รถทัวร์ยะลา เข้ากทม. ตกร่องถนนก่อนถึงรพ.ละแม คนขับสาหัส เจ็บ 37

รถทัวร์จากยะลา บรรทุกผู้โดยสาร 52 ชีวิตมุ่งหน้ากทม. เสียหลักพุ่งลงเกาะกลางถนนพื้นที่อ.ละแม จ.ชุมพร คนขับบาดเจ็บสาหัส ผู้โดยสารเจ็บ 37 ราย ส่วนใหญ่แผลถลอกและฟกช้ำ…

เมื่อเวลา 23.45 น. วันที่ 17 เม.ย.59 พ.ต.ต.นิรันดร์ ชูหลอง สารวัตรสอบสวน สภ.ละแม รับแจ้งอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสาร ไถลลงเกาะกลางถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ในพื้นที่หมู่ 7 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมนายวนิพงศ์ มุณีน้อย นายอำเภอละแม ตำรวจทางหลวง หน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปเขตละแม และอำเภอหลังสวน เกือบ 20 นาย ให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายเอเชีย 41 กม.ที่ 90 ก่อนถึงโรงพยาบาลละแม เพียง 300 เมตร โดยบริเวณร่องกลางถนนพบรถทัวร์ ยี่ห้อสแกนเนีย สีขาวทอง ทะเบียน 30-4336 สงขลา ด้านหน้ารถติดสติ๊กเกอร์ว่า สุริยกิจทัวร์ ในสภาพตะแคง ด้านหน้ารถพังยับ ภายในรถมี นายสาแหละ สุมาตรา อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ 5 ตำบลควนโค อ.เมือง จ.สตูล คนขับรถทัวร์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและขาติดอยู่ภายในที่นั่งคนขับ หน่วยกู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างเข้าช่วยเหลือนานกว่าครึ่งชั่วโมง จึงสามารถนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลละแมได้ แพทย์ตรวจเบื้องต้น พบว่าที่ขาด้านซ้ายมีแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ และที่อุ้งเท้าด้านขวามีบาดแผลขนาดใหญ่นิ้วนางของเท้าขาดนอกจากนี้ ยังมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวน 37 ราย เป็นหญิง 14 ราย หนึ่งในนั้นมีเด็กหญิงวัย 7 ขวบได้รับบาดเจ็บอยู่ด้วย และเป็นชาย 23 ราย ส่วนมากเป็นแผลถลอกและฟกช้ำ หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลละแม ส่วนที่เหลืออีก 15 รายโชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บ

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่ารถคันดังกล่าวขับมาจากจ.ยะลา เมื่อช่วง 16.30 น.มุ่งหน้า กรุงเทพฯ โดยนายสาแหละ คนขับได้รับช่วงขับรถต่อที่อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักและพุ่งลงเกาะกลางทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนด้านนายอำเภอละแม กล่าวว่า จากการสอบสอบคนขับรถสำรองของรถทัวร์คันดังกล่าวทราบว่า เป็นรถเสริม มีผู้โดยสารบนรถทั้งหมด 52 คน เป็นผู้โดยสาร 48 คนเป็นคนขับ 2 คน และพนักงานบนรถอีก 2 คน ส่วนมากได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มีเพียงคนขับรถคนเดียวที่บาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ได้ประสานไปยังบริษัทรถทัวร์ให้ส่งรถมารับผู้โดยสารที่มีความประสงค์ที่จะเดินทางต่อไปกรุงเทพฯ ทั้งนี้ ได้นำผู้โดยสารทั้งหมดไปพักผ่อนที่สภ.ละแม เพื่อรอขึ้นรถต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

เชียงแสนคึกคัก! ชาวเผ่าสองฝั่งโขงนัดรวมญาติ งานมหาสงกรานต์

มหาสงกรานต์คึกคัก ชนเผ่านัดรวมตัวเชียงแสน เผย 1 ปี จะมาพบกัน 1ครั้ง ถือเอาวันมหาสงกรานต์เป็นวันรวมญาติ จากฝั่งลาวข้ามาหาญาติฝั่งไทย ซึ่งมีทั้งชนเผ่าม้ง อาข่า อิ่วเมี่ยน ฯลฯ โดยบรรยากาศบริเวณถนนริมโขงเต็มไปด้วยชาวชนเผ่า

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันสุดท้ายของงานมหาสงกรานต์เมืองเชียงแสน จ.เชียงราย ตั้งแต่เช้ามีนักท่องเที่ยวเริ่มหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวงานสงกรานต์ โดยเฉพาะชาวลาวที่เป็นชาวเขาเผ่าม้ง อิ่วเมี่ยน แห่ข้ามแม่น้ำโขงจากประเทศลาว เข้ามาเล่นน้ำสงกรานต์ โดยมีญาติๆ ทางฝั่งไทยมารอรับบริเวณท่าเรือด่านตรวจคนเข้าเมือง พรมแดนไทย-ลาวกันอย่างคึกคัก และอีกหลายชนเผ่าที่พากันมาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ กำแพงเพชร สุโขทัย ลำปาง พะเยา เชียงใหม่ และเชียงราย ได้นำผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ เช่น ม้านั่งหวาย ขันโตกหวาย มาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวในราคาถูก ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวแห่รุมกันซื้อ ทำให้ถนนสายริมโขงกลายเป็นถนนคนเดิน ผู้ขับรถยนต์ต้องใช้ความระวัง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวอย่างมากหนึ่งปีนัดมารวมญาติกันครั้งหนึ่งในงานมหาสงกรานต์ฯ

พ.ต.ท.จีรศักดิ์ ไล้ทองคำ ตม.ท่าเรือพรมแดนไทย-ลาว เผยว่า วันนี้มีชนเผ่าที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด มาค้างคืนที่เชียงแสน เพื่อรอพบญาติที่นั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงมาจากประเทศลาว มีทั้ง ชนเผ่าม้ง อาข่า อิ่วเมี่ยน ฯลฯ พวกชนเผ่าจะนัดหมายกันว่า 1 ปีจะมาพบกัน 1 ครั้งที่ อ.เชียงแสน โดยถือเอาวันงานมหาสงกรานต์เชียงแสนเป็นวันพบญาติ จะมีการตั้งเวที มีดนตรี จัดอาหารเลี้ยงกัน ทำให้บริเวณถนนริมโขง ตั้งแต่หน้าสามแยก สภ.เชียงแสน ยาวไปถึงหน้าวัดปงสนุก เต็มไปด้วยพวกพี่น้องชนเผ่า ซึ่งครั้งนี้จะเป็นการพบกันของชนเผ่าอิ่วเมี่ยน ครั้ง 7 นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกดี

“ตอนที่ชาวชนเผ่าฝั่งไทยเห็นญาติของตนที่นั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงมาจอดเทียบฝั่งแล้วก้าวขึ้นท่า จะตะโกนเรียกเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก ซึ่งได้กำหนดเอาวันงานมหาสงกรานต์เมืองเชียงแสน เป็นวันนัดรวมญาตินัดหมายมาพบกัน จากนั้นก็จะพากันไปดูการแข่งขันเรือ 30 ฝีพาย และการประกวดเทพีสงกรานต์เมืองเชียงแสน ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ”พ.ต.ท.จีรศักดิ์ กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

เจาะ 5 โรคหน้าร้อน เตรียมรับมือก่อนสงกรานต์ เตือน คนไทยต้องระวัง!

ในช่วงเดือนเมษายนแบบนี้ หลายๆ คนคงกำลังคิดถึงวันหยุดยาวประจำปี นั่นคือ “วันสงกรานต์” ซึ่งนับว่าเป็นการเปิดศักราชใหม่ของไทย คนส่วนใหญ่มักจะสนุกเพลิดเพลินกับการสาดน้ำคลายร้อน ในปีนี้ได้หยุดยาวติดต่อกันถึง 5 วัน คนกลุ่มหนึ่งคงเดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้โอกาสนี้ในการทำกิจกรรมกับครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น การรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ หรือทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิต“วันสงกรานต์” ซึ่งนับว่าเป็นการเปิดศักราชใหม่ของไทย หลายคนมักจะสนุกเพลิดเพลินกับการสาดน้ำคลายร้อน

ก่อนที่ทุกคนจะไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานนั้น ทางทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปรู้จัก 5 โรคสำคัญ ที่ต้องระวังในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากปี 59 อุณหภูมิพุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับความแปรปรวนของอากาศ บางพื้นที่อาจมีอากาศร้อนสลับกับฝนตก ฉะนั้นใครที่ออกไปเล่นสาดน้ำประแป้ง ลองเช็กสุขภาพของตนเองซะหน่อยว่า คุณกำลังเป็นโรคเหล่านี้อยู่รึเปล่า?

เริ่มต้นด้วย โรคไข้หวัดใหญ่ ขณะนี้พบผู้ป่วยแล้วจำนวนกว่า 36,823 ราย เสียชีวิต 2 ราย อาการจะเริ่มจากมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดศีรษะ อ่อนเพลียมาก เบื่ออาหาร คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆ ไอแห้งๆ โดยในเด็กอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการจะไม่รุนแรง ทั้งนี้อาการจะทุเลาลงภายใน 5-7 วัน แต่บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม หลอดลมอักเสบ หอบ หายใจลำบาก ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ การป้องกันโรคดังกล่าว ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รักษาอุณหภูมิของร่างกายให้เหมาะสม และสวมใส่เสื้อผ้าให้พอเหมาะกับสภาพอากาศ

ถัดมาคือ โรคไข้เลือดออก ซึ่งเป็นโรคที่ระบาดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี พบผู้ป่วยแล้วกว่า 13,411 ราย เสียชีวิต 8 ราย พบได้ทั้งในกลุ่มเด็กและผู้ใหญ่ โดยจะมี ไข้สูงลอยประมาณ 2-7 วัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตัว เบื่ออาหาร ปวดจุกแน่นท้อง อาจมีเลือดกำเดา หรือจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ ป้องกันไม่ให้ยุงกัด ควรสวมเสื้อผ้ามิดชิดเพื่อป้องกันยุงกัด ทายากันยุง เก็บบ้านให้ปลอดโปร่ง รวมถึงปิดที่เก็บน้ำให้มิดชิดเพื่อป้องกันยุงลายวางไข่ยุงลาย พาหะนำโรคไข้เลือดออก

ต่อด้วย โรคระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ โรคอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วง ในช่วงเทศกาลแบบนี้หลายคนคงไม่พลาดงานปาร์ตี้หรือเลี้ยงฉลอง จึงควรระมัดระวังเรื่องของอาหารการกินเป็นพิเศษ เนื่องจากหน้าร้อนเชื้อโรคในอาหารจะเจริญเติบโตรวดเร็ว ควรเลี่ยงอาหารที่สุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ ก้อยดิบ รวมถึงอาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ เลือกกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ สำหรับอาหารเหลือค้างคืนต้องเก็บแช่ตู้เย็นและนำมาอุ่นก่อนกิน หากมีกลิ่นผิดปกติไม่ควรกินเด็ดขาด ผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระ ปวดหัว คอแห้งกระหายน้ำ และอาจมีไข้ การช่วยเหลือเบื้องต้นคือ ให้สารละลายเกลือแร่โออาร์เอส หรืออาหารเหลวมากกว่าปกติ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ ที่สำคัญควรยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”โรคอาหารเป็นพิษ โรคที่คนไทยนิยมเป็นกันจำนวนมากในหน้าร้อน

อีกโรคที่หลายๆ คนคงกังวลเป็นอย่างมากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นั่นคือ โรคปอดบวม พบผู้ป่วยจำนวน 55,409 เสียชีวิต 72 ราย ผู้ป่วยจะเริ่มต้นด้วยอาการไข้ ไอจาม มีน้ำมูก เจ็บคอ หากไม่รักษาจะเริ่มหายใจเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว อ่อนเพลีย และอาจอาเจียน หากพบลักษณะอาการเช่นนี้ผู้ป่วยควรรีบปรึกษาแพทย์ พร้อมทั้งดูแลร่างกายของตนเองด้วยการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และที่สำคัญควรล้างมือบ่อยๆ

ต่อกันด้วยโรคสุดท้าย ที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ คือ ฮีตสโตรก หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า โรคลมแดด ซึ่งเป็นภาวะวิกฤติที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนในร่างกาย อาการที่พบ ได้แก่ ปวดศีรษะ หน้ามืด เพ้อ ชัก ไม่รู้สึกตัว หายใจเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรืออาจจะช็อก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจถึงขั้นเสียชีวิต ควรสวมเสื้อผ้าสีอ่อนที่ระบายความร้อนได้ดี เลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ เพื่อชดเชยการเสียน้ำในร่างกายโรคลมแดด ซึ่งเป็นภาวะวิกฤติที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนในร่างกาย

หากพบอาการผิดปกติตามลักษณะของโรคข้างต้น ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน ก่อนที่เทศกาลแห่งความสุข จะไม่ได้นำความสุขที่แท้จริงมาให้ เพราะร่างกายเป็นสิ่งเดียวที่ต่อให้เรามีเงินมากมาย แต่ก็ไม่สามารถซื้อหรือซ่อมแซมให้กลับมาใช้อย่างเดิมได้ ฉะนั้นหมั่นดูแลและตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อเฝ้าระวังและป้องกัน กรณีหากพบโรคร้าย จะได้รักษาได้ทันท่วงทีบรรยากาศเทศกาลสงกรานต์สนุกสนานครึกครื้น แต่อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วย

ในช่วงวันหยุดยาว 5 วัน นอกจากจะเพลิดเพลินกับการเที่ยวแล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพทั้งตัวเรา รวมถึงคนรอบข้างด้วยเช่นกัน

ข้อมูลจาก : สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ที่มา>>>Thairath

กาชาด ชวนคนไทยร่วมบริจาคเลือดสำรอง ช่วงเทศกาลสงกรานต์

สภากาชาด

สภากาชาดไทย ชวนคนไทยร่วมบริจาคโลหิต ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เผย รพ.ต้องการใช้เลือดเพิ่มเท่าตัว เนื่องจากมีการเดินทางจำนวนมาก-เสี่ยงอุบัติเหตุ …

วันที่ 11 เม.ย.59 พญ.อุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงที่มีความต้องการใช้โลหิตมากกว่าช่วงปกติถึงเท่าตัว เนื่องจากมีการเดินทางจำนวนมาก ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ป่วยโรคอื่นที่ต้องใช้โลหิตในการรักษาอีกจำนวนมาก ซึ่งศูนย์บริการโลหิตฯ จำเป็นต้องรับบริจาคเลือดให้ได้วันละ 2,000 ยูนิต และต้องสำรองเลือดในคลังอีก 3,000 ยูนิต จึงขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมกันบริจาคโลหิตในโครงการ “แล้งนี้ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต” ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.นี้ ที่ศูนย์บริการโลหิตฯ ถนนอังรีดูนังต์ โดยวันที่ 11 เม.ย. เวลา 08.00-16.30 น. วันที่ 12 เม.ย. เวลา 07.30-19.30 น. และวันที่ 13 -17 เม.ย. เวลา 08.30-15.30 น.ทั้งนี้ ผู้บริจาคโลหิตในโครงการฯ จะได้รับเสื้อยืด “Give Blood for MOM” เป็นที่ระลึกด้วย สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต ศูนย์บริการโลหิตฯ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2256-4300, 0-2263-9600-99 ต่อ 1101

ที่มา>>>Thairath

ยิงถล่มรถ อดีต ปธ.สมาคมยูนาน พรุน! รอดปาฏิหาริย์

คนร้ายขับปิกอัพปาดหน้า จอดรถขวาง ก่อนยิงถล่มรถ อดีตประธานสมาคมยูนานอ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย ขณะขับออกจากบ้าน กระสุนทะลุกระจกหน้าออกกระจกหลัง เจ้าตัวรอดปาฏิหาริย์…

เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 10 เม.ย.59 พ.ต.ต.วีรพล สำราญใจ สว.สอบสวน สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกัน ที่หมู่บ้านเพชรยนต์ 2 หมู่ 2 ต.แม่สาย จ.เชียงราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วยชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งเชฟโรเลตสีดำ ทะเบียน กพ 3102 เชียงราย จอดอยู่ริมถนนหน้าปากซอยเข้าหมู่บ้าน มีนายนิกรณ์ มาสกุล อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 8 ต.แม่สาย อดีตประธานสมาคมยูนาน ยืนคอยเจ้าหน้าที่อยู่ข้างรถ ด้วยท่าทีตกใจจากการตรวจสอบพบที่กระจกหน้ารถ พบรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 5 นัด กระสุนปืนทะลุกระจกหลัง และที่หลังคารถ 2 นัด บริเวณที่เกิดเหตุไม่พบปลอกกระสุนตก แต่ห่างไปประมาณ 100 เมตร พบรอยกระสุนจำนวน 1 รอย ที่รั้วบ้านของชาวบ้าน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนิกรณ์ ให้การว่า ได้ขับรถยนต์ออกมาจากบ้านมาตามลำพังเพียงคนเดียว เมื่อพ้นปากซอยหมู่บ้าน ได้มีรถปิกอัพแบบแคปสีเทา ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ขับเข้าจอดขวางหน้า จากนั้นคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด เปิดฉากยิงรัวใส่หน้ารถ กระสุนเข้าที่กระจกด้านหน้าตรงคนขับ ทะลุกระจกหลัง 5 นัด และหลังคารถอีก 2 นัด ส่วนนายนิกรณ์ ได้ก้มหัวหลบทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ หลังยิงเสร็จคนร้ายได้ขับรถยนต์หลบหนีหายไป เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากนายนิกรณ์ระบุว่า ไม่เคยมีเรื่องโกรธแค้นกับใคร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้เรียกมาทำการสอบปากคำอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

สิบล้อแหกโค้ง 100 ศพ สังขละบุรี เจ็บ 3 ราย คาดไม่ชินทาง

รถบรรทุกสิบล้อ แหกโค้งเนินยาว หรือโค้งที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า โค้ง 100 ศพอ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พลิกคว่ำ มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย เสาไฟฟ้าหัก 1 ต้น คาดคนขับไม่ชินทาง …

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 10 เม.ย. 59 พ.ต.ท.บุรี ภุมรินทร์ ร้อยเวร สภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งว่ามีรถบรรทุกสิบล้อแหกโค้งเนินยาว หรือโค้งที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า โค้ง 100 ศพ มีผู้บาดเจ็บหลายราย หลักกิโลเมตรที่ 65-66 ถนน ทองผาภูมิ-สังขละบุรี พื้นที่หมู่ 1 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-1604 กำแพงเพชร จอดอยู่ข้างทางสภาพพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า ข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนรอคันรถ มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ชาย 1 หญิง 2 รายร้องขอความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังพบเสาไฟฟ้าหัก 1 ต้น ทำให้ไฟฟ้าทั้งอำเภอสังขละบุรี ดับประมาณ 1 ชั่วโมง ปิดการจราจรชั่วคราว รถติดประมาณ 4 กิโลเมตร

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวมี นายวิษณุ จัมมา อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 116 หมู่ 2 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เป็นผู้ขับ และได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลหน้าอก แผลขาขวา โดยมีนางสาวเปรมฤมาศ ดอกสวน อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 116 หมู่ 2 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง บาดเจ็บที่สะโพก แผลแขนด้านซ้าย และ นางประนอม แจ่มใส อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 18 หมู่ 2 ต.เกาะสำโรง อ.เมืองกาญจนบุรี นั่งรถคันดังกล่าวมาด้วยจากการสอบสวน ทราบว่า รถบรรทุกคันดังกล่าว ขับมาถึงที่เกิดเหตุ เป็นทางลงเขาโค้งลาดชัน และมีระยะทางทอดยาวกว่า 3 กิโลเมตร เปลี่ยนเกียร์รถไม่ทัน และได้เหยียบเบรกมาตลอดทางจนเบรกไหม้ ไม่สามารถบังคับรถไว้ได้ ตกลงเขาวิ่งชนแท่นแบริเออร์ปูนขอบทางและชนเสาไฟฟ้าข้างทางจนรถเสียหลักหลุดลงข้างทางพลิกคว่ำ ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากคนขับไม่ชินกับเส้นทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายดำเนินคดีต่อไป.

(ภาพจาก:สมชายการค้าสังขละบุรี)

ที่มา>>>Thairath

รองผู้การฯ โคราช แนะเส้นทางเลี่ยง หนีรถติด ถ.มิตรภาพ

รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา แนะใช้เส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดบนถนนมิตรภาพหลังประชาชนแห่เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปเที่ยวสงกรานต์

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.59 พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา รับผิดชอบงานจราจร ได้แนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดบนถนนมิตรภาพในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ โดยได้แนะนำ 5 เส้นทางเลี่ยงถนนมิตรภาพมุ่งสู่จังหวัดทางภาคอีสานดังนี้ เส้นทางเลี่ยงการจราจรถนนมิตรภาพสู่ภาคอีสานตอนบน 4 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางเลี่ยงที่ 1 ใช้เส้นทางสาย 21 ผ่านจังหวัดสระบุรี – ม่วงค่อม – ลำสนธิ – บำเหน็จณรงค์ – ชัยภูมิ

แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ว่า-ผู้การตำรวจโคราช ตรวจจุดบริการประชาชน ที่บ้านคอกวัวถนนมิตรภาพบายพาสมุ่งหน้าไป จ.ขอนแก่นส่วนเส้นทางเลี่ยงที่ 2 ใช้เส้นทางสาย 21 ผ่านจังหวัดสระบุรี – ม่วงค่อม – ท่าหลวง – ด่านขุนทด – หนองบัวโคก – ชัยภูมิ , เส้นทางเลี่ยงที่ 3 ใช้เส้นทางถนนมิตรภาพจากจังหวัดสระบุรี เลี้ยวซ้ายเข้าแก่งคอย – วังม่วง – ด่านขุนทด – ชัยภูมิ และ เส้นทางเลี่ยงที่ 4 ใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดสระบุรี – ปากช่อง – สีคิ้ว – ด่านขุนทด – พระทองคำ – โคกสี – แวงน้อย – อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่นสำหรับเส้นทางเลี่ยงการจราจรถนนมิตรภาพสู่ภาคอีสานล่าง ใช้เส้นทางอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี – บ้านนา – นครนายก – กบินทร์บุรี – สระแก้ว – ตาพระยา – ปะคำ – นางรอง – มุ่งสู่จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ที่จะเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ควรศึกษาเส้นทางการเดินทางอย่างละเอียด โดยเฉพาะเส้นทางเลี่ยงถนนสายหลัก และปริมาณรถสะสมบนถนนมิตรภาพก่อนที่จะออกเดินทาง ทั้งนี้เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลาในการเดินทาง

ที่มา>>>Thairath

เชิญร่วมชมประติมากรรมเหล็กกล้าฝีมือศิลปินไทย ก่อนผลงานลัดฟ้าสู่นิวยอร์ก

ผลงานประติมากรรมที่มีรากฐานมาจากโขนและวรรณคดีไทยโบราณ แต่ใช้เทคนิคสมัยใหม่ในการใช้โลหะ บิด ดัด เชื่อมต่อ จนมีรูปร่างอ่อนช้อยตามใจนึก เป็นเทคนิคที่คิดค้นขึ้นโดยศิลปินที่ชื่อ บรรเจิด เหล็กคง ศิลปินชาวไทยที่ผลิตผลงานคุณภาพไว้มากมาย และล่าสุดที่ผลงานของเขากำลังจะถูกนำไปจัดแสดงไกลถึงใจกลางมหานครนิวยอร์ก

ศิลปะการใช้เหล็กของ คุณบรรเจิด เหล็กคง เกิดจากการใช้ศาสตร์และศิลป์ในการประยุกต์นำเอาเศษโลหะอย่างเช่น ชิ้นนอต สกรู เหล็ก เฟือง และลูกปืน นำมาสร้างคุณค่าและความหมายใหม่ ให้เป็นมากกว่าแค่งานประติมากรรมเหล็กธรรมดา แต่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของความเป็นไทย ซึ่งนอกจากจะมีความสวยงามในสายตาคนทั่วไปแล้วยังมีคุณค่าทางศิลปะอีกด้วยความยากในงานประติมากรรมจากเหล็ก คือการนำเหล็กที่แข็งแกร่งมาทำให้อ่อนช้อย และการควบคุมองค์ประกอบทั้งหลายภายใต้การใช้สีของโลหะเพียงสีเดียว ศิลปินจึงใช้วิธีการขับเน้นสีหน้า ท่าทาง และบุคลิกในการสื่ออารมณ์ โดยผ่านการสเกตช์นับครั้งไม่ถ้วน จนมีสีหน้าท่าทางที่สามารถมองออกตั้งแต่แรกเห็น เช่น ผลงานชิ้นที่ชื่อว่า หนุมาน หาวเป็นดาวเป็นเดือน ที่แสดงถึงความมีอิทธิฤทธิ์มากมายของหนุมาน ผลงานชิ้นนี้นำเสนอออกมาได้อย่างเหนือชั้น โดยตัวศิลปินใช้วิธีร้อยดวงดาวแต่ละดวงไว้ด้วยเส้นเหล็กโค้งมน จนมีความสวยงามน่ามอง ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพเหล่านี้ จึงทำให้คุณบรรเจิด เหล็กคง เป็นที่สนใจในแวดวงศิลปะต่างชาติ และถูกเชิญไปจัดแสดงผลงานที่ Agora Gallery หนึ่งใน
แกลเลอรี่ศิลปะร่วมสมัยที่ดีที่สุดในนิวยอร์กในโอกาสนี้ สิงห์ปาร์คเชียงราย จึงเปิดโอกาสให้ผู้คนที่สนใจมาร่วมเป็นสักขีพยานให้กับความสำเร็จของศิลปินไทยที่มีผลงานมาตรฐานระดับโลก โดยจัดงานแสดงผลงานของคุณบรรเจิด เหล็กคง ทั้ง 15 ชิ้น 
ให้คนไทยได้ชมก่อนผลงานเหล่านี้ลัดฟ้าสู่นิวยอร์ก ในวันที่ 11-12 เมษายน 2559 ที่ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 สยามพารากอน ภายในงานคุณสามารถเดินชมผลงานที่น่าทึ่ง และถ่ายรูปคู่กับผลงานได้อย่างใกล้ชิด ที่สำคัญโอกาสพิเศษอย่างนี้จัดขึ้นเพียงสองวันเท่านั้น หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบศิลปะดีๆ จากฝีมือคนไทย ห้ามพลาดเด็ดขาด!

ที่มา>>>Thairath

โจ๋เมืองนนท์ ดวลปืนวัยรุ่นปทุมฯ หน้าผับ เหตุไม่พอใจมองหน้า

ตำรวจเมืองนนท์ ปิดถนนสกัดจับวัยรุ่น หลังรับแจ้งเหตุยิงกันหน้าร้านอาหารกึ่งผับ รวบตัวได้ 3 คน เผย ถูกดักทำร้ายเหตุมองหน้า ก่อนคว้าปืนดวลกัน

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 8 เม.ย.59 ร.ต.ท.สัญญา โพธารส รอง สว.สส.สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งมีกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันบริเวณหน้าร้านอาหารกึ่งผับ ย่านถนนนครอินทร์ หมู่ 9 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังตำรวจสายตรวจ ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสามารถควบคุมตัว นายอ้น (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ลูกจ้างร้านทำเบาะ ชาว อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ขณะพยายามจะหลบหนีพร้อมปืนปากกา ส่วนคู่กรณีขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี เจ้าหน้าที่วิทยุสกัดจับกุมได้บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันย่าน ถนนนนทบุรี 1 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี พร้อมของกลางปืนไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก มีด 1 เล่ม ทราบชื่อ นายหนุ่ย (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ชาว อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายก้อง (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ชาว อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ทั้ง 2 คน เป็นนักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ขณะเข้าจับกุมทิ้งอาวุธปืนไปฝั่งตรงข้ามถนน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นจึงตรวจยึดไว้ได้

สอบสวน นายอ้น กล่าวว่า พร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนประมาณ 10 คน มาเที่ยวที่ร้านดังกล่าว มีกลุ่มวัยรุ่นนั่งโต๊ะตรงข้ามมองหน้าหาเรื่อง และขณะที่ออกจากร้านเห็นกลุ่มดังกล่าวยืนดักรออยู่ ก่อนจะชักปืนยิงใส่กลุ่มนายอ้น 1 นัด จึงวิ่งไปหยิบปืนที่ซุกซ่อนไว้ในพุ่มต้นไม้ริมทางข้างร้านดังกล่าวยิงตอบโต้ไป 1 นัด จากนั้นพยายามวิ่งหลบหนีจนถูกเจ้าหน้าที่จับได้

ทางด้าน พ.ต.ท.อดิศร ศรีสุจินต์ รรท.รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนนทบุรี กล่าวว่า ขณะกำลังจะปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่ามีกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกัน หลบหนีมุ่งหน้ามาทางปั๊มน้ำมันที่กำลังปล่อยแถว จึงนำกำลังปิดถนนทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อสกัดจับ นอกจากนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การว่าซื้อปืนมาจากรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้ว ในราคากระบอกละ 1,000-2,000 บาท.

ที่มา>>>Thairath

ตชด.เชียงราย รวบแก๊งยา ยึดไอซ์ลอตใหญ่ 17 โล เฮโรอีนอีก 700 ก.

ตชด.327 จ.เชียงราย ส่งสายล่อซื้อยาเสพติด รวบชาย 1 หญิง 1 พร้อมของกลางไอซ์ 17 กก. เฮโรอีน 2 แท่ง หนัก 700 กรัม ลักลอบขนมาจากชายแดนตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง รอยต่อ อ.แม่สาย…

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 6 เม.ย. 59 พ.ต.ท.ผดุงเกียรติ ปัณฑรนนทกะ หัวหน้าศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติด ตชด.ภาค 3 ควบคุมตัวนายชาติชาย ใจแปง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ที่ 6 ต.โป่งงาม อ.แม่สาย และนางหมีชู อายิ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 14 ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง มายังค่ายร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 327 อ.แม่จัน จ.เชียงราย พร้อมยาไอซ์ 17 กก. และเฮโรอีน 2 แท่ง น้ำหนัก 700 กรัม ทำการสอบสวนเบื้องต้นและบันทึกการจับกุม

สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 เม.ย.59 ได้สืบทราบว่ามีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบขนยาเสพติดจากชายแดนตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง รอยต่อ อ.แม่สาย เข้ามาส่งให้เอเย่นต์บ่อยครั้ง จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการล่อซื้อ โดยมีเจ้าหน้าที่แอบซุ่มบริเวณรอบปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านสันกอง ต.ห้วยไร่ อ.แม่จัน จนกระทั่งนายชาติชาย ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำขาว ทะเบียน คกข 655-เชียงราย มีนางหมีชู นั่งซ้อนท้าย ถือถุงปุ๋ยใส่ยาไอซ์ 17 กิโลกรัม และเฮโรอีน 2 แท่ง น้ำหนัก 700 กรัม มาส่งของตามนัด จนทั้งสองถูกจับกุมในที่สุด

ก่อนนำตัวนายชาติชาย ไปตรวจค้นบ้านที่ ต.โป่งงาม อ.แม่สาย ส่วนนางหมีชู ไปค้นบ้านที่ ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่จัน ดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath