ชาวบ้านใช้แค่ท่อพีวีซี-ขวดน้ำ ไปฝังไว้ริมคันนา 1 คืน ผลที่ได้น่าทึ่งสุดๆ (คลิป)

เป็นอีกภูมิปัญญาชาวบ้านในการดักปลาด้วยการใช้สิ่งของง่ายๆที่มีอยู่ในบ้าน โดยใช้ท่อพีวีซียาวประมาณ 1 ศอก ก่อนตัดขวดน้ำพลาสติกแบ่งครึ่งและตัดเป็นริ้ว จากนั้นยัดขวดน้ำพลาสติกใส่ไปในท่อพีวีซี ส่วนปลายท่ออีกฝั่งนำถุงพลาสติกมาปิดไว้

ต่อมานำท่อพีวีซีที่เตรียมไว้ไปฝังไว้ริมคันนา 1 คืน ก่อนมาเก็บพบได้ปลาจำนวนมาก ใครอยากลองนำไปใช้ดูก็ได้

ที่มา:ข่าวสด

เครื่องปลูกสับปะรดมาแว้ว! กรมวิชาการฯ จัดให้ 7 ปีคืนทุน

นายวุฒิพล จันทร์สระคู วิศวกรการเกษตรชำนาญการพิเศษ กรมวิชาการเกษตร เผยว่า ด้วยสับปะรดพืชเศรษฐกิจของบ้านเราปลูกได้ตลอดปี ปัจจุบันประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน และการปลูกด้วยมือไม่มีความสม่ำเสมอ ทำให้เกิดโรคเน่าเสียได้ง่าย กรมวิชาการเกษตรได้ทำ

วิจัยและพัฒนาต้นแบบเครื่องปลูกสับปะรดแบบพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ขนาดกลาง 39-50 แรงม้าขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรได้แล้วเป็นเครื่องปลูกสับปะรดแบบพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ ขั้นตอน การทำงานต้องใช้หน่อสับปะรดที่ตัดยอดแล้วยาว 30-50 ซม. ปลูกได้ 2 แถวคู่ ห่างกัน 50 ซม. ระยะระหว่างต้น 30-40 ซม. มีกระบะบรรจุหน่อได้ข้างละ 200 หน่อ อุปกรณ์ป้อนลำเลียงทำจากท่อพีวีซีขนาดเส้นผ่า ศูนย์กลาง 4 นิ้ว ใช้ล้อขับเคลื่อนส่งกำลังผ่านชุดเฟืองขับอุปกรณ์ป้อนลำเลียงหน่อ โดยมีตัวเปิดร่องปลูกเป็นแบบขาไถ ป้อนส่งหน่อสับปะรดผ่านท่อปล่อยหลังตัวเปิดฝนร่อง แล้วกลบดินโคนหน่อด้วยใบปาดกลบดิน โดยมีคนขับแทรกเตอร์ 1 คน ใช้คนป้อนหน่อ 2 คนนายวุฒิพล เผยถึงผลการทดลองปลูกในพื้นที่ จ.เพชรบุรี, หนองคาย และขอนแก่น ความสามารถทำงานอยู่ระหว่าง 0.41-0.63 ไร่ต่อชั่วโมง สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 2.08-2.15 ลิตรต่อไร่ ประสิทธิภาพการปลูกแล้วรอด 95.50-96.05% ในความลึก 14.92-16.20 ซม. และสามารถปลูกหน่อให้มีความเอียงได้ตั้งแต่ 49.01-72.02 องศา จากแนวระนาบ เพราะการปลูกในฤดูฝน น้ำมักจะท่วมขังคอยอดใบทำให้เกิดโรคเน่า เลยต้องออกแบบให้เครื่องสามารถปลูกหน่อสับปะรดเอียงได้ เพื่อน้ำจะไหลออกไม่ขังเกษตรกรที่ต้องการจะซื้อเครื่องนี้ไปใช้ ควรมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 58 ไร่ขึ้นในระยะเวลา 7 ปี จะคุ้มทุนกว่าจ้างแรงงานปลูก เพราะต้นทุนการปลูกเฉลี่ยจะอยู่ที่ 731 บาทต่อไร่ในขณะที่จ้างแรงงานปลูกมีค่าใช้จ่าย 880 บาทต่อไร่ ทำให้ต้นทุนลดลงไปประมาณ 149 บาทต่อไร่

ล่าสุดเครื่องปลูกสับปะรดแบบพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ต้นแบบในระดับเกษตรกร มีพิมพ์เขียวสำหรับถ่ายทอดให้แก่โรงงานผลิตเครื่องจักรกลเกษตรไปพัฒนาและผลิตจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ สอบถามข้อมูล ได้ที่ 0-4325-5038, 08-9072-2155.

ที่มา>>>Thairath