ร้านซาลาเปาดัง แชทถามลูกค้า มึงจะเอากี่ลูกล่ะ-แจงนึกว่าเป็นเพื่อน

 * ร้านซาลาเปาดัง แชทถามลูกค้า มึงจะเอากี่ลูกล่ะ-แจงนึกว่าเป็นเพื่อน *

ร้านซาลาเปา แชตถามลูกค้า

ร้านซาลาเปา แชตถามลูกค้า

วิจารณ์สนั่น ! ร้านซาลาเปาดัง คุยไลน์ถามลูกค้า “มึงจะเอากี่ลูกล่ะ” ล่าสุดแอดมินแจง พนักงานเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเพื่อน-ขอโทษแล้ว

กลายเป็นประเด็นฮือฮาไม่เบา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2559 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sirintip Hung‎ ได้โพสต์ตำหนิไปยังเพจของร้านซาลาเปาเจ้าดัง บอกว่าให้ดูแลพนักงานด้วย พร้อมแคปข้อความแชทไลน์ที่ลูกค้าคุยกับพนักงานเกี่ยวกับเรื่องซื้อซาลาเปา โดยถามไปว่า “กล่องนึงได้กี่ลูกคะ” แล้วดันได้รับข้อความตอบกลับมาว่า “มึงจะเอากี่ลูกล่ะ” ซึ่งโพสต์ดังกล่าว ได้ถูกแชร์กระหน่ำในโลกออนไลน์ และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย เกี่ยวกับพฤติกรรมของพนักงานคนดังกล่าว ที่ปฏิบัติกับลูกค้าไม่เหมาะสม

โดยในเบื้องต้น ทางเพจของร้านซาลาเปา ได้เข้ามาตอบคอมเม้นท์ ขออภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยคาดว่าความผิดพลาดครั้งนี้ น่าจะเกิดจากตัวช่วยสะกดคำ แต่ก็จะส่งเรื่องประสานกับหัวหน้างานให้ต่อไป แต่หลายคนก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าสาเหตุเป็นเพราะเรื่องนั้นจริง จนกระทั่งราว 3 ชั่วโมงต่อมา ทางแอดมินได้มาตอบคอมเม้นท์ชี้แจงอีกครั้ง ระบุว่า จากการสอบถามพนักงาน พนักงานเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเพื่อน ซึ่งทางร้านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้เรียกพนักงานมาอบรม ตักเตือน และขอโทษลูกค้า เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก

เพื่อนสุดอาลัยนักศึกษาเหยื่อเบนซ์ชนดับ 2 ศพ เผยกำลังจะรับปริญญา

 * เพื่อนสุดอาลัยนักศึกษาเหยื่อเบนซ์ชนดับ 2 ศพ เผยกำลังจะรับปริญญา *

ถูกรถเบนซ์ชนไฟไหม้

        จากอุบัติเหตุสุดสลดใจ เมื่อคนขับรถเบนซ์ ซีแอลเอส สีดำ ทะเบียนกรุงเทพ ซิ่งชนเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า สีเทาดำ ทะเบียน ฆย 6911 กรุงเทพ กระทั่งฝ่ายรถฟอร์ดพังยับเกิดไฟลุกท่วม ย่างสดผู้ที่อยู่ในรถเสียชีวิต 2 ราย ทรายชื่อ นายกฤษณะ ถาวร หรือ โต้ง อายุ 32 ปี กับ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย หรือ เบนซ์ ตรวจสอบประวัติทราบว่าทั้งคู่เป็นนิสิตปริญญาโทและปริญญาเอก หลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เหตุเกิดบนถนนพหลโยธินขาออกช่วงหลักกิโลเมตรที่ 52-53 อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ 13 มีนาคม 2559

ล่าสุด วันที่ 15 มีนาคม มีรายงานว่า ทางโครงการสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้แถลงแสดงความเสียใจและไว้อาลัยอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น มีเนื้อหาว่า นายกฤษณะ และ น.ส.ธันฐภัทร์ ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิตบนถนนพหลโยธินขณะเดินทางเข้ามาส่งเอกสารเพื่อขอจบการศึกษา อนึ่ง นายกฤษณะ ได้สอบป้องกันวิทยานิพนธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเป็นว่าที่มหาบัณฑิต ซึ่งจะเข้ารับปริญญาบัตรในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ส่วน น.ส.ธันฐภัทร์ เดินทางมามหาวิทยาลัย เพื่อเตรียมการไปแสวงบุญที่ประเทศอินเดีย ในระหว่างวันที่ 19-29 มีนาคมนี้

“โครงการหลักสูตรฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังครอบครัวกฤษณะ และครอบครัวฮ้อแสงชัย ที่ประสบความสูญเสียบุตรหลานอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ พวกเราชาวครอบครัวสันติศึกษาจะระลึกถึงมิตรภาพ และคุณงามความดีที่พวกเราได้เคยสร้างสันติบารมีร่วมกันตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา และขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญราศีสันติบารมีที่นายกฤษณะ และน.ส.ธันฐภัทร์ ได้บำเพ็ญให้เป็นไปตั้งแต่ต้นมาจนถึงวันนี้ ขอได้โปรดเป็นพลวปัจจัยนำดวงวิญญาณไปสู่สุคติในสัมปรายภพตลอดกาลนิรันดร์ฯ” แถลงการณ์แสดงความอาลัย ระบุ

อ่านเพิ่มเติม เพื่อนสุดอาลัยนักศึกษาเหยื่อเบนซ์ชนดับ 2 ศพ เผยกำลังจะรับปริญญา

พบศพหนุ่มพม่า ถูกตีกะโหลกยุบในดงกระถินป่าละเมาะสมุทรสาคร

ศพพม่า1

ตำรวจ สภ.ย่อยบางน้ำจืด รุดตรวจสอบศพหนุ่มใหญ่ชาวพม่า สภาพถูกตีกะโหลก-โหนกแก้มยุบ คาด ตายมาแล้ว 7 วัน สันนิษฐานอาจมีเรื่องกับกลุ่มเพื่อนจนถูกทำร้ายเสียชีวิต

เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 22 มี.ค. 59 ร.ต.อ.จำนงค์ เนยขำ รอง สว.สส.สภ.ย่อยบางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุพบศพชายในป่าละเมาะด้านข้างแฟคตอรี่เฮ้าส์ ม.6 ต.คอกกระบือ อ.เมืองสมุทรสาคร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร พบศพ นายตินตัน อายุ 44 ปี สัญชาติเมียนมา นอนหงายอยู่ในดงกระถิน สภาพศพถูกตีด้วยของแข็งบริเวณกะโหลกศีรษะและโหนกแก้มซ้ายจนยุบ คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 7 วัน โดยห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร พบหินเปื้อนเลือดพร้อมขวดเบียร์และกระเป๋าสะพายของผู้เสียชีวิตทิ้งอยู่

ศพพม่า2

จนท.ตำรวจกำลังตรวจสอบจุดที่พบศพ หนุ่มใหญ่ชาวพม่า

จากการสอบถามไม่มีใครทราบว่าผู้ตายมาจากที่ใด มีเพียงชาวบ้านที่เข้ามาจับนกเป็นผู้พบศพ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า ผู้ตายอาจมานั่งตกปลา ดื่มเบียร์กับเพื่อนแล้วมีเรื่องกันจนถูกทำร้ายจนเสียชีวิต เบื้องต้น ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร นำศพส่งสถาบันนิติเวช และจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสืบสวนติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

‘พลายบิลลี่’ ตกมันจัด งาทับร่าง ‘ควาญช้าง’ ดับ!

พลายบิลลี่1

พลายบิลลี่” ช้างวัย 25 ปี สวนสัตว์เชียงใหม่ เกิดอาการตกมันหนัก ใช้งาทับร่างควาญช้างที่ตั้งใจพาเข้าคอกกัก จัดเตรียมอาหารให้กิน เสียชีวิตคาที่ ด้าน ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ สั่งเร่งเยียวยาเต็มที่…

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 22 มี.ค. 59 นายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้ออกแถลงการณ์ส่งไปยังสื่อมวลชนในจังหวัดเชียงใหม่ว่า จากกรณีช้างพลายบิลลี่ ช้างตัวผู้อายุ 25 ปี ของสวนสัตว์เชียงใหม่ ทำร้ายควาญช้างจนเสียชีวิตนั้น ขอชี้แจงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.30 น. ของวันอังคารที่ 22 มีนาคม 2559 โดยควาญช้างจำนวน 2 คน ได้ปฏิบัติงานตามปกติในการนำช้างพลายบิลลี่ ซึ่งอยู่ในส่วนแสดงด้านนอกเพื่อเข้าคอกกัก พร้อมทั้งได้จัดเตรียมให้อาหารช้างภายในคอกกัก ปรากฏว่าระหว่างนั้น ช้างพลายบิลลี่ แสดงอาการหงุดหงิดเนื่องจากตกมัน และได้ใช้งาทับร่างของ นายสมศักดิ์ ปันนา จนกระทั่งเสียชีวิต แม้ควาญช้างที่อยู่ในเหตุการณ์จะพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ

พลายบิลลี่2

แถลงการณ์ของสวนสัตว์เชียงใหม่ กรณีช้างพลายบิลลี่

ทั้งนี้ สวนสัตว์เชียงใหม่ยืนยันว่า มีการดูแลช้างและสัตว์ทุกตัวเป็นอย่างดี โดยกรณีของช้างพลายบิลลี่นี้ได้มีอาการตกมันเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้มีการจัดสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะที่การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดทุกอย่าง ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย และเบื้องต้นเชื่อมั่นว่าไม่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดแต่อย่างใด เพราะได้มีการดูแลเกี่ยวกับการคลายความร้อนให้สัตว์ทุกชนิดอยู่แล้วเป็นอย่างดี เหตุการณ์ในครั้งนี้ นายเบญพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการสวนสัตว์ฯ ได้สั่งการให้สวนสัตว์เชียงใหม่เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือพนักงาน (ควาญช้าง) ที่เสียชีวิต และครอบครัวในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์ ปันนา ผู้เสียชีวิต ถือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงช้างมาโดยตลอดระยะเวลา 21 ปี ตลอดชีวิตการทำงานภายในสวนสัตว์เชียงใหม่.

ที่มา>>>Thairath

โพลนิด้า เห็นด้วย ผบ.เหล่าทัพ เป็น ส.ว. สรรหา ช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี

 * โพลนิด้า เห็นด้วย ผบ.เหล่าทัพ เป็น ส.ว. สรรหา ช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี *

นิด้าโพล ส.ว. สรรหา

นิด้าโพล เผย ประชาชนเห็นด้วย ผบ.เหล่าทัพ เป็น ส.ว. สรรหา ช่วงเปลี่ยนผ่านการเมือง 5 ปี เชื่อช่วยแก้ปัญหาประเทศได้

วันที่ 20 มีนาคม 2559 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สรรหา ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี” จากประชาชน 1,250 หน่วยตัวอย่าง และ จำนวน 801 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้ามาเป็น สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สรรหาโดยตำแหน่ง ในช่วงเปลี่ยนผ่านประมาณ 5 ปี โดยผลการสำรวจมีดังนี้

เมื่อถามถึงการให้มี ส.ว. สรรหา มาควบคุม และกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ ในช่วงเปลี่ยนผ่านประมาณ 5 ปี

ร้อยละ 52.08 เห็นด้วย บ้านเมืองจะได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
ร้อยละ 40.64 ไม่เห็นด้วย เพราะ ส.ว. ควรมาจากการเลือกตั้งของประชาชนและระยะเวลา 5 ปีนานเกินไป

เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อการให้ คสช. เข้ามาเป็น ส.ว. สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่านประมาณ 5 ปี

ร้อยละ 51.36 เห็นด้วย เพราะดูจากผลงานที่ผ่านมาของ คสช. ทำงานได้ดี
ร้อยละ 44.64 ไม่เห็นด้วย ส.ว. ควรมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่อยากให้ คสช. มีอำนาจทางการเมืองเพราะจะเป็นการสืบทอดอำนาจ

เมื่อถามความคิดเห็นต่อการให้ สนช. บางส่วน เข้ามาเป็น ส.ว. สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่านประมาณ 5 ปี

ร้อยละ 53.76 เห็นด้วย หลายคนมีความรู้ความสามารถด้านกฎหมายจะได้ช่วยกันปรับปรุงการทำงาน
ร้อยละ 36.72 ไม่เห็นด้วย ไม่ต้องการให้คนที่ออกกฎหมายมาเป็นคนตรวจสอบกฎหมายเอง

เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อการให้ สปท. บางส่วน เข้ามาเป็น ส.ว. สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่านประมาณ 5 ปี

ร้อยละ 54.80 เห็นด้วย ดูจากการทำงานที่ผ่านมาหลายคนสามารถเป็น ส.ว. ได้
ร้อยละ 36.16 ไม่เห็นด้วย อยากให้เปลี่ยนชุดใหม่เพื่อไม่ให้ดูเป็นการสืบทอดอำนาจ

เมื่อถามความคิดเห็น การแต่งตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้ามาเป็น ส.ว. สรรหาโดยตำแหน่ง ในช่วงเปลี่ยนผ่านประมาณ 5 ปี

ร้อยละ 49.3 เห็นด้วย ทำให้ ส.ว. สรรหาที่เข้ามีความหลากหลายทางอาชีพ จะได้เข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาของประเทศ
ร้อยละ 42.07 ไม่เห็นด้วย มองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจของทหาร อาศัยระบบพวกพ้อง อาจเกิดปัญหาขัดแย้ง

ข้อมูลจาก สำนักข่าว INN

จตุพร ฟันธง นายกฯ คนนอกหนีไม่พ้น บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม

 * จตุพร ฟันธง นายกฯ คนนอกหนีไม่พ้น บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม *

จตุพร ฟันธง

จตุพร พรหมพันธุ์ ฟันธง นายกฯ คนนอก หนีไม่พ้น ประยุทธ์ จันทร์โอชาประวิตร วงษ์สุวรรณ เชื่อ ส.ว. สรรหา เป็นพรรคการเมืองของทหาร มีอำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำให้รัฐบาลไม่มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน

วันนี้ (19 มีนาคม 2559) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวถึงกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กับ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่เป็นนายกรัฐมนตรีคนนอกว่า ไม่เชื่อ ประกอบกับ นายถาวร เสนเนียม และ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำ กปปส. สนับสนุนที่มานายกรัฐมนตรีคนนอก โดยใช้เสียงจาก ส.ส. จำนวน 3 ใน 5 ย่อมเป็นการแสดงจุดยืนทางการเมืองของ กปปส. ได้ชัดเจนว่า ไม่ต้องการประชาธิปไตย และเลือกยืนข้างนายกรัฐมนตรีคนนอก

ทั้งนี้ ประธาน นปช. ยังระบุถึง การแต่งตั้ง ส.ว. 250 คน ว่า เป็นพรรคการเมืองของทหาร ให้มีอำนาจอภิปรายลงมติไม่ไว้วางใจ สามารถปลดนายกรัฐมนตรีได้รวมถึงการกำหนด 6 ตำแหน่ง จาก ผบ.เหล่าทัพ ว่าจะทำให้ รัฐบาลใหม่ สั่งการไม่ได้ และเชื่อว่า หาก มี ส.ว. แต่งตั้ง 250 คน จริง ก็น่าจะมีการตั้งปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็น ส.ว. ด้วยอีกจำนวนมาก ดังนั้นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีแทบไม่มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินได้เลย เพราะสั่งการข้าราชการไม่ได้ หากสั่งการก็อาจถูกปลดด้วยการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นเขตละ 3 คน แต่กาบัตรเลือกตั้งได้คนเดียว ย่อมเป็นการช่วยพรรคขนาดเล็กให้มีที่นั่งในสภาอันเป็นเป้าหมายชัดเจน

ทั้งนี้ นายจตุพร กล่าวว่า บทบาทการร่างรัฐธรรมนูญของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. จึงเป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง เพราะถ้า กรธ. ร่างไม่เสร็จภายใน 180 วัน ต้องขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2557 แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 เมื่อกรกฎาคม 2558 หรือลาออกก่อนกำหนด ย่อมสะท้อนว่า ต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมด ดังนั้น ข้อเสนอ 3 ข้อ ของ คสช. จึงมีเป้าประสงค์ชัดเจนว่าต้องการให้เกิดเรื่อง แล้วทำให้การร่างรัฐธรรมนูญที่ทำมาต้องยุติลงไปทันที

ข้อมูลจาก สำนักข่าว INN

คนนับหมื่นไหว้หลวงพ่อเปิ่น เจ้าของลายสักเสือเผ่น จนต้องใช้สายยางฉีดน้ำมนต์

 * คนนับหมื่นไหว้หลวงพ่อเปิ่น เจ้าของลายสักเสือเผ่น จนต้องใช้สายยางฉีดน้ำมนต์ *

หลวงพ่อเปิ่น

หลวงพ่อเปิ่น

คนนับหมื่นร่วมแสดงพลังแห่งศรัทธา ร่วมสักการะหลวงพ่อเปิ่น ที่วัดบางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จนต้องใช้สายยางแรงดันสูง ฉีดน้ำมนต์ให้ลูกศิษย์

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2559 แม้ว่าหลวงพ่อเปิ่น เจ้าของตำนานสักเสือเผ่น จะละสังขารไปกว่า 14 ปี แต่ก็ยังมีประชาชนมากมายที่ยังคงศรัทธาในตัวหลวงพ่อ โดยเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2559 วัดบางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้มีการจัดพิธีไหว้ครูหลวงพ่อเปิ่นขึ้น และได้มีการทำพิธีบวงสรวงพรหม เทพยดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ และในคืนก่อไหว้ครู พระที่ทำหน้าที่สักยันต์ รวมถึงลูกศิษย์ที่ครอบครูสักยันต์ ต้องนั่งสักยันต์กันตั้งแต่เช้าวันศุกร์ บางคนสักไปถึงรุ่งเช้าวันเสาร์ และยิ่งใกล้ถึงเวลาทำพิธี คนก็ยิ่งแห่เข้ามาเต็มลานวัดมากขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วงพิธี ผู้ที่สักยันต์ชนิดใดก็มักจะเกิดอาการของขึ้น แสดงท่าทางตามสัตว์ชนิดนั้น เช่น ผู้ที่สักรูปเสือเผ่น ก็จะวิ่งกระโจนหน้าพิธี หรือผู้ที่สักรูปหนุมาน ก็จะกระโดดโลดเต้น ผู้ที่สักรูปหมูป่าก็แผดเสียงก้อง บางคนก็ทำท่าทางเดินกระย่องเหมือนฤาษี ซึ่งทางวัดก็ได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้ช่วยแก้คนที่ของขึ้น คือการใช้ 2 มือตบที่หูเบา ๆ หรือใช้มือลูบหน้าตรงจมูก หรือยกขาให้สูงกว่าตัว นอกจากนี้ ในงานยังมีการใช้สายน้ำแรงดันสูง ฉีดน้ำมนต์ประพรมผู้ศรัทธาอย่างล้นหลาม บางคนก็รุมแย่งตักน้ำมนต์ขึ้นมาจากถังเพื่อมาอาบตัวเอง

พระอุดมพระชานาถ หรือ หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ เป็นพระเกจิชื่อดัง ที่มีชื่อเสียงด้านการลงเลขอักขระและการสักยันต์ โดยเฉพาะการสักยันต์เสือเผ่น ซึ่งท่านได้ละสังขารที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2545 สิริรวมอายุ 79 ปี 54 พรรษา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Smartz Man‎
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
now26.tv

สมเด็จพระเทพฯ เปี่ยมเมตตา พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตเดินไม่ได้

 * สมเด็จพระเทพฯ เปี่ยมเมตตา พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตเดินไม่ได้ *

พระเทพ มอบปริญญาบัตร

ชมภาพประทับใจ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระราชทานปริญญาบัตรด้านล่างที่ประทับ ให้แก่บัณฑิตที่ตั้งครรภ์ รวมไปถึงบัณฑิตที่ไม่สามารถเดินได้

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร เรามักจะได้เห็นภาพสุดซาบซึ้งใจ ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระเมตตาให้ความสำคัญกับบัณฑิตใหม่ที่ไม่สามารถเดินได้ รวมไปถึงบัณฑิตที่ตั้งครรภ์ เป็นกรณีพิเศษ สร้างความทราบซึ้งใจให้พสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง

พระเทพ มอบปริญญาบัตร

และเช่นเดียวกันในปีนี้ (2559) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการ ศึกษา 2557-2558 จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งสมเด็จพระเทพฯ ทรงพระราชทานปริญญาบัตรด้านล่างเป็นกรณีพิเศษ แก่บัณฑิตใหม่ที่ตั้งครรภ์ และบัณฑิตที่ไม่สามารถเดินได้ ถือเป็นพระเมตตาที่เปี่ยมล้นเป็นอย่างมาก

ภาพและข้อมูลจาก เรารัก สมเด็จพระเทพ ฯ : Our Beloved Princess Maha Chakri Sirindhorn

ตะลึง ! ภาพแผนที่ป่าไม้ไทย อดีต-ปัจจุบัน สุดใจหายพื้นที่ป่าลดกว่าครึ่ง

 * ตะลึง ! ภาพแผนที่ป่าไม้ไทย อดีต-ปัจจุบัน สุดใจหายพื้นที่ป่าลดกว่าครึ่ง *

ภาพแผนที่ป่าไม้ไทย

ตะลึง ! เปิดภาพแผนที่ป่าไม้ประเทศไทย เทียบอดีตจนถึงปัจจุบัน พื้นที่ป่าหายไปกว่าครึ่ง

วันที่ 18 มีนาคม 2559 มีรายงานที่สร้างความตกตะลึงและความตระหนักถึงวิกฤตด้านทรัพยากรป่าไม้ของไทย ให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็นไปตาม ๆ กัน สำหรับภาพแสดงพื้นที่ป่าไม้ในอดีตเมื่อเทียบกับยุคปัจจุบัน ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพื้นที่สีเขียวในประเทศไทยนั้นลดหายไปมากกว่าครึ่ง เมื่อเทียบจากอดีตเมื่อ 10 กว่าปีก่อน

โดยหากย้อนกลับไปดูภาพจากอดีต ในแผนที่แสดงป่าไม้ เมื่อปี 2506 พบว่าประเทศไทยนั้นอุดมไปด้วยพื้นที่สีเขียวของป่าไม้อยู่ในทั่วทุกภูมิภาค แต่เมื่อเทียบกับแผนที่แสดงป่าไม้ที่ใช้กันในปัจจุบัน พบว่าพื้นที่ป่านั้นได้ลดลงอย่างน่าใจหาย มีเพียงภาคเหนือและตะวันตกเท่านั้นที่ยังคงมีพื้นที่สีเขียวให้เห็นมากที่สุด

อนึ่ง ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่านั้น สืบเนื่องมาจากปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าที่ยังคงกระจายอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศ การแผ้วถางเพื่อการเกษตร การครอบครองพื้นที่ป่าเพื่ออยู่อาศัยและทำกิน ทั้งยังมีปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรอีกด้วย
ภาพและข้อมูลจาก isoc04.go.th, forest.go.th, gisthai.org, ทวิตเตอร์ @beaver_ch5

สอบปากคำ คนขับเบนซ์ชนรถ 2 นิสิต ป.โท แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท

 * สอบปากคำ คนขับเบนซ์ชนรถ 2 นิสิต ป.โท แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท *

สอบปากคำ คนขับเบนซ์

ตำรวจสอบปากคำ คนขับเบนซ์ชนรถ 2 นิสิตปริญญาโท พร้อมแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท ด้านแม่เหยื่อเผย ทำไมต้องขับรถมาชน ทั้งที่ฝ่ายนี้ขับรถช้ามาก

วันนี้ (17 มีนาคม 2559) พ.ต.ท. สมศักดิ์ พลพันขาง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.พระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยความคืบหน้ากรณีรถเบนซ์ชนท้ายรถฟอร์ด เป็นผลให้ 2 นักศึกษาปริญญาโท เสียชีวิต โดยระบุว่าในวันนี้ (17 มีนาคม) เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางไปสอบปากคำ นายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี ผู้ขับขี่รถเบนซ์คันดังกล่าวเป็นครั้งแรก ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำ พบว่าเจ้าตัวยังไม่ให้การอะไร ต้องรอให้นายเจนภพอาการดีขึ้นก่อนจึงจะไปสอบสวนโดยละเอียดอีกครั้ง

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหานายเจนภพ เบื้องต้น 1 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธหรือไม่ อย่างไร ก็จะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

ส่วนเรื่องของการที่รถเบนซ์ใช้ความเร็วจนพุ่งชนรถยนต์ฟอร์ดของ 2 นิสิตปริญญาโทจนกระเด็นนั้น ยังไม่สามารถชี้ได้ว่าเกิดจากอะไร และผลการชันสูตรก็ยังไม่ได้มีการสรุปว่าเสียชีวิตจากการชน หรือถูกไฟคลอกเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กำลังประสานกับเจ้าของคลิปวิดีโอที่แสดงเหตุการณ์นาทีที่รถของทั้ง 2 ฝ่ายพุ่งชนกัน เพื่อให้เป็นพยานต่อไป

อ่านเพิ่มเติม สอบปากคำ คนขับเบนซ์ชนรถ 2 นิสิต ป.โท แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท