แบบนี้ก็ได้เหรอ? เปลี่ยนเบอร์ใหม่กี่ครั้งยังไลน์เดิม แค่ 4 เทคนิค จบ!

ส่องเทคนิคเปลี่ยนเบอร์และอีเมลที่เคยใช้ลงทะเบียนบัญชีไลน์ได้ง่ายๆ แค่ 4 ขั้นตอนจบ โดยไม่ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญ หมดปัญหาเปลี่ยนเบอร์ใหม่แล้วต้องใช้ไลน์ใหม่ด้วย…

ตามความเข้าใจเดิม…เราจะเข้าใจกันว่าการรักษาบัญชีไลน์ หรือ ไลน์ แอคเคาท์ (Line Account) ให้คงอยู่และติดตามเราไปได้ทุกอุปกรณ์ในกรณีที่มีการเปลี่ยนมือถือนั้น จำเป็นต้องมีการลงทะเบียนผู้ใช้ด้วยเบอร์มือถือและอีเมล โดยเป็นการผูกเบอร์และอีเมลเข้ากับบัญชีไลน์แบบ 1 ต่อ 1 คือ หนึ่งบัญชีผู้ใช้ไลน์ต้องมี 1 เบอร์มือถือ และ 1 อีเมล ผูกติดโดยห้ามเปลี่ยนแปลง เพื่อจัดเก็บรายชื่อเพื่อน รวมถึงกลุ่มสนทนาและสติกเกอร์ที่เคยซื้อไว้ในบัญชี

แต่เรากำลังจะบอกคุณว่า ถ้าคุณมีความคิดแบบดังกล่าว คงต้องบอกว่าคิดผิดเสียแล้ว! เพราะที่จริงแล้ว เราสามารถเปลี่ยนเบอร์และอีเมลที่ผูกอยู่กับบัญชีไลน์ได้ง่ายๆ เลยล่ะ แค่ 4 ขั้นตอนที่รับรองว่าง่ายแสนง่าย ถ้าไม่เชื่อลองทำไปพร้อมกัน…!ทำตามขั้นตอนเหล่านี้…

1. ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการเปลี่ยนเบอร์หรืออีเมลที่ลงทะเบียนบัญชีไลน์ คุณต้องตรวจสอบว่าแอพ Line ที่ใช้แชตอยู่เป็นประจำนั้นเป็นเวอร์ชั่น 6.2.0 หรือไม่ เนื่องจากคุณสมบัติดังกล่าวนี้จะใช้ได้ตั้งแต่เวอร์ชั่น 6.2.0 นั่นเอง ส่วนวิธีการตรวจสอบว่า Line ของคุณเป็นเวอร์ชั่นอะไรนั้นให้เข้าสู่ “แอพ Line” ไปที่ “อื่นๆ” (More) และ “ตั้งค่า” (Settings) จากนั้นให้เลื่อนไปที่ “เกี่ยวกับ Line” (About Line) เพียงเท่านี้ก็จะเห็นแล้วว่าคุณกำลังใช้แอพ Line เวอร์ชั่นอะไร หากยังไม่ใช่ 6.2.0 ก็ต้องทำการอัพเดต Line ก่อน

2. จากนั้นก็เริ่มขั้นตอนกันเลย หลังเข้าสู่ Line ก็เข้าไปที่ “อื่นๆ” (More) และ “ตั้งค่า” (Settings) และ “บัญชี” (Account) และเข้าไปที่ “เบอร์โทร” (Phone Number)

3. คุณจะพบกับคำอธิบาย ระบุว่า “คุณกำลังจะเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนกับ Line โปรดกดปุ่มด้านล่างเพื่อดำเนินการต่อ” (This changes the phone number you have registered in Line. Tap the button below to continue) ซึ่งหากคุณต้องการจะเปลี่ยนเบอร์ที่ลงทะเบียนเอาไว้ก่อนหน้านี้ ก็ให้กด “ต่อไป” (Next) พร้อมทั้งใส่เบอร์ใหม่ที่คุณต้องการใช้เพื่อลงทะเบียนบัญชีไลน์ลงไป และกด “ตรวจพิสูจน์หมายเลขโทรศัพท์” (Verify Phone Number)ก็สามารถใช้ไลน์เดิมได้ แม้จะต้องเปลี่ยนเบอร์โทรใหม่

4. ระบบจะส่งรหัส 4 หลัก มาทางข้อความสั้น (SMS) เพื่อให้คุณใส่ยืนยัน…ซึ่งควรรีบใส่ทันทีที่ได้รับข้อความ เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธี ส่วนใครที่ต้องการเปลี่ยนอีเมล ก็สามารถทำได้ด้วยวิธีคล้ายกันนี้ เพียงแต่เลือกที่ช่อง “เปลี่ยนอีเมลของคุณ” (Change Your Email) แทนช่องเบอร์โทร…

ถ้าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเบอร์หรืออีเมลที่เคยผูกกับบัญชีไลน์จริงๆ คงต้องแนะนำว่า…ไม่จำเป็นต้องทดลองวิธีที่เราบอกก็ได้ รอให้ถึงคราวจำเป็นต้องเปลี่ยนเบอร์หรือเปลี่ยนอีเมลแล้วค่อยทำ! เดี๋ยวเปลี่ยนเล่นๆ กลับไปกลับมา แล้วเกิดใช้เบอร์เดิมไม่ได้ ก็ไม่รู้จะช่วยยังไงนะจ๊ะ!!!

ที่มา : MacThai

เจออีกศพ นั่งยางที่ชุมแพ! คาดเป็นหญิงสาว ถูกฆ่าเผาในป่าดงลาน

ตำรวจชุมแพงานเข้า หลังพบศพถูกเผานั่งยางในป่าดงลาน ผบก.รุดตรวจ ยังไม่รู้เพศ แต่คาดเป็นหญิงสาวอายุ 20-25 ปี เรียกประชุมเครียด พบหลักฐานสำคัญ กระจกรถยนต์ติดสติกเกอร์ กรมการปกครอง…

วันที่ 16 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าว อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น รายงานกรณีพบศพคนถูกฆ่าเผานั่งยางในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงลาน พื้นที่หมู่ 11 ต.นาหนองทุ่ม อ.ชุมแพ สภาพศพถูกเผาไหม้เหลือแต่โครงกระดูก สภาพไม่น่าจะเกิน 7 วันต่อมา พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผกบ.ภ.จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก พ.ต.อ.จีราวัฒน์ คงกระพันธ์ รอง ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น ชุดสืบสวนตำรวจภูธรขอนแก่น เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุจุดเผานั่งยาง โดยมี พ.ต.อ.นพเก้า โสมนัส ผกก.สภ.ชุมแพ พ.ต.ท.เทวฤทธิ์ บูรณะรักษ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.กฤติเดช สุพรรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ต.ธรรมวิทย์ พลแก้ว สว.สส. พ.ต.ต.ชนะ โกรธา สารวัตร(สอบสวน) เจ้าของคดี ร่วมตรวจสอหลังตรวจที่เกิดเหตุ พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น กล่าวว่า จากผลการตรวจสภาพศพพบว่า กระดูกขาท่อนบนทั้งสองข้างหัก กระดูกสันหลังหัก กะโหลกศีรษะด้านซ้ายยุบ ยังไม่สามารถระบุเพศได้ แต่คาดว่าเหยื่อเป็นผู้หญิงอายุระหว่าง 20-25 ปี เบื้องต้นทุกประเด็นยังอยู่ในข้อสงสัย และตั้งข้อสังเกตไว้กว้างๆ จนกว่าจะทราบว่าผู้ตายเป็นใคร ขณะนี้ได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวจากชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุว่ามีคนหายไปหรือไม่ส่วนกรณีเส้นทางดังกล่าวซึ่งเป็นที่เปลี่ยวและเชื่อมต่อระหว่าง อ.ภูกระดึง จ.เลย อ.สีชมพู และชุมแพ จ.ขอนแก่น คงต้องให้เจ้าหน้าที่ลงหาข่าวในพื้นที่ดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุดพิเศษ เอกศิริ รอง ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น ดูแลงานสอบสวนสำนวนคดี และให้ พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รอง ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น ดูแลงานสืบสวน เพื่อติดตามคดีนี้ให้ถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังตรวจที่เกิดเหตุแล้ว ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น ได้เรียกประชุมชุดทำงานที่ห้องประชุมสุนทรสัจจบูลย์ สภ.ชุมแพ กำหนดแผนในการทำงาน โดยในที่ประชุมมีการฉายสไลด์ภาพนิ่งที่เกิดเหตุ โดยมี พ.ต.อ.นพเก้า โสมนัส ผกก.สภ.ชุมแพ เป็นผู้ให้คำอธิบายโดยละเอียด พร้อมนำกระจกรถยนต์ที่แตกร้าว มีรอยคราบติดสติกเกอร์เครื่องหมายกรมการปกครองติดอยู่ที่มุมบนของกระจกอย่างชัดเจน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นหลักฐานสำคัญในคดีมาให้ที่ประชุมตรวจดู โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนร่วมฟังด้วยแต่อย่างใด.

ที่มา>>>Thairath

รถทัวร์ยะลา เข้ากทม. ตกร่องถนนก่อนถึงรพ.ละแม คนขับสาหัส เจ็บ 37

รถทัวร์จากยะลา บรรทุกผู้โดยสาร 52 ชีวิตมุ่งหน้ากทม. เสียหลักพุ่งลงเกาะกลางถนนพื้นที่อ.ละแม จ.ชุมพร คนขับบาดเจ็บสาหัส ผู้โดยสารเจ็บ 37 ราย ส่วนใหญ่แผลถลอกและฟกช้ำ…

เมื่อเวลา 23.45 น. วันที่ 17 เม.ย.59 พ.ต.ต.นิรันดร์ ชูหลอง สารวัตรสอบสวน สภ.ละแม รับแจ้งอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสาร ไถลลงเกาะกลางถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ในพื้นที่หมู่ 7 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมนายวนิพงศ์ มุณีน้อย นายอำเภอละแม ตำรวจทางหลวง หน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปเขตละแม และอำเภอหลังสวน เกือบ 20 นาย ให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายเอเชีย 41 กม.ที่ 90 ก่อนถึงโรงพยาบาลละแม เพียง 300 เมตร โดยบริเวณร่องกลางถนนพบรถทัวร์ ยี่ห้อสแกนเนีย สีขาวทอง ทะเบียน 30-4336 สงขลา ด้านหน้ารถติดสติ๊กเกอร์ว่า สุริยกิจทัวร์ ในสภาพตะแคง ด้านหน้ารถพังยับ ภายในรถมี นายสาแหละ สุมาตรา อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ 5 ตำบลควนโค อ.เมือง จ.สตูล คนขับรถทัวร์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและขาติดอยู่ภายในที่นั่งคนขับ หน่วยกู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างเข้าช่วยเหลือนานกว่าครึ่งชั่วโมง จึงสามารถนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลละแมได้ แพทย์ตรวจเบื้องต้น พบว่าที่ขาด้านซ้ายมีแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ และที่อุ้งเท้าด้านขวามีบาดแผลขนาดใหญ่นิ้วนางของเท้าขาดนอกจากนี้ ยังมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวน 37 ราย เป็นหญิง 14 ราย หนึ่งในนั้นมีเด็กหญิงวัย 7 ขวบได้รับบาดเจ็บอยู่ด้วย และเป็นชาย 23 ราย ส่วนมากเป็นแผลถลอกและฟกช้ำ หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลละแม ส่วนที่เหลืออีก 15 รายโชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บ

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่ารถคันดังกล่าวขับมาจากจ.ยะลา เมื่อช่วง 16.30 น.มุ่งหน้า กรุงเทพฯ โดยนายสาแหละ คนขับได้รับช่วงขับรถต่อที่อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักและพุ่งลงเกาะกลางทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนด้านนายอำเภอละแม กล่าวว่า จากการสอบสอบคนขับรถสำรองของรถทัวร์คันดังกล่าวทราบว่า เป็นรถเสริม มีผู้โดยสารบนรถทั้งหมด 52 คน เป็นผู้โดยสาร 48 คนเป็นคนขับ 2 คน และพนักงานบนรถอีก 2 คน ส่วนมากได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มีเพียงคนขับรถคนเดียวที่บาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ได้ประสานไปยังบริษัทรถทัวร์ให้ส่งรถมารับผู้โดยสารที่มีความประสงค์ที่จะเดินทางต่อไปกรุงเทพฯ ทั้งนี้ ได้นำผู้โดยสารทั้งหมดไปพักผ่อนที่สภ.ละแม เพื่อรอขึ้นรถต่อไป.

ที่มา>>>Thairath