สาวสุดทนโดนลวนลามกลางรถเมล์ไล่ตามถ่ายคลิปหาหลักฐานแจ้งความ(คลิป)

เหตุการณ์ลวนลามบนรถสาธารณะคงมีให้เห็นบ่อยๆ แต่ครั้งนี้ สมาชิกเฟซบุ๊ก Prea Prae ได้นำประสบการณ์มาแชร์ไว้ โดยเธอระบุว่า ขณะนั่งอยู่บนรถเมล์โดยวางกระเป๋าบนตัก มีชายรูปร่างใหญ่ขึ้นมานั่งข้างๆ และพยามเบียด จนค่อยๆ เอามือมาวางบนตัก เธอจึงลุกขึ้นและโวยวายตะโกนบนรถ จนชายคนดังกล่าวหนีลงไป จากนั้นเธอจึงลงตามมาและพยายามถ่ายคลิปไว้ ซึ่งพบว่า ชายคนดังกล่าวพยายามเดินหนีและยกมือไหว้บอกว่าขอโทษ ก่อนที่จะพยายามหนีขึ้นรถเมล์แต่มีวินรถจักรยานยนต์เห็นและจับตัวไว้ให้ ซึ่งเธอยังระบุว่า ตอนแรกคิดว่าจะยกโทษให้เพราะชายคนดังกล่าวยกมือไหวขอโทษ แต่คิดว่า ไม่อยากให้กระทำกับคนอื่นอีก จึงนำภาพไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้

ที่มา>>>ข่าวสด

อีโอดีเก็บกู้ระทึก!จยย.บอมบ์ จอดทิ้งริมถนนที่สายบุรีต่อวงจรวิทยุเตรียมกดบึ้ม

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 พ.ย. พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 พ.ย. เวลาประมาณ 15.30 น. ตรวจพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีเทา-ดำ ป้ายทะเบียน กวบ 488 ยะลา ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้บริเวณข้างถนนทางไปบ้านกะลาพอ ห่างจากโรงเรียนบ้านสือดัง หมู่ที่ 4 อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ประมาณ 200 เมตร เนื่องจากรถดังกล่าวเป็นรถที่ผิดสังเกตไม่เคยปรากฏในพื้นที่ ทำให้พี่น้องประชาชน แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบ จึงได้ปิดกั้นพื้นที่ตรวจสอบป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ผลการตรวจสอบป้ายทะเบียนรถไม่ตรงกับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว จึงแจ้งให้ชุดอีโอดีเข้าตรวจสอบ201611251132053-20161102133728จากการตรวจสอบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นจักรยานยนต์ประกอบระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็ก อยู่ในช่องเก็บของใต้เบาะรถจักรยานยนต์ โดยมีปูนซีเมนต์โบกทับ จุดระเบิดด้วยวิทยุสื่อสารวงจร DTMF ยี่ห้อ TYT ใช้ความถี่ในการจุดระเบิด ช่อง 144.250 โดยมีเหล็กเส้นขนาดสองหุน ตัดเป็นท่อน เพื่อใช้เป็นสะเก็ดระเบิด แบตเตอร์รี่ขนาด 1.5 โวลต์ จำนวน 3 ก้อน ขนาด 9 โวลต์ จำนวน 2 ก้อน, ดินขยายการระเบิด เป็นดิน PETN เชื้อปะทุไฟฟ้าดัดแปลง ทำจากปากกาไวท์บอร์ด สำหรับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีเทา-ดำ ป้ายทะเบียน กยน 134 ยะลา แจ้งหายไว้ที่สถานีตำรวจภูธรท่าธง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.54 แต่ติดป้ายทะเบียนปลอม201611251132054-20161102133728พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 กล่าวว่า ขอชื่นชมความร่วมมือของพี่น้องประชาชนในการร่วมกันเป็นหูเป็นตา จนสามารถสังเกตรถต้องสงสัยและแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่นำมาสู่การพิสูจน์ทราบ เก็บกู้และควบคุมความเสียหายได้ สำหรับความร่วมมือของพี่น้องประชาชนนั้นในห้วงที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนเกิดความเบื่อหน่ายในความรุนแรง พี่น้องประชาชนต้องการความสงบสุข จึงหันมาให้ความร่วมมือกับทางราชการโดยลำดับ จนนำสู่การแจ้งเหตุต้องสงสัยหรือรถต้องสงสัย จึงเก็บกู้ได้ในหลายเหตุการณ์
201611251132055-20161102133728พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวต่อว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการร่วมสังเกตวัตถุต้องสงสัย รถต้องสงสัหรือบุคคลต้องสงสัย โดยสามารถแจ้งมาได้ที่หมายเลข 1341 ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หรือหน่วยความมั่นคงใกล้บ้านท่าน เพื่อจะได้ร่วมกันสร้างสันติสุข ให้เกิดขึ้นอย่างถาวร สันติสุขเกิดขึ้นได้จากทุกคนร่วมมือกัน การกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ปล้นรถ เพื่อนำไปใช้ก่อเหตุเป็นการกระทำที่โหดร้ายป่าเถื่อน หวังเพียงประโยชน์ของตน โดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุต่อไป และขอประณามการกระทำดังกล่าวที่ หวังเพียงผลประโยชน์ของตนโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบและความเดือดร้อนของประชาชนผู้บริสุทธิ์201611251132056-20161102133728วันเดียวกัน พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งจากชาวบ้านพบระเบิดแสวงเครื่องตั้งไว้ที่บริเวณริมคูระบายน้ำส่งเข้านา ซึ่งตั้งอยู่บ้านตะเหลี่ยง ม.4 ต.เกาะสะท้อน จึงได้ประสานไปยัง ร.ต.ท.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส เพื่อขอสนับสนุนเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่ พร้อมห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากรัศมี เนื่องจากเกรงจะได้รับอันตราย

โดย ร.ต.ท.พลวัฒน์ รอง หน.ชุดฯ เปิดเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือและวิทยุสื่อสาร ก่อนเข้าตรวจสอบ พบระเบิดดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิค น้ำหนัก 25 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่จึงได้เคลื่อนย้ายระเบิดด้วยความระมัดระวัง ออกจากจุดที่พบประมาณ 20 เมตร และใช้พลั่วสนามในการขุดหลุมฝังใช้เครื่องแรงดันน้ำพลังสูงในการยิงทำลาย
พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.ตากใบ เปิดเผยว่า เหตุที่เกิดขึ้นเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายแอบนำระเบิดมาวางไว้เพื่อเตรียมที่จะเคลื่อนย้าย ลอบนำไปวางไว้ริมถนนใกล้จุดเกิดเหตุ เพื่อจุดชนวนดักสังหารเจ้าหน้าที่กองกำลังที่ขับและขี่ยานพาหนะผ่านไปมา แต่โชคดีที่ชาวบ้านพบเห็นเสียก่อน และแจ้งเจ้าหน้าที่มาทำการเก็บกู้เอาไว้ได้ ก่อนที่จะเกิดความสูญเสียต่อชีวิต

ที่มา>>>ข่าวสด

เฒ่า 76 ขี่จยย.เลี้ยวกะทันหัน ถูกปิกอัพเสยกระเด็นหัวใจหยุดเต้น จนท.เร่งปั๊มหัวใจฟื้นปาฏิหาริย์

วันที่ 13 พ.ย. ร.ต.ท.เทอดเกียรติ ธนโสวัตถิยกุล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ท่าเลื่อน จ.ตราด ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย บริเวณหน้าทางเข้าเทศบาลตำบลชำราก ถนนสายสุขุมวิท ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด จึงรุดไปตรวจอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราด

ที่เกิดเหตุพบนายฉลาด หนูแอว อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 2 ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด นอนหมดสติอยู่บนถนน มีบาดแผลแตกที่ศรีษะ และชีพจรหยุดเต้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือพร้อมปั๊มหัวใจ จนกลับมามีชีพจร จากนั้นได้ประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงเทพตราดเดินทางรับผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลตราดต่อไป ส่วนในที่เกิดเหตุพบรถจยย.ฮอนด้าเวฟ หมายเลขทะเบียน กพน 788 ตราด ล้มคว่ำอยู่ ใกล้กันพบรถกระบะ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บฉ 5961 ตราด ซึ่งเป็นรถคู่กรณี โดยมีนายโกวิทย์ วิริยะสงคราม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 2 ต.น้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด เป็นคนขับ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ขณะที่นายฉลาด ขี่รถจยย.มา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุปรากฏว่า นายฉลาดขี่รถจยย.เลี้ยวกะทันหัน ทำให้รถกระบะที่ขับตามหลังมาเบรกไม่ทันชนท้ายเข้าอย่างจัง ทำให้ทั้งคนและรถกระเด็นไปไกลกว่า 20 เมตร ซึ่งหลังจากนี้จะได้สอบปากคำนายโกวิทย์ รวมทั้งสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

2 พี่น้องฝาแฝดวัย 16 ปีขี่บิ๊กไบค์ขึ้นเขาค้อ แหกโค้งพุ่งชนเก๋ง-อาการโคม่า

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ฮอนด้า CB 400 R LUFE-ขาว ทะเบียน 1 กจ 9180 เพชรบูรณ์ เสียหลักหลุดโค้งขณะขับขึ้นเข้าค้อ มุ่งหน้าจังหวัดพิษณุโลก เป็นเหตุให้ นายฐิติพงษ์ หงส์ลุติโรจน์ และนายฐิติพัฒน์ หงส์ลุติโรจน์ อายุ 16 ปี พี่น้องฝาแฝด บาดเจ็บสาหัส

โดยรถบิ๊กไบก์ได้หลุดโค้งไปชนเข้ากับรถยนต์ SUV ฟอร์ด สีขาว ทะเบียน กฉ 5005 เพชรบูรณ์ ที่วิ่งลงมาจากเขาค้อ เพื่อมุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอหล่มสัก มีนายพรประวิทย์ ฤทธิ์ธาพรเทวา อายุ 29 ปี เป็นคนขับ จนสภาพรถทั้ง 2 คัน พังเสียหาย เหตุเกิดบนถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก บริเวณหลักกิโลเมตร ที่ 113 หมู่ 13 ตำบลน้ำชุน อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู เขตหล่มสัก ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล ล่าสุด อาการยังสาหัส

นายพรประวิทย์ คนขับรถยนต์ฟอร์ด บอกว่า ขณะกำลังขับรถลงมาจากเขาเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุที่เป็นทางโค้ง อยู่ๆ รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ก็เสียหลักไถลมากับถนน และ พุ่งเข้าชนรถตนเองอย่างจัง เป็นเหตุให้นายฐิติพงษ์ หงส์ลุติโรจน์ และนายฐิติพัฒน์ หงส์ลุติโรจน์ พี่น้องฝาแฝดบาดเจ็บสาหัส

ที่มา ครอบครัวข่าว3

สาวสุดเจ็บใจ แฟนฝ่าฝนซื้อกับข้าวมาให้ลูกกินโดนฉกแกงถุงจากตะกร้ารถ (คลิป)

โลกโซเชี่ยลมีการแชร์คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊ก ชรินทร์ ขวัญดำ ซึ่งระบุว่า “เตือนภัย เหตุลักกับข้าวแกงถุงหน้ารถจักรยานยนต์ลานจอดรถห้างแห่งหนึ่งในเมืองกระบี่คนร้ายออกจากห้างมาขึ้นรถจักรยานยนต์ของตัวเองแล้วเข่นรถไปเทียบรถจยยผู้เสียหายแล้วเอื้อมหยิบเอาถุงแกงที่ใส่หน้าถไป มีแกงพริกหมูกรอบ1ถุง ผัดเต้าหู้1ถุง  ผัดผักกาดดองผัดใข่ 1 ถุง ข้าวใข่เจียว 2 แพ็ค ขนมเค้ก 1 กล่อง มูลค่าเสียหายประมาณ 200 บาท ผู้เสียหายแจ้งความลงประจำวันที่ สภ ผู้เสียหายบอกไม่เสียดายของที่โดนลักไปแต่เจ็บใจที่ตนอุสาขับรถฝ่าฝนมาซื้อแล้วมีคนมาลักไปจึงมาแจ้งความเพื่อให้ระมัดระวังกัน”

โดยผู้เสียหาย คือ นางวาสนา อัครวิเนค เปิดเผยว่า วางข้าวแกงถุงไว้ในตะกร้าหน้ารถเพราะต้องไปซื้อของใช้อื่นๆ เมื่อกลับออกมาพบว่าทั้งแกงถุงที่ซื้อไว้หลายอย่างพร้อมขนมเค้กหายไป แม้จะเป็นเงินแค่ 200 บาท แต่รู้สึกเจ็บใจเพราะตนต้องฝ่าสายฝนไปซื้อไว้ให้ลูกรับประทานหลังเลิกเรียน แต่กลับมาถูกขโมย จึงเข้าแจ้งความเพื่อให้ระมัดระวังกัน และอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุม เพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนกับผู้อื่นอีก

ที่มา>>>ข่าวสด

ขึ้นป้าย“ระวังตกบ่อปลา”ริมถนน ชาวบ้านสุดทนถนนเป็นหลุมลึกนับปี จยย.ตกไปพลิกคว่ำอื้อ

 เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรับการร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลบึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่าถนนก่อนขึ้นสะพานบึงข้ามถนนมอเตอร์เวย์ หมู่ 2 ต.บึง อ.ศรีราชา มีหลุมขนาดใหญ่และลึก มาเป็นเวลานานกว่า 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบมาซ่อมแซม ที่ผ่านมามีรถจักรยานยนต์ รถยนต์และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ตกไปในหลุมหลายครั้งแล้ว โดยบางรายก็ได้รับบาดเจ็บไปเล็กน้อย ส่วนรถยนต์ก็ได้รับความเสียหาย ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบที่เกิดเหตุเป็นหลุมถูกน้ำกัดเซาะขนาดความกว้างประมาณ 40-50 เซนติเมตร ยาวประมาณ 100-150 เซนติเมตร และลึกกว่า 80-100 เซนติเมตร ซึ่งบริเวณปากหลุมนี้มีชาวบ้านเขียนป้ายติดไว้ว่า “ระวังตก-บ่อเลี้ยงปลา” เพื่อเตือนให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาระวังการเกิดอุบัติเหตุ หากขับขี่แล้วไม่ทันระมัดระวังก็จะตกหลุมนี้อย่างแน่นอน แต่ก็ไม่วายก็มีตกลงไปทุกวันเหมือนกัน

นายโกวิทย์ บุญพร้อม เจ้าของร้านขายของชำบริเวณที่มีหลุม เผยว่า บริเวณที่เกิดหลุมดังกล่าวเป็นท่อระบายน้ำ ซึ่งในช่วงแรกเป็นหลุมเล็กเท่านั้น แต่เมื่อเวลาฝนตกน้ำจะไหลมารวมกันและกัดเซาะดินบริเวณใต้พื้น จนกลายเป็นหลุมและโพรงขนาดใหญ่และลึกมาก แถมถนนเส้นนี้ยังเป็นเส้นทางถนนสายยุทธศาสตร์ ที่จะมีการสัญจรของรถผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุทุกวันทั้งบาดเจ็บและรถเสียหาย ถ้าช่วงกลางคืน ซึ่งมืดและไม่มีไฟส่องยิ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุง่ายขึ้นด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ล่าละทึก! หนุ่มค้ายาซิ่งแหกด่าน-สุดท้ายเสียหลักล้ม ถูกจับโดยละม่อม

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 27 ส.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์  นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์  ได้รับร้องเรียนว่า มีกลุ่มชายวัยรุ่นมั่วสุมยาเสพติดในหมู่บ้านคลองชายธง ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบฯ จึงได้ทำการสืบหา และล่อซื้อ จนสามารถจับกุมตัวชายวัยรุ่น 4 ราย พร้อมทั้งตรวจฉี่พบเป็นสีม่วงทั้งหมด จึงส่งเข้าสถานบำบัด รร.นิวัฒน์พลเมืองฝ่ายปกครอง พร้อมกับสืบสวนขยายผลจับกุมกลุ่มนักค้ารายใหญ่ต่อไป

หลังจากนั้นได้ร่วมกับ ร.ต.ประยูร โพธิพูนพันธ์ ผบ.หมวดกองร้อยรักษาความสงบ ที่ 1 ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ ด.ต.ดำเนิน คุ้มสา หน.ชุดงานข่าวกองร้อย ตชด.146 ด่านสิงขร นายสมรักษ์ ศรีเทพ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายป้องกันอำเภอเมืองประจวบ ทั้งสนธิกำลัง อส.-ทหาร และตชด.รวม 20 นาย เข้าล้อมเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านคลองายธง ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบฯ เพื่อจับกุมผู้ต้องสงสัย  ต่อมาได้พบผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติด ขณะขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาจึงเรียกตรวจค้น แต่กลับขี่รถจักรยานยนต์แหกด่านตรวจหลบหนี  ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องไล่ล่ากระทั่งรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเสียหลักล้มลง จึงถูกจับกุมตัวได้ ผลจับกุมทราบชื่อ นายสุแดน จันต๊ะรังสี อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 911/15 ม.1 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ  ของกลางเป็นยาบ้าเม็ดสีส้มจำนวน 198 เม็ด อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม.ยี่ห้อCZ รุ่น 75 B 1 กระบอก พร้อมกระสุน 10 นัด รถ จยย. ฮอนด้าเวฟ 125 ไอ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้าย 1 คัน โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Lenovo 1 เครื่องนายสุแดน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับจ้างนำยาไปส่งให้ลูกค้าครั้งละ 202 เม็ด ได้ค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท ซึ่งได้ทำมาแล้ว 2 ครั้ง แล้วนำเงินที่ได้ไปส่งให้แฟนเรียนหนังสือจ่ายค่าผ่อนรถจักรยานยนต์และเลี้ยงดูครอบครัว  โดยขณะนี้ฝ่ายปกครองทราบตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังการค้ายาเสพติดรายนี้แล้วจะได้ขยายผลจับกุมต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อน!! สุดโหดเก๋งปาด จยย.ล้ม ก่อนถือไม้กอล์ฟไล่หวดนักเรียนพลตำรวจ เร่งตามตัว(คลิป)

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 ส.ค.2559 ผู้สื่อข่าวรายานว่า มีการส่งต่อคลิป ใน จ.ขอนแก่น และกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากที่มีสมาชิกเฟสบุ๊กชื่อ Guide Kittipong Tuntisripreecha  โพสต์คลิปภาพวีดีโอจากกล้องวงจรปิดความยาว 37 วินาที พร้อมข้อความว่า “เหตุเกิดหน้าร้านผมเอง ขอนแก่นเถื่อนจริงๆ เหตุเกิด กลางวันแสกๆ” โดยโพสต์ผ่านทางกลุ่มเฟสบุ๊กชื่อ ขอนแก่น มีด่านบอกด้วย

โดยจากการตรวจสอบในภาพพบรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็ว วิ่งขนานกับรถจักรยานยนต์ ก่อนจะเบียดซ้ายเข้ามาตัดหน้า จนรถจักรยานยนต์ล้มลงทับขาของชายคนขับรถจักรยานยนต์ และมีชายคนขับรถเก๋งได้เปิดประตูลงมาจากรถ ในมือถืออาวุธลักษณะเหมือนเป็นไม้กอล์ฟ วิ่งดิ่งเข้ามาลักษณะจะเข้ามาทำร้ายชายคนขับรถจักรยานยนต์ ทำให้คนขับรถจักรยานยนต์รีบวิ่งหนีไป เจ้าของรถเก๋งที่ขับปาดหน้าจึงเดินกลับมาที่รถจักรยานยนต์พร้อมกับดึงเอากุญแจรถไปก่อนจะขึ้นรถขับหนีไป ซึ่งหลังจากโพสต์คลิปดังกล่าว ทำให้มีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ถึงการกระทำที่โหดร้าย ป่าเถื่อน พร้อมทั้งช่วยกันโพสต์ข้อความต่างๆ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวคนขับรถเก๋งคันนี้ให้ได้โดยเร็ว

จากการสอบถามนายกิตติพงศ์ ตันติศรีปรีชา ผู้โพสต์คลิปวีดีโอดังกล่าว ทราบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.00น. ที่หน้าโชว์รูมรถ อีตั้น ริมถนนมิตรภาพ สายขอนแก่น-อุดรธานี เขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยพนักงานภายในโชว์รูมได้มาบอกกับตนเองว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น แต่ไม่เคยเห็นหน้าทั้ง 2 คน กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอคลิปดังกล่าวไป คาดว่าทางเจ้าของรถจักรยานยนต์น่าจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

ขณะที่ พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า  หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าของรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นนักเรียนพลตำรวจ ได้เดินทางมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แกะรอยคนร้ายและทำการสืบสวนจนทราบว่า รถคันดังกล่าวทะเบียนอะไร และรู้ตัวเจ้าของรถแล้ว และในขณะนี้ได้ออกหมายเรียกเจ้าของรถเก๋งมารับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหาชิงทรัพย์แล้ว เบื้องต้น ยังไม่ทราบว่าทั้งคู่มีเรื่องกันมาก่อนหรือไม่ ต้องรอการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มซิ่งรถกลับบ้าน-ชนต้นไม้ดับสยอง!! หลังฟังผลประชามติสภากาแฟ

 เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 8 ส.ค. ร.ต.อ.ชาญเดช ใบเนียม สารวัตรเวรสถานีตำรวจทรงธรรม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนต้นไม้เกาะกลางถนนบริเวณถนนสายเอเซีย กำแพงเพชร–ตาก กม.ที่ 465–466 ใกล้กับสถานีย่อยตำรวจทางหลวงนครชุม หมู่ที่ 8 ตำบลทรงธรรม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร มีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย จึงรีบประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลกำแพงเพชร และหน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กมก 528 กำแพงเพชร ชนอยู่กับต้นไม้ในร่องเกาะกลางถนน สภาพเสียหาย เศษชิ้นส่วนหลุดกระจาย ใกล้กันพบศพ นายลำยอง หิรัญ อายุ 54 ปี อยู่หมู่ 1 ตำบลทรงธรรม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร นอนหงายสวมเสื้อเชิ้ตสีเขียว กางเกงขาสั้นสีดำ สภาพศพคอหัก มีบาดแผลตามร่างกาย ใบหน้า และศีรษะ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนได้ความว่า นายลำยอง ผู้ตายได้ขับขี่จักรยานยนต์มาจากบ้านของตน มาตลาดเช้าที่ตำบลนครชุม เพื่อดื่มกาแฟ ในสภากาแฟที่ตลาดนครชุม ในทุกเช้า และพูดคุยกันเรื่องผลประชามติ ที่จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของจังหวัดกำแพงเพชร ผู้มีสิทธิ์ 509,625.00 ผู้มาใช้สิทธิ์ 334,329.00 หรือ 65.60 เปอร์เซ็นต์ บัตรดี 321,1460.00 หรือ 96.15 เปอร์เซ็นต์ บัตรเสีย 12,662 หรือ 3.79 เปอร์เซ็นต์ ประเด็นที่ 1 เห็นชอบ 217,926.00 ร้อยละ 65.18 ไม่เห็นชอบ 85,354.00 ร้อยละ 25.53 และประเด็นที่ 2 เห็นชอบ 194,400.00 ร้อยละ 58.15 ไม่เห็นชอบ 90,465.00 ร้อยละ 27.06 หลังจากนั้นได้ขับขี่จักรยานยนต์เพื่อจะกลับบ้าน และมาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว จนทำให้เสียชีวิต โดยไม่มีร่องรอยการถูกเฉี่ยวชนแต่อย่างใด ซึ่งผู้ตายอาจขับมาด้วยความเร็วแล้วเกิดเสียหลัก ตกไปในร่องกลางถนน จนบังคับรถไม่อยู่แล้วชนกับต้นไม้อย่างแรงจนเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามได้นำศพของผู้ตายไปชันสูตรหาสาเหตุการตายโดยละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลกำแพงเพชรต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ยิงหนุ่มดับคาบิ๊กไบก์ค้นตัวเจอยาบ้า-ไอซ์ ตร.คาดปมขัดแย้งส่วนตัว-ยาเสพติด

 เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 8 ก.ค. ร.ต.อ.สุวิทย์ ภูดอนบาง สว.(สอบสวน) สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าบ้านเลขที่ 106/4-5 ม.4 ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อนันต์ ชัยชาญ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พ.ต.ท.กฤกษ์ชัย แสงสว่าง รอง.ผกก.สส. พ.ต.ท.อุทัย ขันทอง รอง.ผกก.ป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และมูลนิธิ ปอเต็กตึ้ง พร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.พระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุหน้าอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ด้านล่างเป็นร้านขายของชำ พบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ ยี่ห้อ คาวาซากิ ER-6N สีดำ หมายเลขทะเบียน ฬสง 99 กทม. ล้มตะแคงอยู่ ติดกันพบศพนายเผด็จ หรือ แคป สว่างแก้ว อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 ม.4 ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นอนหงายเสียชีวิตอยู่ข้างรถ ใส่เสื้อยืดคอกลมสีขี้ม้า สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ใส่รองเท้าผ้าใบสีดำ สวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบสีดำ และมีซองปืนสีดำเหน็บอยู่ที่เอวด้านหน้า แต่ไม่พบอาวุธปืน

ตรวจสอบตามร่างกายถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองขนาด 9 เบอร์ 12 เข้าที่ สีข้างด้านขวากระสุนทะลุหน้าท้อง 9 รู ที่ต้นแขนขวา 2 รูทะลุแขน ไปฝังในไต้แขนขวา และที่กลางหน้าอกอีก 1 รู ตรวจสอบรถพบรอยถูกกระสุน 14 แห่ง และห่างออกไป ประมาณ 30 เมตรที่ริมถนนพบปลอกกระสุน ปืนลูกซองขนาด 9 เบอร์ 12 สีแดง ตกอยู่ที่พื้นจำนวน 5 ปลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นตามร่างกายผู้ตายพบยาบ้า จำนวน 7 เม็ด ยาไอซ์ บรรจุซองพาสติกใส 2 ซองประมาณ 2 กรัม เงินสด 700 บาท อยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างขวา และโทรศัพท์ 1 เครื่องอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้ายซ้าย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นายประกอบ นาดี อายุ 59 ปี พี่ชายเจ้าของร้าน เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนยืนอยู่หน้าร้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 5 นัด และมีรถของผู้ตายขี่เข้ามาล้มอยู่ข้างร้าน และตนโดนกระสุนปืนเฉี่ยวที่แขนขวาเจ็บเล็กน้อย จึงวิ่งหนีตายเข้าร้านและรอจนสักพักให้แน่ใจว่าปลอดภัย จึงออกจากร้านมาดูพบผู้ตายถูกยิงนอนอยู่ข้างรถ ตนจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ มอบศพให้มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งสถาบันนิติเวช ส่วนสาเหตุการตายจะได้สอบสวนและตรวจกล้องวงจรปิดพื้นที่ใกล้เคียง ว่าเกิดจากปัญหายาเสพติดหรือปัญหาส่วนตัว เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด