร้อมการตรวจเช็คมาตรฐานกว่า 500 ขั้นตอนจากทีมผู้บริหาร, ทีมสถาปนิก, ทีมวิศวกร และทีมควบคุมคุณภาพ (QC) ที่มากด้วยประสบการณ์

รับสร้างบ้าน อุดร จากประสบการณ์และนโยบายของบริษัทจึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าบ้านทุกหลังที่ผ่านการออกแบบและก่อสร้างจากทางบริษัท จะแตกต่างด้วยคุณภาพ และใช้ประโยชน์ได้สูงสุดจากภายใน สู่รูปแบบภายนอกที่สวยงามร่วมสมัย

งูเหลือม ตัวเบ้อเริ่มนอนขวางถนน ชาวบ้านแจ้งกู้ภัยช่วยจับพบแผลโดนทำร้าย

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 22 ก.ย.2559 เจ้าหน้าที่กู้ภัยประจักษ์เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ชุมชนหนองไผ่ ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย ว่าพบงูเหลือมขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 5 เมตร น้ำหนักประมาณ 60 กิโลกรัม นอนนิ่งขวางถนน ระหว่างหมู่บ้าน จึงออกตรวจสอบ พบว่าเป็นงูเหลือม ที่นอนนิ่งไม่ขยับ จึงสามารถจับไว้ได้โดยง่าย และงูเหลือมตัวนี้มีแผลที่ปากและที่หัว คาดว่าถูกทำร้ายมา ทางเจ้าหน้าที่จึงจับใส่กล่องพลาสติกที่เตรียมมาก่อนนำส่งให้เจ้าหน้าที่ด่านสัตว์ป่าหนองคาย เพื่อนำไปรักษาก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป201609220911071-20050312155220

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มไปดูหนัง”แฟนเดย์”แล้วเตือนคนเล่นมือถือในโรงหนัง สุดท้ายได้”กระสุนปืน”มา 1 นัด

ยุคสมัยนี้อันตรายมากๆ โดยมีการแชร์เรื่องราวของคุณ itCrazy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่เขียนกระทู้เรื่อง “เมื่อผมได้ลูกปืนมา 1 ลูกจากการเตือนคนเล่นมือถือในโรงหนัง” โดยบอกว่าไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ที่ จ.เชียงใหม่ และได้เตือนผู้ชายคนหนึ่งที่เล่นโทรศัพท์ เนื่องจากแสงรบกวนว่า “ปิดมือถือเถอะครับ” สุดท้ายพบลูกกระสุนวางไว้อยู่yyuyโดยเนื้อหาดังกล่าวระบุว่า แฟนเดย์คืนหนึ่งที่โรงหนังรอบ 2 ทุ่ม 20 ที่เชียงใหม่ ผมซื้อตั๋วแบบโซฟานั่งคู่ กะเอาเอนสบาย ๆ หน่อยเนื่องจากขายาว คู่กรณีมากัน 5 คน (ช่วงนั้นไม่มั่นใจจริง ๆ ว่า 4 หรือ 5 คน, สมมุติว่า 5 คนนะครับ) ชาย 1 ที่เหลือหญิง กลุ่มนี้นั่งแถว A ถัดจากแถวโซฟาที่ผมนั่งอยู่ ซึ่งคนผู้คนที่เกิดปัญหากันนั่งอยู่ตรงกับผมพอดีoduqoih09ophhudw5sj-oช่วงหนังเริ่มผู้หญิงในกลุ่มมียกมือถือมาดู ๆ บ้าง ซึ่งผมก็พอ OK หน่อยเพราะอย่างน้อยก็หรี่แสงหน้าจอ ถึงมันจะเห็นก็เถอะ อีกพักนึงทางฝั่งผู้ชายก็ยกมือถือมาเล่นบ้าง ซึ่งคราวนี้แสงมาเต็ม ๆ

ผมจึงพูดเบา ๆ พอได้ยินไปว่า “ปิดมือถือเถอะครับ” ผมอาจจะเป็นคนเสียงแข็ง ๆ หน่อย (มั้ง) แต่พยายามลากเสียงให้พอรู้ว่าเป็นเชิงขอร้อง ผู้ชายคนที่ว่า ปิดจอทันที, ผมก็ไม่ได้อะไร ดูหนังต่อไป

ซักแป๊ปนึง ผู้ชายคนนั้นได้ลุกขึ้นยืน จัดหมวก และเดินออกไปข้างนอกโรงพร้อมผู้หญิงอีก 2 คน (คนที่เล่นมือถือ) ถึงผมจะเริ่มหงุดหงิดบ้างว่า จะออกไปของนอกก็ลุกออกไป ยังจะมาทำเป็นจัดหมวกให้เข้าที่ เข้าทางก่อนแล้วเดินไปแบบ เก๋า ๆ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าคงเป็นที่บุคลิกของแต่ละคนจริง ๆ

ซักพักทั้ง 3 คนกับมานั่งที่ได้ไม่นาน ผู้ชายที่ว่าก็หันมามองด้านหลัง (มองผมนั่นแหล่ะ) ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไร หันมาอีกทีคราวนี้ยืนขึ้นเอามือเท้าเบาะแล้วก้มมามองหน้าผม
ผมเลยถามไปว่า “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

ทางนั้นถามกลับมาทันที “เมิ่งนั่นแหล่ะ มีอะไรกับกรู”

อ้าว…….

จากนั้นก็เริ่มมีการต่อปากต่อคำเกิดขึ้น ผู้ชายคนนั้นยืนพูดเสียงดังในโรงหนัง (ที่ตัวเองนั่งอยู่) พร้อมท้าให้ผมไปข้างนอก
หนึ่งในผู้หญิงที่มาด้วย พูดเชิงห้ามว่า”พี่อย่าไปยุ่งกับเค้าเลย, ปล่อย ๆ เค้าไปเถอะ”

ผมก็พยายามเงียบ ๆ ไปทำเป็นไม่สนใจแต่ทางโน้น ไม่จบ เดินออกมาตามผมถึงที่นั่ง พร้อมท้าให้ผมออกไปเคลียรนอกโรง

ผมตัดบทไปว่า “คุณจะออกไป ก็ออกไป ผมจะดูหนัง ค่าตั๋วมันแพง”

เท่านั้นแหล่ะ ทางโน้นก็พูดออกมาว่าที่นั่งตัวเองราคาถูกกว่าก็จริง แต่มั่นใจว่าเค้ามีเงินมากกว่าผมแน่นอน พร้อมทั้งควักเงินซึ่งน่าจะเป็นแบงค์ร้อย 1 ปึกพร้อมมัดหนังสติ๊กเรียบร้อย

ผมก็ยิ่งงง ๆ ไปใหญ่
(อะไรของเอ็งวะ)

จากนั้นก็ทำท่าจะขู่ ๆ ด้วยการควัก ๆ อะไรซักอย่างที่ข้างเอว ไม่ต้องเดาว่าอะไร แต่จะมีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ผมก็เลยบอกไปเลยว่า “จะควักก็ควักออกมาเลย ไม่ต้องมาทำเป็นขู่” (ตอนนั้นผมนั่งอยู่ที่โซฟาตามปกติ ผู้ชายคนนั้นยืนข้าง ๆ ที่นั่ง)

เค้าไม่ควักสิ่งที่คิดว่าเป็นปืน แต่ล้วงกระเป๋าควักอะไรบางอย่างออกมา ซึ่งมีเสียงกรุ๊งกริ๊ง ๆ ประมาณเหรียญบาทเยอะ ๆ

ผู้หญิงคนที่พยายามพูดก็พูดเหมือนเดิม “พี่อย่าไปยุ่งอะไรกับเค้าเลย”

ผมเลยพูดกลับไปว่า”ผมก็พยายามไม่ยุ่ง แต่คุณดูคนของตัวเองด้วยสิครับ”

พูดมาอีกที
“พี่อย่าไปยุ่งอะไรกับเค้าเลย….. พี่สู้เค้าไม่ได้หรอก”

เอ๊า !!!

ผมบอกปัด ๆ ไปเหมือนเดิม
คุณไปรอนอกโรงไป เดี๋ยวผมดูหนังเสร็จผมจะออกไป

ผู้ชายที่ว่าก็เดินจากไป แต่ยืนท้าทายอยู่ที่ริมทางเดิน (ในโรง)
แฟนผมที่ก็พยายามดึงมือไว้ ให้ผมนั่ง
ทางโน้นก็พูดท้าทายอยู่ตลอด

รวมทั้งผู้หญิงคนที่เหมือนจะพูดห้าม เริ่มมีอะไรออกมามากขึ้น
ประมาณว่า ผมทำอะไรผิดไป
จับความได้ว่า เค้าบอกว่าผมนั่งแล้วยื่นเท้าไปโดนหัวเค้า
ผมบอกทันที ไม่มีโดนนะครับ ผมนั่งไขว่ห้างแล้วปล่อยตัวไหล
แต่ทิ้งห่างจากจากเบาะเค้าพอสมควรแนะนอน
(นึกสภาพ ถ้าโดนผมว่าเค้าโวยวายกว่านี้แล้วล่ะ)

ทางคู่กรณีทั้ง 5 คนค่อย ๆ ทยอยกันเดินออกจากโรง แต่เจ้าตัวก็ยังไม่เดินออกไป ยังยืนท้าท้ายอยู่ที่เดิม
รวมทั้ง “พี่สู้เค้าไม่ได้หรอก”

ปัญหาไม่ได้อยู่ตรง สู้ได้หรือไม่ได้ แต่ไม่งั้นมันไม่จบ

ผมเลยเดินออกไปหน้าโรง ยืนดาหน้ากัน 2 คน
“ว่าไงครับ ตกลงยังไงแน่ บลา ๆ ๆ”
“ทางโน้นก็ จะเอายังไง ๆ อยู่นั้นแหล่ะ”

เด็กหน้าโรงก็ยืนมองแบบ เอาแล้ว ๆ ได้มีฟัดกันแน่ ๆ
แต่ไม่มีใครเข้ามาห้าม ผมเลยพูดออกไปว่า
“น้องโทรแจ้งตำรวจด้วย”

ระหว่างทางผู้หญิงคนที่ว่าก็พยายามพูดเพื่อสื่อสารให้รู้ว่าผมนี่มันเลวมาก
แต่ไม่ได้พูดเรื่องเท้าเลย

ผมจับทางได้ประมาณนึงเลยบอกไปว่า

“จริง ๆ แล้วผมว่าคุณเคืองผมเรื่องผมบอกให้ปิดมือถือมากกว่าหรือเปล่า”

แค่นั้นแหล่ะครับ
ตัวผู้หญิงพูดออกมาเลย

ก็เค้ามีธุระ เค้าก็ต้องหยิบมาดู มาโทร
ถ้าเป็นคุณ คุณจะหยิบมาดูหรือเปล่า
… ผมปิดเสียง

ถ้ามีสายเข้าคุณก็รับ
…. ผมไปรับข้างนอก

ตัวผู้ชายก็พูดออกมาเลยว่า
เมิ่งน่ะมันเรื่องมาก

ผมไม่ตอบโต้อะไรมากแล้ว
เพราะเริ่มปัญญาอ่อนกันแล้ว ก็เลยตัดบทไปว่า
ไปเหอะ จะกลับก็กลับไป ผมจะเข้าไปดูหนัง

ทางฝั่งโน้นก็ดึง ๆ กันออกไป แค่พ้นมุมเลี้ยว กำลังจะออกหน้าโรง
เจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนนึงก็ถือ วอเดินมา ถามเด็ก ๆ หน้าโรงว่า
ไหน ๆ คนไหน
เด็กหน้าโรงก็บอกว่า เค้าไปแล้ว ก็มีถามคนไหน อ๋อคนที่เพิ่งออกไปเหรอ บลา ๆ ๆ
แต่ไม่ได้มาพูดอะไรกับผมเลย

ผมก็กลับเข้าโรงไปดูหนังต่อ ถึงตอนที่อยู่ในมินิมาร์ท ช่วงไต่ไปอีกฝั่งตึก world trade

พอเอื้อมมือไปหยิบน้ำกิน ถึงได้รู้ว่า
มีลูกปืนวางอยู่นัดนึง พอให้เก็บเป็นที่ระลึก

ท่าทางผู้ชายคนนั้นล่ำ ๆ เตี้ย ๆ ท่วม ๆ หน่อย
มีตราอะไรบางอย่างที่เสื้อ (จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้)
เหมือนจะพยายามโชว์พอสมควร

…. เข็ดมั้ย
ไม่เข็ดครับ สำหรับผมไม่ใช่เรื่องอะไรที่ต้องเข็ด

เอาจริง ๆ ถ้าควักปืน (ถ้ามี) ออกมาจริง ๆ ผมแจ้งความจับทันทีเลย
เล่าให้เพื่อนฟัง มันบอกว่า จริง ๆ แค่ลูกกระสุนแล้วทำท่าท้าทายแบบนั้น ก็แจ้งจับได้แล้ว

…. เออว่ะ ไม่ได้นึก

ที่มา>>>ข่าวสด

ช่วยระทึก!! 5 คนงาน บ้านถล่มทับติดใต้ซาก ดับ 1 เจ็บอีก 4

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.ท.พงศักดิ์ การรัตน์ สารวัตร (สอบสวน) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุบ้านทรุดตัวทับคนงานเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ที่บ้านเลขที่ 184/11 ซอยโยธินพัฒนา 3 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก., นายอภิรมย์ จันทรกุล ผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว, นายประสาน พิทักษ์วรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักการโยธา, เจ้าหน้าที่โยธาเขตลาดพร้าว, เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งs__2908166ที่เกิดเหตุพบบ้านปูนสองชั้นอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ กำลังก่อสร้าง พบว่าตัวบ้านได้พังถล่มลงมามีคนงานติดอยู่ภายใน 5 ราย เจ้าหน้าสามารถช่วยคนเจ็บออกมาได้ 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายประสาน ศิลปชัย อายุ 44 ปี ขาซ้ายหัก หัวแตก ถูกนำส่งร.พ.นวมินทร์ 1, 2.นายมิ้ว อ้วยหน่วง 32 ปี สัญชาติพม่า ถูกนำส่งร.พ.นพรัตนราชธานี, 3.ชายไม่ทราบชื่อ สัญชาติพม่า ถูกนำส่งร.พ.นพรัตนราชธานี และ4.แม่บ้านหญิงหลังดังกล่าว ไม่ทราบชื่อ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ขา ส่วนอีกคนเป็นชายชาวพม่าไม่ทราบชื่อ เสียชีวิตติดอยู่ใต้ซากอาคาร ยังไม่สามารถนำร่างออกมาได้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างวางแผนเพื่อจะนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาs__2908164จากการสอบถามนายสิงห์โต โคสิลา อายุ 50 ปี คนขับรถเครน เล่าว่าขณะเกิดเหตุตนกำลังยกแผนพื้นปูนซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 3.3 ตัน มาวางที่ชั้น 3 ของตัวบ้าน เพื่อให้คนงานเชื่อมต่อให้เข้าที่ แต่จู่ๆ พื้นและคานของชั้นล่างก็พังถล่มลงมาทับคนงานต่อหน้าต่อตา หลังจากนั้นได้รีบเข้าช่วยคนงานที่ได้รับบาดเจ็บออกมาส่ง รพ.s__2908163ด้านนายอภิรมย์ กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวได้ขออนุญาตก่อสร้างเป็นบ้านพักอาศัยสูง 3 ชั้น เมื่อประมาณ 5-6 เดือนที่ผ่านมา และได้ดำเนินการสร้างแล้วประมาณ 2 อาทิตย์ ทั้งนี้บ้านดังกล่าวก่อสร้างในลักษณะอิฐสำเร็จรูป ซึ่งขณะก่อสร้างนั้นคนงานกำลังนำเหล็กขึ้นไปเชื่อมเข้ากับเสาบริเวณด้านบนชั้น 3 แต่เกิดการบิดตัวของปูนและพื้น ทำให้โครงสร้างทั้งหมดถล่มลงมาs__2908180“ทั้งนี้การดำเดินการในขั้นแรกคือจะกู้ซากเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาให้ได้ภายในคืนนี้ แต่จะยังไม่ทำการตรวจสอบเพราะเนื่องจากพื้นที่มืดและอาจจะเกิดอันตราซ้ำซ้อนได้ และจะทำการปิดพื้นที่ประมาณ 30 วัน เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของบ้านถล่มว่ามาจากความประมาทของคนงานหรือเป็นการสร้างไม่ตรงตามแผนที่แจ้งไว้ ส่วนเจ้าของบ้านได้มีการพูดคุยในบางส่วนแล้ว แต่ยังอยู่ในอาการตกใจ จึงยังไม่ได้สอบถามมากนัก นอกจากนี้การรักษาและการเยียวยาในเบื้องต้นทางสำนักงานเขตจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่” นายอภิรมณ์ กล่าวs__2908165ขณะที่นายประสาร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นสาเหตุของการพังทลายในครั้งนี้คาดว่าน่าจะเกิดการผิดพลาดทางเทคนิค เนื้องจากบ้านหลังดังกล่าวสร้างในลักษณะของการทำคอนกรีตหล่อสำเร็จมาประกอบ ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาขณะติดตั้ง หรือผิดพลาดทางเทคนิค ซึ่งขึ้นอยู่กับคนงานหรือคนที่คุมงานก่อสร้างทำให้ตัวโครงสร้างยุบตัวลงมา

ทางด้านพ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของคดีความนั้นได้ทำการสอบสวนร่วมกับสำนักงานเขตบางกะปิ ต้องนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากก่อน รวมไปถึงผลตรวจหาสาเหตุของการพังทลายเพื่อนำมาประกอบสำนวน จึงสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าต่อมาเมื่อเวลา 21.45 น. เจ้าหน้าสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากที่เกิดเหตุได้ โดยใช้เวลารวมทั้งสิ้น 3 ชั่วโมงครึ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

ไล่ตีกันไม่เลิก!! กลุ่มโจ๋คู่อริ ถูกจับไปแล้วยังมากลับมาไล่ยิงกันอีก แถมออกข่มขู่ชาวบ้าน

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุวัยรุ่นซอย 9 ริมคลองประปา หมู่ 4 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง ยกพวกไล่ทำร้ายร่างกายกัน หลังเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ก็ก่อเหตุไล่ตะลุมบอลกันมาครั้งหนึ่งแล้วจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนอง นำกำลังเข้าควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นไว้ได้ ก่อนพาไปทำแผลและทำประวัติแล้วปล่อยตัวออกมา แต่เรื่องก็ยังไม่จบกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่ม ยังกลับมาไล่ตะลุมบอลกันอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีการช้อาวุธปืนไล่ยิงกัน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดผวา วิ่งหนีตายกันเป็นแถว201609202308457-20120716160851เมื่อกำลังรถสายตรวจจำนวน 3 คัน ได้เข้ามาระงับเหตุ วัยรุ่นฝั่งบ้านตรงกันข้าม ที่วัยรุ่นจากซอยอื่นๆ ชอบมารวมตัว ก็ไม่ยอมแยกย้าย มีการโต้เถียงกันไปมา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอกำลัง ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 15 และชุดเฝ้าระวังเหตุเข้ามาช่วยควบคุมสถานการณ์ ก่อนจะนำคู่กรณีขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อไปตรวจหาสารเสพติดและปรามไม่ให้มาก่อความวุ่นวาย ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและเป็นที่เอือมระอาให้กับประชาชนและร้านค้าในละแวกนั้น ซึ่งถึงแม้ทหารจะเอาตัววัยรุ่นส่วนหนึ่งไปตรวจหาสารเสพติด แต่ยังมีพวกป่วน ขี่รถจยย.อีก จำนวน 5-6 วัน คอยวันเวียนและข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่201609202308453-20120716160851นางนพรัตน์ กองอาษา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.บางริ้น กล่าวว่า เหตุการณ์นี้มีการกระทบกระทั่งแซวกันไปแซวกันมาทุกคืน เคยสั่งห้ามแล้วอย่ามารวมกลุ่มกัน แต่ก็มาเกิดเหตุอีกจนได้ จึงโทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาระงับเหตุ ก็มาไม่ทันเด็กๆ พวกนี้จะไวกว่า และสถานการณ์คืนนี้คงไม่จบ ทั้งที่ไปโรงพักกันมาแล้ว ฝั่งโน้นก็ยังข่มขู่อีก ว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้อยู่ดีแน่นอน ตำรวจมายังไม่กล้าลงจากรถต้องให้ชุดทหารมาจัดการ และตามล่ากวาดล้างเอาไปให้หมด201609202308452-20120716160851

ที่มา>>>ข่าวสด

เลิกพูด “คนไทยอ่านปีละ 8 บรรทัด” สถิติใหม่ชี้อ่านกันวันละ 66 นาที!!

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคนไทยหลายคนยกวาทกรรม “คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด” ขึ้นมากล่าวอ้างโดยที่ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนถึงที่มาที่ไปของสถิติดังกล่าว จนทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจจริงๆว่า คนไทยอ่านหนังสือกันเพียงแค่ 8 บรรทัด เท่านั้น102365ข้อมูลจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า คนไทยเฉลี่ยแล้วอ่านหนังสือร้อยละ 77.7 หรือราว 48.4 ล้านคน จากจำนวนประชาการทั้งหมด โดยเพศชายอ่านหนังสือเฉลี่ย 64 นาที ต่อวัน ส่วนเพศหญิง 69 นาที เฉลี่ยทั่วประเทศคือ 66 นาที ต่อวัน ซึ่งน่าจะมากกว่า 8 บรรทัดต่อปีอย่างแน่นอน002539เมื่อมองลงให้ลึก พบว่าในจำนวนผู้ที่อ่านหนังสือ เป็นการอ่านผ่านหนังสือพิมพ์ร้อยละ 67.3 อ่านผ่านโซเชียลมีเดีย ข้อความเอสเอ็มเอสและอีเมล์ ร้อยละ 51.6 อ่านความรู้ทั่วไปร้อยละ 51.6 อ่านวารสารร้อยละ 42002545ที่มา สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ

แคะกระปุกดูกันดีๆ โชคดีอาจเจอเหรียญสลึงปี 2500 ร้านเดิมรับซื้อเหรียญละ 8 หมื่น!!

หลังจากที่สร้างความฮือฮาด้วยการรับซื้อเหรียญ 1 บาทปี 2505 พิมพ์หายากมูลค่านับแสนบาทไปแล้ว 2 เหรียญ ล่าสุดเพจ ร้านปาหนัน จิวเวลรี่  เจ้าเดิมประกาศรับซื้อเหรียญสลึงปี 2500 มูลค่าเหรียญละ 8 หมื่นบาท

โดยระบุว่า “รับซื้อ 80000 บาทสภาพสวย เหรียญ 25 สต.ปี2500 บล๊อคอักษรบางหายาก ย้ำบล๊อคอักษรบาง สภาพสวยๆระดับนี้ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 80,000บาทแล้ว….ในแฟนเพจมีคลิปให้ศึกษา….วิธีสังเกตุง่ายๆ เฉพาะเหรียญ 25 สต.ปี 2500 เท่านั้น ดูที่ พ’พาน คำว่า พ.ศ. จะมีขีดยื่นลงมาตรงกลาง พ’พาน ไม่ได้ลงที่ท้าย หากยื่นลงท้ายทำให้ดูเหมือน ฟ’ฟัน แบบนั้นบล๊อคธรรมดาหาง่ายๆราคา 3 บาท”

ที่มา>>>ข่าวสด

ไลฟ์สุดฉาว! หนุ่มสาวเมาขาดสติถ่ายสดโชว์มีเซ็กซ์ แถมยังแท็กถึงพ่อฝ่ายหญิงอีก

ฉาวไปทั้งโลก เมื่อคู่รักหนุ่มสาววัยรุ่นดื่มเหล้าเข้าไปจนเมาขาดสติแล้วโชว์มีเซ็กซ์กันผ่านไลฟ์ สตรีม ในเฟซบุ๊ค และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือ ทั้งคู่ดันแท็กไปถึงพ่อของฝ่ายหญิงเสียอีกguy-livestreams-sex-with-girlfriend-and-tags-her-dad-3โดย ThugLifer ระบุว่า หนุ่มสาวคู่นี้ได้เลือกบ้านพักที่ครอบครัวเอาไว้ใช้เมื่อไปเที่ยวพักร้อนอยู่ด้วยกันแบบสองต่อสอง ทั้งๆ ที่พ่อแม่เคยห้ามไม่ให้ใช้แล้ว โดยเชื่อว่าหนุ่มสาวทั้งสองคงดื่มหนักขาดสติจนทำการไลฟ์โชว์ช่วงที่ทั้งคู่กำลังมีเซ็กซ์ผ่านโลกโซเชียล โดยคลิปดังกล่าวเมือจบการไลฟ์แล้วก็ไม่ลบออกจากระบบ แต่ยังคงแชร์อยู่ค้างเอาไว้ในเฟซบุ๊ค พร้อมกับ Tag ถึงพ่อของฝ่ายหญิงอีกต่างหากguy-livestreams-sex-with-girlfriend-and-tags-her-dad-4นอกจากนี้ยังมีการนำคลิปไลฟ์อื้อฉาวของหนุ่มสาวคู่นี้ไปทวีตในทวิตเตอร์อีกด้วย%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%94%e0%b8%ab

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มป่วยทางจิตอาการกำเริบ คิดว่าโดนตามฆ่า กระโดดบ้าน 2 ชั้น วิ่งหนีล่อนจ้อนวุ่น

เมื่อวันที่ 18 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยโสธร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพของเทศบาลตำบลสำราญ อ.เมืองยโสธร ช่วยกันจับตัว นายสุทัศน์ ทิพย์มนตรี อายุ 22 ปี หลังจากมีอาการ คลุ้มคลั่งเพราะกลัวว่าจะมีคนตามไปฆ่าจนวิ่งหนีเข้าไปหลบซ่อนอยู่ภายในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริม ถ.แจ้งสนิท พื้นที่ ต.สำราญ จนทำให้พนักงานภายในร้านแตกตื่นวิ่งหนีเอาตัวรอด โดยนายสุทัศน์ สวมใส่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว และไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่จับตัว พร้อมกับร้องเอะอะโวยวายและพยายามจะวิ่งหลบหนีอีกจึงทำให้กางเกงขาสั้นหลุดออกจนร่างเปลือยล่อนจ้อน กว่าจะสามารถจับได้เล่นเอาเหนื่อยไปตามๆกัน ขณะที่บริเวณแขนขวาของนายสุทัศน์ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลขนาดใหญ่จนมีเลือดไหลนองพื้นเพราะถูกกระจกบาดขณะกระโดดลงมาจากบ้านชั้นสองของตัวเอง

จากการสอบถาม นางสาวพรทิพย์ สัตทะจันทร์ อายุ 24 ปี ภรรยาของนายสุทัศน์ กล่าวว่า นายสุทัศน์ มีอาการทางประสาทต้องรับประทานยาระงับอาการทางประสาทอยู่เป็นประจำ ในช่วงนี้ตนได้แยกกันอยู่เพราะ นายสุทัศน์ ต้องกลับไปรักษาอาการทางประสาทอยู่กับแม่ที่บ้านเกิด นานๆ นายสุทัศน์ จะมาเยี่ยมลูกกับตน ที่หมู่บ้านเอื้ออาทร ช่วงบ่ายก่อนเกิดเหตุ นายสุทัศน์ ได้ขับขี่รถ จยย. มาจอดที่บ้านพักของตนแล้วได้เดินขึ้นไปเก็บตัวเงียบอยู่บนบ้านชั้นสอง ส่วนตนเองก็นั่งเล่นอยู่กับลูกที่บริเวณหน้าบ้านพักสักพักได้ยินเสียงทุบกระจกบานเกร็ดหน้าต่างบ้านเสียงดังโครมทุลักทุเล

จากนั้นนายสุทัศน์ ก็กระโดดลงจากบ้านชั้นสองลงมาข้างล่างจนทำให้กระจกบาดเข้าที่แขนขวาได้รับบาดเจ็บพร้อมกับร้องตะโกนบอกว่ามีคนไล่ตามฆ่าก่อนที่จะวิ่งออกจากบ้านไปตามถนน ตนจึงได้โทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ชีพช่วยไล่จับตัวเอาไว้แต่นายสุทัศน์ ยิ่งมีอาการคลุ้มคลั่งและวิ่งเข้าไปหลบในร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้านและสามารถจับตัวเอาไว้อย่างทุลักทุเล ซึ่งคาดว่านายสุทัศน์ อาจจะไม่ได้รับประทานยาระงับอาการทางประสาทต่อเนื่องจนทำให้อาการกำเริบจนประสาทหลอนคิดว่าจะมีคนตามฆ่าจนก่อเหตุขึ้นดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

สั่งฟ้องผอ.ร.ร.โหดตบบ้องหูเด็กพิเศษป.6 ยายรับหลานนอนผวา!จี้รับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ ผกก.สภ.ศรีเมืองใหม่ อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดี กับนายวินัย วงศาสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองห้าง  ต.นาคำ อ.ศรีเมืองใหม่ ที่ก่อเหตุตบกกหู ตบจมูก และสับศอก เด็กชายเอ (นามสมมุติ) นักเรียนชั้นป.6 จนได้รับบาดเจ็บเลือดกำเดาออก เหตุเกิดตั้งแต่ 8 มิถุนายน 2559201609160703411-20041020103320ซึ่งล่าสุดพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบพยานแวดล้อมและพยานบุคคลเรียบร้อยแล้ว และใช้หลักฐานเป็นใบรับรองแพทย์ซึ่งระบุว่า ด.ช.เอ ซึ่งเป็นเด็กพิเศษได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุดังกล่าว ทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกนายวินัยมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม จากเหตุทำร้ายร่างกาย โดยแจ้งข้อหาเพิ่มทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และสรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องเมื่อวันที่ 14 ก.ย.2559 ไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

 ด้านนางบับพาวะดี ฐิติสาร อายุ 59 ปี ชาวจ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นยายของ เด็กชายเอ กล่าวว่า อาการล่าสุดของเด็กชายเอ ดีขึ้นแล้ว แต่ยังมีอาการผวา และบางคืนนอนละเมอว่าจะมีคนมาทำร้าย ซึ่งที่ผ่านมาตนต้องพาหลานชาย เดินทางไปตรวจอาการกับแพทย์ที่โรงพยาบาลสรรสิทธิประสงค์ ที่อยู่ในอำเภอเมืองอุบลราชธานี และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น โดยแพทย์วินิจฉัยว่า ด.ช.เอสงสัยว่าประสาทหูเสื่อม และตาซ้ายมัว และต้องไปตรวจอีกในวันที่ 22 ก.ย. เพื่อตรวจหูที่รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี และไปตรวจตา ในวันที่ 26 ก.ย.นี้ ที่รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่นอีกครั้ง

“ที่ผ่านมาต้องไปหยิบยืมเงินจากพระที่วัดและเพื่อนบ้านเพื่อใช้ในการเดินทาง หมดไปแล้วกว่า 50,000 บาท โดยผอ.โรงเรียนคนที่ทำร้ายร่างกาย ไม่เคยมาช่วยเหลือแต่อย่างใด ซึ่งครอบครัวก็มีอาชีพทำนา รายได้น้อย อีกทั้ง พ่อแม่ของเด็กชายเอ ที่แยกทางกันก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มาก ซึ่งก็อยากให้ผู้อำนวยการที่ก่อเหตุมาช่วยเหลือบ้าง” นางบับพาวะดี กล่าว

ขณะที่ผู้สื่อข่าวสอบถามจากเพื่อนนักเรียนของเด็กชายเอ ว่า ผอ.คนดังกล่าวมีพฤติกรรมทำร้ายนักเรียนอยู่บ่อยครั้ง โดยไม่ทราบเหตุผล

ด้านนายวิชัย แสงศรี ศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงการเอาผิดทางวินัยนายวินัย ว่าได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน รวบรวมข้อมูลพิจารณาความผิดอย่างเร็วที่สุด ซึ่งช่วงนี้ยังคงให้นายวินัย ปฏิบัติงานตามปกติไปก่อน ส่วนการดำเนินทางกฎหมายให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าตำรวจ

ที่มา>>>ข่าวสด