9 ยารักษาโรคที่ต้องพกติดตัวยามเที่ยวหน้าหนาว

9 ยารักษาโรคที่ต้องพกติดตัวยามเที่ยวหน้าหนาว

ไปเที่ยวหน้าหนาวทั้งที หอบเสื้อผ้า พร็อพต่างๆ แล้ว ก็อย่าลืมพกยารักษาโรคไปด้วยนะคะ เพราะหากเป็นอะไรที่ต่างที่ต่างถิ่น โดยเฉพาะหนีร้อนไปเพิ่งหนาวที่ต่างประเทศขึ้นมา จะหมดสนุกเสียเปล่าๆ Sanook! Health นำคำแนะนำดีๆ จาก พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (หมอผิง) มาฝากหนุ่มๆ สาวๆ ชีพจรลงเท้ากันค่ะ
paracetamol
1. ยาลดไข้/แก้ปวด

ใช้ในยามไข้ขึ้นหรือปวดศีรษะ แนะนำเป็น พาราเซตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม ทานครั้งละ 1 เม็ด ทานซ้ำได้ทุก 6 ชม.

2. ยาแก้แพ้

เวลาไปเที่ยวที่ใหม่ๆ เรามักจะได้ลองอาหารแปลกๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้คันได้
แนะนำให้พกยาแก้แพ้กลุ่มแอนตี้ฮิสตามีน ซึ่งมีทั้งแบบไม่ง่วง(สำหรับคนส่วนใหญ่) เช่น Cetirizine หรือแบบง่วงเช่น Chlorpheniramine

3. ยาแก้เมารถ/เมาเรือ/เมาเครื่องบิน

แก้ได้สารพัดเมา ยกเว้นเมาเหล้า แนะนำเป็น Dimenhydrinate แต่ต้องระวังว่ายาตัวนี้จะทำให้ง่วงมากได้นะคะ

4. ยาทาแผล

ไว้ใช้เมื่อเกิดแผลเปิดที่ผิวหนัง รวมถึงบาดแผลรองเท้ากัดด้วย แนะนำเป็นยาทาปฏิชีวนะรูปแบบขี้ผึ้ง เช่น Mupirocin ointment
10
5. พลาสเตอร์ปิดแผล

เลือกแบบมีรูพรุนระบายอากาศควรพกไปหลายชิ้นเพราะต้องเปลี่ยนบ่อย ไม่ควรติดแผ่นเดียวนานๆ

6. ยาทาแก้ผื่นคัน

หากมีผื่นคันจากยุง,แมลงกัด อาจจำเป็นต้องใช้ยาทาเช่น Hydrocortisone ซึ่งเป็นยาสเตียรอยด์อ่อนๆ
เจลล้างมือ
7. เจลล้างมือ

การล้างมือทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ และก่อนทานข้าว จะช่วยลดความเสี่ยงต่ออาหารเป็นพิษ และการติดเชื้อโรคอื่นๆได้มาก

8. ยาแต้มสิว

การนอนไม่พออาจส่งผลให้สิวอักเสบ(บวม แดง เจ็บ)ปูดได้ ควรพกยาแต้มสิวเช่น Erythromycin gel ไว้ทายามฉุกเฉิน

9. ยาประจำตัว

ในกรณีที่มีโรคประจำตัว ควรพกยาประจำตัวไปให้เพียงพอ โดยควรบรรจุในหีบห่อตามที่ได้มา อย่าเพิ่งแกะเป็นเม็ดลงกระปุกเก็บยา เพื่อให้ไม่มีปัญหายามถูกตรวจค้น และควรขอใบรับรองแพทย์เป็นภาษาอังกฤษแนบไปด้วยทุกครั้ง

ที่มา>>>Sanook

10 เรื่องจริงของยีนส์ ที่คนรักยีนส์ยังเข้าใจผิด!

กางเกงยีนส์อาจเป็นสิ่งที่ดูเรียบง่ายที่เราเห็นกันจนชินตา เคยสวมใส่ครอบครองหลายทรงจนซีด ขาด แต่กับเรื่องราวที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าเดนิมสีฟ้าครามนี้มักมีเสน่ห์ชวนติดตามเสมอ จนทำให้จำนวนของผู้คลั่งไคล้ยีนส์มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นี่จึงเป็น 10 เรื่องจริงของยีนส์ที่อาจทำให้คุณหันกลับมามองกางเกงยีนส์ด้วยความคิดที่ต่างออกไป

1. เริ่มต้นจากคนงานเหมือง

กางเกงยีนส์ที่เราสวมใส่กันในทุกวันนี้เป็นนวัตกรรมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ยุคตื่นทองในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ซึ่งผลิตออกมาเพื่อเอาใจนักขุดเหมืองที่มีความจำเป็นต้องสวมใส่กางเกงที่มีความเหนียว ทนทานเป็นพิเศษ

2. 501เมื่อปฏิทินเวียนมาถึงวันแรงงานแห่งชาติของทุกปีคนรักยีนส์ก็มักจะจับตามองเป็นพิเศษว่าแบรนด์ไหนจะทำการตลาดออกมาในรูปแบบใด รวมไปถึงกางเกงยีนส์ระดับตำนานอย่างลีวายส์ที่มักออกคอลเลกชั่นใหม่ออกมาในวันนี้ด้วยเช่นกัน เป็นผลให้หมายเลข 501 กางเกงยีนส์รุ่นดังของลีวายส์ถูกคาดเดาว่ามาจากรหัสของ May Day หรือวันแรงงานซึ่งตรงกับเดือน 5 วันที่ 1 ของทุกปี แต่บางกระแสก็บอกว่าเป็นเพียงรหัสของผ้าที่ใช้ในการผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกเท่านั้น

3. Loeb

เรามักจะรู้จักบุคคลสำคัญของวงการกางเกงยีนส์ในชื่อ ลีวาย สเตราส์ แต่จริงๆ แล้วชื่อดั้งเดิมของเขาไม่ได้ชื่อลีวายอย่างที่เราเข้าใจ แต่เขามีชื่อว่า Loeb ถ้าเขาไม่เปลี่ยนชื่อเราอาจจะได้รู้จักและเรียกกางเกงยีนส์ยี่ห้อนี้ว่า กางเกงยีนส์ Loeb’s

4. Rebel Without a Cause (1955)

น่าเสียดายที่ เจมส์ ดีน ไม่ได้มีชีวิตอยู่นานพอที่จะได้รู้ว่าเขาทำให้กางเกงยีนส์เข้ามาสู่วงการแฟชั่น และทำให้กางเกงยีนส์กับเสื้อยืดกลายเป็นไอเท็มสำคัญของชายหนุ่มทุกวัย จากบทบาท จิม สตาร์ค ที่เขาแสดงใน Rebel Without a Cause เพราะเขาจากโลกนี้ก่อนภาพยนตร์จะออกฉายราวหนึ่งเดือน

5. ทหารอเมริกันเผยแพร่ถ้าไม่นับ เจมส์ ดีน แล้ว กลุ่มคนที่ถือว่าเป็นคนทำให้กางเกงยีนส์ฮิตกระจายไปทั่วโลกนั้นก็คือทหารอเมริกันนี่แหละ เพราะด้วยความฮิตของมัน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารอเมริกันแทบทุกคนจะนำกางเกงยีนส์ติดตัวไปด้วยและมักจะนำมันมาสวมใส่ในช่วงที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เสมอ โดยที่ตอนนั้นโลกรู้จักกางเกงยีนส์ในชื่อ ‘Waist Overalls

6. เจมส์ ดีน ไม่ได้ใส่ลีวายส์แม้จะมาทีหลัง แต่ Lee มาโด่งดังเป็นพลุแตกเมื่อตอนไอคอนระดับโลกผู้พลิกวงการแฟชั่นในยุค ‘50s อย่างเจมส์ ดีน หยิบมาใส่เล่นภาพยนตร์นี่แหละ ช่วงนั้นใครก็ถามหาแต่กางเกง Lee เพราะอยากดูขบถเหมือนเจมส์ ดีน

7. Lee คือร้านขายของชำขนาดใหญ่

Lee ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1889 แต่ในช่วงเวลานั้นพวกเขาไม่ใช่บริษัทที่ผลิตกางเกงยีนส์ พวกเขาคือร้านค้าขนาดใหญ่ที่รัฐแคนซัสในชื่อ H.D. Lee Mercantile Company ก่อนที่จะเริ่มผลิตชุดช่างจากผ้ายีนส์และกลายเป็นกางเกงยีนส์ในช่วงยุค ‘20s โดยใส่เอกลักษณ์ไปด้วยการใช้ซิปที่พวกเขาเรียกว่า Whitz it

8. คาวบอยไม่ได้ใส่แต่ Wrangler

ภาพลักษณ์ของกางเกงยีนส์ Wrangler นั้น มักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นกางเกงยีนส์ที่คาวบอยชอบสวมใส่เสมอ แต่นั่นมาจากการตลาดล้วนๆ เพราะกางเกงยีนส์ยี่ห้อนี้เพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1947 เท่านั้น และกางเกงยีนส์ก็มีมาก่อนหน้านั้นหลายสิบปี

9. ผลผลิตที่ยอดเยี่ยมว่ากันว่าช่วงปี 1955-1958 นี่คือยุคที่ดีที่สุดของกางเกงยีนส์เลย โดยเฉพาะลีวายส์ เพราะช่วงนั้นสภาพแวดล้อมดี ผลผลิตฝ้ายเป็นเลิศที่เกิดจาก ดิน น้ำ อากาศ อีกทั้งการทอและการย้อมยังถูกพัฒนาไปจนจุดสูงสุด ป้ายหนังที่เคยใช้ก็มาเปลี่ยนเป็นป้ายปะเก็นช่วงนี้แหละ นักสะสมหลายคนจึงชื่นชอบกางเกงยีนส์ในยุคนี้เป็นพิเศษ

10. กระเป๋าเล็กๆ ที่ใส่นาฬิกาเชื่อว่าหลายคนคงใช้กระเป๋าใบเล็กๆ ที่สอดแทรกมาตรงด้านขวาของผู้สวมใส่กางเกงยีนส์เพื่อใส่เหรียญ แต่ความจริงแล้ว กระเป๋าเล็กๆ นี้มีมาตั้งแต่สมัยกางเกงยีนส์ยังเป็นเพียงกางเกงผู้ใช้แรงงานเท่านั้น กระเป๋าเล็กๆ ก็เลยมีไว้ใส่นาฬิกาต่างหาก

ที่มา>>>Thairath

วิจารณ์หนัก คลิปแฉเจ้าหน้าที่ทำอนาจารโลมา เจ้าตัวเผยแค่ทำให้มันหายเครียด

 * วิจารณ์หนัก คลิปแฉเจ้าหน้าที่ทำอนาจารโลมา เจ้าตัวเผยแค่ทำให้มันหายเครียด *

ทำอนาจารโลมา

คลิปแฉภาพช็อกจากสวนน้ำโลมาในเนเธอร์แลนด์ เจ้าหน้าที่ลูบไล้ช่วยสำเร็จความใคร่ให้โลมาเพศผู้ ทำนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์วิ่งเต้นฟ้องร้องฐานล่วงละเมิดทางเพศ ด้านเจ้าหน้าที่สวนน้ำยืนยัน แค่ทำเพื่อลดความเครียดโลมา ป้องกันไปผสมพันธุ์กับพี่น้องครอกเดียวกันเอง

วันที่ 14 มีนาคม 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ เปิดเผยคลิปที่กำลังตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ในสวนน้ำโลมาในเมือง Hardewijk แสดงพฤติกรรมจับบีบลูบคลำอวัยวะเพศของโลมาเพศผู้ที่นอนหงายแผ่ตัวอยู่ในน้ำ ก่อนที่จะให้อาหารมันต่อ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่สระในร่มของสวนน้ำ

หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปทางสื่อออนไลน์ของรายการโทรทัศน์ RAMBAM ก็จุดกระแสความเดือดดาลจากนักเคลื่อนไหวและรณรงค์เพื่อสิทธิสัตว์เป็นอย่างมาก จนมีการเคลื่อนไหวกดดันให้มีการจับกุมและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวฐานล่วงละเมิดทางเพศ

ทางด้านเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสัตว์คนดังกล่าว ระบุว่า สิ่งที่เขาทำเป็นเพียงการคลายเครียดให้กับโลมาเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้มันไปผสมพันธุ์กับพี่น้องครอกเดียวกันที่อาศัยอยู่ร่วมแทงก์ พร้อมยังอ้างว่า โลมาบางตัวยังมีพฤติกรรมเป็นเกย์อีกด้วย

ทำอนาจารโลมา

ทั้งนี้ในที่สุดแล้ว ศาลมีพิจารณาไม่รับคำฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า เมื่อพิจารณาแล้วการกระทำดังกล่าวไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายแต่อย่างใด สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์กับโลมาคือการรีดสเปิร์ม ซึ่งกระทำโดยนักวิทยาศาสตร์ ภายใต้บริบทเพื่อการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ตามโปรแกรมการสืบพันธุ์สัตว์น้ำเท่านั้น

ภาพจาก เฟซบุ๊ก RAMBAM

หนุ่มทำเมมโมรี่การ์ดเสีย รูปหายหมด นำไปซ่อม กลับเจออะไรดีๆ ที่ชาตินี้ ไม่มีวันลืม

 * หนุ่มทำเมมโมรี่การ์ดเสีย รูปหายหมด นำไปซ่อม กลับเจออะไรดีๆ ที่ชาตินี้ ไม่มีวันลืม *

ข่าวทำเมมเสีย

เมื่อหนุ่มคนนี้ทำเมมโมรี่การ์ดเสีย รูปหายหมด นำไปซ่อม กลับเจออะไรดีๆ ที่ชาตินี้ ไม่มีวันลืม!!

คนดีไม่ว่าจะทำอะไรก็มี อยู่ที่ไหนเค้าก็คือคนดี เหมือนตัวอย่างของคุณลุงพิสิฐ การเอื้อเฟื้อเผื่อเเผ่ ทำสิ่งดีๆ โดยเรื่องราวของคุณลุงเริ่มต้นที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งทำเมมโมรี่การ์ดกล้องถ่ายรูปเสีย จนมาค้นพบว่ามีผู้สามาแก้ไขสิ่งที่มันเสียหายในเมมโมรี่ได้จึงมาพบคุณลุงพิสิฐ และมันก็ทำให้เขาค้นพบสิ่งๆ ดีๆ มุมมองชีวิตดีๆ ของคนๆ หนึ่ง ที่ไม่สามารถดูถูกจากการมองแค่ภายนอกได้เรื่องเรื่องสุดประทับใจไม่มีวันลืม โดยคุณ ลุงพิสิฐ กล่าวไว้ว่า

วันก่อนผมทำเมมกล้องเสีย ไฟลรูปที่ไป ตจว หายเกลี้ยง

ลองกู้ไฟลเองหลายวิธี หลายโปรแกรมก็ยังไม่ได้ จนไปเจอคอมเม้นหนึ่งใน pantip บอกว่าถ้ามาที่พระราม7 ยินดีช่วย ฟรีไม่คิดเงิน บังเอิญวันนั้นมีเรียนแถวนั้นพอดี

ก็เลยติดต่อไปตามเบอร์ในเวพ แต่มันเป็นกระทู้เก่าแล้ว

เลยไม่คิดว่าจะมีคนรับสาย

ปรากฏว่า มีคนรับสาย เสียงแก่ๆ เขาบอกว่ามาได้เลย เดียวช่วย

พอมาถึง ก็พบคุณลุงอายุราว60 กับห้องคอมเก่าๆ ฝุ่นจับห้องหนึ่ง

แต่ใครจะคิดละว่า คนแก่ๆ กับอุปกรณ์ที่ดูกากๆ จะเชี่ยวชาญIT ขนาดนี้ สุดท้ายแกกู้ไฟล์ให้ผมได้ประมาน 90 %

ประเด็นสำคัญอยู่ต่อจากนี้ แกเริ่มชวนผมคุย

อ่านเพิ่มเติม หนุ่มทำเมมโมรี่การ์ดเสีย รูปหายหมด นำไปซ่อม กลับเจออะไรดีๆ ที่ชาตินี้ ไม่มีวันลืม

คุณปู่ช่วยชีวิตเพนกวินก่อนปล่อยทะเล เหลือเชื่อมันกลับมาหาทุกปีหลังจากนั้น

 * คุณปู่ช่วยชีวิตเพนกวินก่อนปล่อยทะเล เหลือเชื่อมันกลับมาหาทุกปีหลังจากนั้น *

คุณปู่ช่วยชีวิตเพนกวินก่อนปล่อยทะเล

คุณปู่ช่วยชีวิตเพนกวินก่อนปล่อยทะเล

เจ้าเพนกวินสุดภักดี กลับมาเยี่ยมคุณปู่ชาวประมงที่เคยช่วยชีวิตมันไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เป็นประจำทุกปี จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นเดิมไม่เปลี่ยน

เว็บไซต์เดลี่เมล เผยเรื่องราวมิตภาพความผูกพันสุดเหลือเชื่อของคุณปู่ชาวประมงกับเจ้านกเพนกวินพลัดหลงตัวหนึ่ง หลังจากที่ครั้งหนึ่งคุณปู่เคยช่วยชีวิตมันไว้ แต่จากนั้นมันก็กลับมาหาเขาทุก ๆ ปีเมื่อสิ้นสุดฤดูผสมพันธุ์แล้ว ชวนให้อบอุ่นหัวใจไม่น้อยเลย

คุณปู่โจโอ เปรีลา เด โซซา เป็นอดีตช่างปูนวัยเกษียณ อาศัยอยู่ในนครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เขาได้เผยเรื่องราวให้ได้ฟังว่า มิตรภาพต่างสายพันธุ์นี้เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน ในปี 2554 คุณปู่ได้พบกับเพนกวินมาเจลลันตัวหนึ่ง เป็นสายพันธุ์ที่พบในทวีปอเมริกาใต้ มันอยู่ที่ชายหาดใกล้ ๆ บ้าน สภาพของมันหิวโหยและเปียกโชกไปด้วยน้ำมัน เขาจึงพามันกลับมาอาบน้ำทำความสะอาดที่บ้าน ก่อนจะหาอาหารและที่พักให้กับมัน แล้วตั้งชื่อให้กับมันว่า เจ้าดินดิม จากนั้นมาคุณปู่และเจ้าดินดิมก็ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด

ต่อมาเจ้าดินดิมก็กลับมาสุขภาพดีและคุ้นเคยกับธรรมชาติ คุณปู่ก็ตัดสินใจปล่อยมันกลับสู่ทะเลดังเดิม แม้ว่าเขาจะรักและผูกพันกับมันมากแค่ไหนก็ตาม

โดยไม่คาดคิด ไม่กี่เดือนต่อมาเจ้าดินดิมก็ปรากฏตัวขึ้นบนเกาะแล้วก็ตามคุณปู่กลับบ้านอีกครั้ง มันใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านของคุณปู่ราวกับเป็นสัตว์เลี้ยง จนกระทั่งถึงฤดูผสมพันธุ์ มันก็จะท่องทะเลจากคุณปู่ไปอีก แต่ไม่เกิน 4 เดือน ก็จะกลับมาหาคุณปู่อีกครั้ง เป็นวัฏจักรแบบนี้มาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เจ้าดินดิมมันยังมีพฤติกรรมหวงเจ้านายอีกด้วย มันไม่ยอมให้สัตว์ตัวไหนเข้าใกล้คุณปู่เลย คุณปู่เองก็รักมันเหมือนลูกเช่นกัน เป็นเช่นนี้เรื่อยมาเป็นเวลากว่า 5 ปี จนชาวบ้านละแวกนั้นรู้จักมักจี่มันเป็นอย่างดี พากันยกให้มันเป็นสัตว์นำโชคของหมู่บ้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภาพจาก Wall Street Journal สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม, imgur.com