ชาวบ้านใช้แค่ท่อพีวีซี-ขวดน้ำ ไปฝังไว้ริมคันนา 1 คืน ผลที่ได้น่าทึ่งสุดๆ (คลิป)

เป็นอีกภูมิปัญญาชาวบ้านในการดักปลาด้วยการใช้สิ่งของง่ายๆที่มีอยู่ในบ้าน โดยใช้ท่อพีวีซียาวประมาณ 1 ศอก ก่อนตัดขวดน้ำพลาสติกแบ่งครึ่งและตัดเป็นริ้ว จากนั้นยัดขวดน้ำพลาสติกใส่ไปในท่อพีวีซี ส่วนปลายท่ออีกฝั่งนำถุงพลาสติกมาปิดไว้

ต่อมานำท่อพีวีซีที่เตรียมไว้ไปฝังไว้ริมคันนา 1 คืน ก่อนมาเก็บพบได้ปลาจำนวนมาก ใครอยากลองนำไปใช้ดูก็ได้

ที่มา:ข่าวสด

พนง.กวาดถนนเปิดถุงออกดู ถึงผงะทารกตัวเขียว!! ศพถูกโยนทิ้งริมทาง

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. ร.ต.อ.ภัค มหาศ์ ร้อยเวร สภ.เมือง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีผู้พบศพเด็กทารกแรกเกิดถูกทิ้งอยู่บริเวณป่าหญ้าริมถนนซอยโรงเรียนวัดสวนส้ม เลยทางเข้าหมู่บ้านสมชาย ตำบลบางโปรง อำเภอเมือง สมุทรปราการ หลังรับแจ้ง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณป่าหญ้าริมถนน พบกลุ่มชาวบ้านกำลังยืนมุงดูอยู่ที่ป่าหญ้าริมถนนจำนวนมาก ภายในป่าหญ้าดังกล่าวได้พบถุงพลาสติกสีขาวขุ่น ภายในมีผ้าขนหนูสีเหลืองห่อศพเด็กทารกเพศชายวัยแรกเกิด คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาหลายชั่วโมงแล้ว ลำตัวเขียวสายสะดือถูกรัดด้วยหนังยางรัดผมสีชมพู จึงได้มอบศพทารกคนดังกล่าวให้มูลนิธิดำเนินการส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช จากการสอบถามนางสาวอำพัน พุ่มพันธ์ อายุ 52 ปี พนักงานกวาดถนน ของบริษัทรับเหมาเมืองหน้าอยู่ จำกัด ได้เล่าว่า เมื่อช่วงเย็นของวานนี้ ตนมากวาดถนนตรงจุดพบศพ แต่ไม่พบว่ามีถุงดังกล่าว จนกระทั่งช่วงเช้าของวันนี้ ในระหว่างที่ตนกำลังกวาดถนนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ หน้าหมู่บ้านสมชาย นางสาวลำพูล พลอยปรีดา อายุ 56 ปี พนักงานกวาดถนนของบริษัทเดียวกัน ซึ่งกวาดอยู่ฝั่งตรงข้ามจุดที่พบศพเด็กทารก ได้เรียกตนให้มาดูถุงดังกล่าวที่ถูกทิ้งอยู่ในป่าหญ้า

ตนจึงเข้ามาดู พบว่าภายในถุงพลาสติกดังกล่าว มีการผูกปากถุงเอาไว้ ภายในมีผ้าขนหนูสีเหลือง จึงได้แกะออกดู พบศพเด็กทารกแรกเกิดถูกห่อผ้าขนหนูสีเหลืองอยู่ภายใน สภาพลำตัวเขียว จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ศพทารกดังกล่าวน่าจะถูกนำมาทิ้งเอาไว้ตั้งแต่ช่วงกลางดึกเมื่อคืนนี้ ซึ่งอาจจะคลอดเด็กทารกออกมาแล้ว เด็กเกิดเสียชีวิต หรือแม่ของทารกน้อยอาจจะกินยาขับออกมา ก่อนที่นำศพทารถคนดังกล่าวใส่ถุงและนำมาทิ้งดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจสอบตามสถานพยาบาลต่างๆ ในละแวกใกล้เคียงว่ามีหญิงคลอดบุตรเสียเลือดมาเข้ารักษาหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด