เผยรอยแผลเฉี่ยวชน ต้นเหตุรถตู้พยาบาลไปรับผู้ป่วยไม่ทันจนเสียชีวิต

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 18 ม.ค. ร.ต.อ.ธนัญชัย คันธหัสถี รองสว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีรถกู้ชีพโรงพยาบาลบางบัวทองเฉี่ยวชนกับรถกระบะ เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าซอยวัดลาดปลาดุก ถนนกาญจนาภิเษก จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้โตโยต้า ทะเบียน กร-1767 นนทบุรี ซึ่งเป็นรถกู้ชีพของโรงพยาบาลบางบัวทอง มีนายณัชพล สาคร อายุ 35 ปีเป็นคนขับ เฉี่ยวชนกับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ถธ-6997 กทม. มีนายชัยวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี เป็นคนขับ จากการตรวจสอบรถกู้ชีพพบรอยเฉี่ยวที่ท้ายรถด้านซ้ายสีถลอก ส่วนรถกระบะมีรอยเฉี่ยวชนที่กันชนด้านหน้าขวา ได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ทั้งคู่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงนำตัวคู่กรณีมาสอบสวนที่โรงพัก

นายณัชพล คนขับรถยนต์ตู้กู้ชีพร.พ.บางบัวทอง กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการพระนั่งเกล้าให้ไปรับผู้ป่วยมีอาการแน่นหน้าอกที่บ้านเลขที่ 103/271 หมู่ 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงรีบเดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล ระหว่างทางตนได้เปิดสัญญาณไซเลนขอทางมาตลอด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนได้พยายามขับรถเบี่ยงเข้าช่องทางด้านซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าซอยวัดลาดปลาดุก“ปรากฏว่าท้ายรถไปเฉี่ยวกับรถกระบะคู่กรณี ผมจึงได้นำรถเข้าจอดด้านซ้าย ลงไปเจรจากับคู่กรณี ผมและพยาบาลบอกว่าขอไปรับคนป่วยก่อนได้ไหม ผมบอกให้คู่กรณีไปรอที่โรงพยาบาลบางบัวทอง แต่คู่กรณีไม่ยอม บอกให้ผมรอประกันก่อน เพราะคู่กรณีไม่อยากเสียประวัติในการต่อประกันครั้งต่อไป”

นายณัชพลกล่าวว่า ตนจึงได้แจ้งไปที่ศูนย์สั่งการพระนั่งเกล้า เพื่อขอรถกู้ชีพคันใหม่ไปรับคนป่วย เนื่องจากตนไม่สามารถไปรับคนป่วยได้ ตนและพยาบาลได้พยายามขอร้องคู่กรณี เพื่อที่จะไปรับคนป่วย เนื่องจากตนเห็นว่ารถยนต์คู่กรณีได้รับความเสียหายเล็กน้อย มีเพียงสีขาวของรถตู้ติดที่กันชนเท่านั้น แต่คู่กรณีกลับไม่ยอม”ด้านนายชัยวัฒน์ คนขับรถกระบะ กล่าวว่า ขณะขับรถยนต์มาถึงจุดเกิดเหตุ สังเกตุเห็นรถยนต์ตู้เปิดสัญญาณมา ก่อนที่รถยนต์ตู้จะขับปาดหน้าตน จนเกิดการเฉี่ยวชนกัน เมื่อลงมาเจรจา คนขับรถยนต์ตู้ได้บอกให้ตนไปรอที่โรงพยาบาล ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าโรงพยาบาลอะไร และตนก็ไม่รู้ว่ารถยนต์ตู้คันดังกล่าวจะไปรับคนเจ็บ ตนจึงบอกให้คนขับรถยนต์ตู้รอประกันของตนมาก่อน เพราะตนไม่อยากจะเสียประประวัติในการต่อประกันครั้งต่อไปหลังจากทั้งสองฝ่ายมาถึงโรงพักทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเจรจาไกล่เกลี่ยจนคู่กรณีพอใจ จึงได้แจ้งข้อหาประมาทร่วมทั้งสองฝ่าย พร้อมทั้งทำการเปรียบเทียบปรับคนละ 400 บาท โดยนายชัยวัฒน์จะออกค่าปรับให้นายณัชพล คนขับรถยนต์ตู้กู้ชีพร.พ.บางบัวทอง แต่นายณัชพลขอออกเอง ก่อนจะแยกย้ายกันไป

ต่อมาร.ต.ท.เอื้ออังกูร ชินโชติธีรนันธ์ รองสว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 103/271 หมู่ 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พบศพนางชูศรี อ่อนสัมพันธ์ อายุ 74 ปี ที่เสียชีวิตเพราะเกิดอาการแน่นหน้าอก และตรวจสอบพบว่าญาติได้แจ้งรถกู้ชีพไปรับตัวแล้ว แต่ไม่ทัน นางชูศรีเสียชีวิตระหว่างรอ ซึ่งเมื่อทางญาติผู้เสียชีวิตทราบว่ารถกู้ชีพเกิดเฉี่ยวชนและคู่กรณีไม่ยอมเจรจา ทำให้ไปรับผู้ป่วยไม่ทันจนเสียชีวิต จึงโกรธมาก อยากจะเดินทางมาดูหน้าคนขับรถกระบะคู่กรณีที่ไม่ยอมให้รถกู้ชีพไปรับคนป่วย แต่ติดที่ต้องจัดเตรียมงานศพ

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่ “น้องหนึ่ง” ร่ำไห้สุดเศร้า เผยลูกสาวเหยื่อรถตู้ตายในวันเกิดของตัวเอง!

จากกรณีอุบัติเหตุรุนแรงรถตู้ สายกรุงเทพ-จันทบุรี ยี่ห้อโตโยต้า คอมมิวเตอร์ ทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร มีผู้โดยสารเต็มคัน จากจันทบุรีมุ่งหน้า กทม.ชนประสานงากับรถกระบะ อีซูซุดีแมคซ์ ทะเบียน 1 ฒณ 2483 กรุงเทพมหานคร ที่ อ.บ้านบึง ชลบุรี ก่อนเกิดไฟลุกท่วมทั้ง 2 คัน พบมีผู้เสียชีวิต 25 ศพ แยกเป็นรถตู้ 14 ศพ ชาย 4 หญิง 10 ส่วนรถกระบะ ตาย 11 ศพ ชาย 5 หญิง 6 นอกจากนี้มีผู้รอดชีวิต 2 รายล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 4 ม.ค. ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่ามีญาติทยอยมารับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวตั้งแต่เวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ยังคงมีการทยอยนำศพส่งให้ญาติอย่างต่อเนื่อง

น.ส. วิภาวดี แสนทวีสุข อายุ 38 ปี คุณแม่ของ น.ส. หนึ่งฤทัย ปันขัด อายุ 21 ปี ผู้เสียชีวิตในรถตู้เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า วันนี้มีรับศพของลูกสาว ตนมีลูก 3 คน คนที่เสียชีวิตเป็นคนโต ตอนนี้ลูกสาวกำลังอยู่ในช่วงระหว่างรอหาที่ศึกษาต่อ ปกติลูกสาวจะพักที่กรุงเทพฯ จะเดินทางมาที่จันทบุรี ช่วยตนขายของช่วงสุดสัปดาห์เป็นประจำ ในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นวันเกิดของลูกสาวพอดี ตนและลูกสาวได้ไปทำบุญตอนเช้าตามปกติ ไม่มีสัญญาณบ่งบอกอะไร จนหลังลูกสาวขึ้นรถตู้เดินทางไป ตนได้ทราบจากญาติ โทรศัพท์มาคุยเรื่องข่าวอุบัติเหตุรถตู้ จึงเดินทางไปสอบถามที่คิวรถ ว่าเป็นรถรอบไหนอย่างไร และก็เป็นรถคันเดียวกับลูกสาวของตน

แม่ของ “น้องหนึ่ง”

ทั้งนี้โดยปกติหากต้องมากรุงเทพฯตนจะใช้บริการรถทัวร์ ส่วนลูกสาวจะเดินทางไปกรุงเทพฯ ด้วยวินรถตู้นี้เป็นประจำอยู่แล้ว เนื่องจากสะดวก สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงมาดูแลอย่างจริงจัง เนื่องจากเกิดปัญหาขึ้นบ่อยครั้ง เท่าที่ทราบคันที่เกิดเหตุคนขับวิ่งรถหลายรอบอาจเกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่ควรเอาชีวิตใครมาเสี่ยงในแบบนี้ ส่วนการฟ้องร้องบริษัทรถตู้นั้น มีหลายคนพูดถึง อยากให้ดำเนินการ แต่ตนขอศึกษาดูอีกที ทั้งนี้หลังจากรับศพลูกสาวแล้วจะนำไปทำพิธีทางศาสนา ที่ จ. จันทบุรีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รองผู้ว่าฯ เดือด นทท.เปิดเพลงราวเธคลั่นภูทับเบิกยันเช้า ลั่นคนแบบนี้ไม่มาเที่ยวก็ไม่เดือดร้อน!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิป จากบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวภูทับเบิก โดยมีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งเปิดเครื่องเสียงจากรถกระบะเสียงดังสนั่นพร้อมดื่มกินอย่างสนุกสนานถึงเช้า ซึ่งมีการแชร์ต่อกันจำนวนมาก วิพากษ์วิจารณ์การกระทำดังกล่าวที่ทำลายบรรยากาศ และรบกวนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ โดยจากเรื่องดังกล่าว พบว่ามีการแจ้งไปยังฝ่ายปกครอง ซึ่งมีการตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น โดย สภ.หล่มเก่า ได้แจ้งผู้ประกอบการให้แจ้งผู้เข้าพักว่าให้ร่วมมืองดเปิดเพลงเสียงดังหลังเวลา 21.00 น. หากไม่เชื่อฟังให้ดำเนินการแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เชิญลงจากบริเวณดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากโซเชี่ยลจะมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังพบว่า ล่าสุด นายไกรสร กองฉลาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แชร์คลิปดังกล่าวพร้อมแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กอย่างรุนแรงถึงการกระทำดังกล่าว ว่าคนกลุ่มที่ทำพฤติกรรมเช่นนี้ และสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหาข้อกฎหมายจัดการทุกข้อที่มี พร้อมระบุว่า นักท่องเที่ยวแบบนี้หากไม่มาท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์ก็ไม่เดือดร้อน และขอให้ช่วยกันสร้างจิตสำนึกการท่องเที่ยวที่ไม่ทำลายและสนับสนุนการทำลายสิ่งแวดล้อมscreenshot-3943

ที่มา>>>ข่าวสด

ไล่ตีกันไม่เลิก!! กลุ่มโจ๋คู่อริ ถูกจับไปแล้วยังมากลับมาไล่ยิงกันอีก แถมออกข่มขู่ชาวบ้าน

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุวัยรุ่นซอย 9 ริมคลองประปา หมู่ 4 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง ยกพวกไล่ทำร้ายร่างกายกัน หลังเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ก็ก่อเหตุไล่ตะลุมบอลกันมาครั้งหนึ่งแล้วจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนอง นำกำลังเข้าควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นไว้ได้ ก่อนพาไปทำแผลและทำประวัติแล้วปล่อยตัวออกมา แต่เรื่องก็ยังไม่จบกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่ม ยังกลับมาไล่ตะลุมบอลกันอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีการช้อาวุธปืนไล่ยิงกัน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดผวา วิ่งหนีตายกันเป็นแถว201609202308457-20120716160851เมื่อกำลังรถสายตรวจจำนวน 3 คัน ได้เข้ามาระงับเหตุ วัยรุ่นฝั่งบ้านตรงกันข้าม ที่วัยรุ่นจากซอยอื่นๆ ชอบมารวมตัว ก็ไม่ยอมแยกย้าย มีการโต้เถียงกันไปมา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอกำลัง ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 15 และชุดเฝ้าระวังเหตุเข้ามาช่วยควบคุมสถานการณ์ ก่อนจะนำคู่กรณีขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อไปตรวจหาสารเสพติดและปรามไม่ให้มาก่อความวุ่นวาย ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและเป็นที่เอือมระอาให้กับประชาชนและร้านค้าในละแวกนั้น ซึ่งถึงแม้ทหารจะเอาตัววัยรุ่นส่วนหนึ่งไปตรวจหาสารเสพติด แต่ยังมีพวกป่วน ขี่รถจยย.อีก จำนวน 5-6 วัน คอยวันเวียนและข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่201609202308453-20120716160851นางนพรัตน์ กองอาษา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.บางริ้น กล่าวว่า เหตุการณ์นี้มีการกระทบกระทั่งแซวกันไปแซวกันมาทุกคืน เคยสั่งห้ามแล้วอย่ามารวมกลุ่มกัน แต่ก็มาเกิดเหตุอีกจนได้ จึงโทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาระงับเหตุ ก็มาไม่ทันเด็กๆ พวกนี้จะไวกว่า และสถานการณ์คืนนี้คงไม่จบ ทั้งที่ไปโรงพักกันมาแล้ว ฝั่งโน้นก็ยังข่มขู่อีก ว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้อยู่ดีแน่นอน ตำรวจมายังไม่กล้าลงจากรถต้องให้ชุดทหารมาจัดการ และตามล่ากวาดล้างเอาไปให้หมด201609202308452-20120716160851

ที่มา>>>ข่าวสด

“กระบี่”สนธิกำลังจับนักค้ายารายใหญ่ – คนร้ายคิดสู้ขว้างระเบิดมือใส่จนท.ก่อนถูกวิสามัญดับ

วิสามัญผู้ต้องยาเสพติด 1 ราย เจ้าหน้าที่ ตชด สนธิกำลัง ร่วมตำรวจภาค 8  ฝ่ายปกครอง และปปส. บุกปิดล้อมจับกุมนักค้ายาใหญ่  แต่ผู้ต้องหาพยายามขับรถกระบะฝ่าวงล้อมรถเจ้าหน้าที่ ก่อนควักระเบิดเอ็ม 67 ออกมาถอดสลักเตรียมขว้างใส่ แต่ถูกยิงเสียชีวิตคาที่  โชคดีระเบิดไม่ทำงาน

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 26  ส.ค.59  พ.ต.ท.สุภัทร  เหมจินดา  สารวัตรเวรสอบสวนสภ.เมือง จ.กระบี่ รับแจ้งเหตุวิสามัญผู้ต้องยาเสพติด เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดที่ ถ.ร่วมใจชน ต.กระบี่ใหญ่  อ.เมือง จ.กระบี่  จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ  พร้อมด้วย พ.ต.อ.บุญทวี  โตรักษา  รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่   นายสุริยัน  ณรงค์กูล  นายอำเภอเมืองกระบี่  พ.ต.ท.ชัชวาล  นิลจันทร์  รองผกก.สส.3 บก.สส.ภ.8   ร.ต.ท.ธรรมนูญ ศรีประไพ ผบ.มว.กก.ตชด.42  42 (ทุ่งสง) ตำรวจตระเวนชายแดนที่426 กระบี่ เจ้าพนักงานปป.ส. และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลกระบี่ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา ทั้งนี้ระหว่างเดินทางเข้าจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า ข้างศพผู้ตายมีระเบิดชนิดขว้าง ซึ่งถอดสลักออกแล้ววางอยู่ข้างตัวผู้ตาย 1 ลูก และยังไม่ทำงาน  เกรงจะได้รับอันตราย เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดถนนทางเขาออกกันพื้นที่ห้ามรถทุกชนิดวิ่งผ่าน จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี เข้าทำการเก็บกู้วัตถุระเบิดโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  จึงสามารถเก็บกู้ระเบิดได้สำเร็จ

ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบศพผู้ตายในสภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนขายาวสีดำ  ทราบชื่อต่อมา คือนายชาญชัยยุทธ ไกรนรา  อายุ  29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 ม.6  ต.พรุเตียว อ.เขาพนม  จ.กระบี่ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่บริเวณท้ายทอย กระสุนทะลุหน้าผาก ตรวจสอบข้างตัวผู้ตายพบระเบิดขว้าง ชนิดเอ็ม 67 จำนวน 1 ลูก ถูกพันด้วยเทปกาวอย่างแน่นหนาตรวจค้นในตัวผู้ตาย พบกระเป๋าสะพาย 1 ใบ เงินสดจำนวนประมาณ 3,000 บาท อาวุธปืน 1 กระบอก  ยาไอซ์และยาบ้าจำนวนหนึ่ง  ใกล้กันพบรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สี่ประตูสีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กง.8911 กระบี่ จอดอยู่ข้างศพ  โดยมีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่จอดปิดด้านข้าง ด้านหน้าและด้านหลังรวม 4 คัน มีร่องรอยถูกชนจนได้รับความเสียหายบางส่วน  นอกจากนั้นในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุน ขนาด11 มม.และ9 มม. รวมจำนวนกว่า 30 ปลอกตกเกลื่อนกลาดบนถนน  เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากกาสอบสวน ทราบว่า นายชาญชัยยุทธ ผู้ตาย เป็นผู้ต้องหายาเสพติดรายใหญ่ ในพื้นที่จังหวัดกระบี่และสุราษฎร์ธานี  เคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดมาแล้วและเพิ่งพ้นโทษได้ประมาณ3 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมมาโดยตลอด จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากผู้ตายบริเวณจุดเกิดเหตุแต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมจับกุม ผู้ตายได้พยายามขับรถฝ่าวงล้อมหลบหนี  เจ้าหน้าที่ขับรถเข้าปิดล้อมไว้ ก่อนยิงล้อรถเพื่อสกัดการหลบหนี แต่คนร้ายได้ขับรถเดินหน้าถอยหลังไปมากระแทกรถเจ้าหน้าที่จนได้รับความเสียหาย ก่อนลดกระจกลงมาแล้วยื่นระเบิดขว้างออกมานอกรถ จากนั้นได้เปิดประตูรถลงมาแล้วถอดสลักระเบิดแล้วยกขึ้นเหนือศีรษะเตรียมขว้างใส่เจ้าหน้าที่  แต่ถูกเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตดังกล่าว

ส่วนเกิดเหตุภายในรถผู้ตายมีหญิงสาวนั่งมาด้วยสองคน  เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไปทำการสอบสวนที่กองร้อย ตชด.426  กระบี่ เพื่อสืบสวนขยายผลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวขาหักพับ!! จยย.เลี้ยวกะทันกัน กระบะเบรกหมุน-ฟาดรถล้มสาหัส

 เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 30 มิ.ย. ร.ต.อ.ปราโมทย์ ไกรเนตร รองสารวัตรจราจร สภ.กุยบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ บนถนนสายเพชรเกษม-บ้านยางชุม บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 1 บ้านหนองหมู ม.7 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี เพื่อให้การช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ มาสด้า รุ่น BT-50 สีดำ หมายเลขทะเบียน บท 9524 ประจวบคีรีขันธ์ จอดอยู่ที่ประตูรถด้านซ้ายมีร่องรอยเฉี่ยวชนจนบุบ เนื่องจากถูกรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น MSX สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ชนและเสียหลักล้มตะแคงอยู่ริมถนน ใกล้กันพบร่างของหญิงคนหนึ่ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนอยู่กับพื้น ขาขวาเหนือข้อเท้าหักพับ มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนมุงดูอยู่ บางคนช่วยประคองศีรษะเอาไว้ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการปฐมพยาบาลและใช้อุปกรณ์ดามขาให้ จากนั้นนำส่งโรงพยาบาลกุยบุรี ทราบชื่อต่อมา คือ นางภุมรินทร์ เอมโอฐ อายุ 51 ปี อยู่ ม.4 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ    สอบถาม นายสมบัติ สนั่นแก้ว อายุ 51 ปี คนขับรถกระบะ เปิดเผยว่า ตนเองขับรถตามหลังรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมา เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ตนกำลังจะเร่งเครื่องแซง แต่รถจักรยานยนต์กลับโยกเลี้ยวขวากะทันหัน ทำให้ตนเองรีบเบรก รถจนรถยนต์หมุนเนื่องจากมีฝนตก ทำให้ถนนลื่น จนด้านข้างของรถไปฟาดกับรถจักรยานยนต์ของนางภุมรินทร์ล้มลง ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานไว้เบื้องต้นและจะสอบสวนหาสาเหตุอีกครั้งหนึ่งต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ซิ่งบิ๊กไบก์ชนสนั่นกระบะตัดหน้า หนุ่มร่างกระเด็นหัวกระแทกพื้นดับสยอง

 เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. พ.ต.ต.นิกรณ์ ใบเนียม พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกันที่บริเวณทางแยกเกาะแขก ถนนสายเลี่ยงเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร จึงเดินทางไปพร้อมกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าพบกับรถ กระบะยี่ห้อฟอร์ด หมายเลขทะเบียน บต 9917 กำแพงเพชร สีบรอนซ์ จอดคาถนน ขวางเลนทางขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำปิง ฝั่งกำแพงเพชร ที่หน้ารถกระบะ มีรถจักรยานยนต์ บิ๊กไบด์ ยี่ห้อ ยามาฮ่าสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 7212 เชียงใหม่ ชนเสียหลักล้มอยู่ที่หน้ารถ โดยมีสภาพความเสียหายที่แหลกยับเยิน ส่วนคนเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกำแพงเพชรไปก่อนหน้าแล้ว โดยได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส มีบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณขา และศีรษะได้รับแรงกระทบกระเทือน ซึ่งต่อมาก็ไม่สามารถทนพิษบาดแผลได้ เป็นเหตุให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร ภายหลังทราบว่าชื่อ นายสมคิด สร้อยแก้วอายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/2 หมู่ที่ 1 ตำบลนครชุม อำเภอเมืองจังหวัดกำแพงเพชร ส่วนคนขับรถกระบะชื่อ นายสมพร เกิดศรีอายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 137 หมู่ที่ 15 ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นทราบว่า คนขับรถกระบะกลับจากซ่อมเครื่องยนต์แถววัดดอนไพรวัลย์ และกำลังจะกลับระหว่างที่ขับรถออกจากแยกเกาะแขกแล้วขึ้นถนนใหญ่ เพื่อที่จะเลี้ยวขวาไปทางสี่แยกสัญญาณไฟแดงท่ามะเขือ มีรถจักรยานยนต์ขับขี่มาด้วยความเร็ว ประกอบกับรถของตนจอดอยู่ในลักษณะขวางถนน และรถมอเตอร์ไซค์ก็พยายามที่จะหักหลบแต่ก็ไม่พ้น เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันนั้นเกิดเฉี่ยวชนกันอย่างแรงเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ กระเด็นตกจากรถอาการสาหัสเป็นเหตุให้เสียชีวิต

ซึ่งทางพนักงานสอบสวนควบคุมตัวนายสมพร เกิดศรี โชเฟอร์รถกระบะไปสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชรเพื่อที่จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด