ไล่ตีกันไม่เลิก!! กลุ่มโจ๋คู่อริ ถูกจับไปแล้วยังมากลับมาไล่ยิงกันอีก แถมออกข่มขู่ชาวบ้าน

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุวัยรุ่นซอย 9 ริมคลองประปา หมู่ 4 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง ยกพวกไล่ทำร้ายร่างกายกัน หลังเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ก็ก่อเหตุไล่ตะลุมบอลกันมาครั้งหนึ่งแล้วจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนอง นำกำลังเข้าควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นไว้ได้ ก่อนพาไปทำแผลและทำประวัติแล้วปล่อยตัวออกมา แต่เรื่องก็ยังไม่จบกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่ม ยังกลับมาไล่ตะลุมบอลกันอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีการช้อาวุธปืนไล่ยิงกัน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดผวา วิ่งหนีตายกันเป็นแถว201609202308457-20120716160851เมื่อกำลังรถสายตรวจจำนวน 3 คัน ได้เข้ามาระงับเหตุ วัยรุ่นฝั่งบ้านตรงกันข้าม ที่วัยรุ่นจากซอยอื่นๆ ชอบมารวมตัว ก็ไม่ยอมแยกย้าย มีการโต้เถียงกันไปมา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอกำลัง ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 15 และชุดเฝ้าระวังเหตุเข้ามาช่วยควบคุมสถานการณ์ ก่อนจะนำคู่กรณีขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อไปตรวจหาสารเสพติดและปรามไม่ให้มาก่อความวุ่นวาย ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและเป็นที่เอือมระอาให้กับประชาชนและร้านค้าในละแวกนั้น ซึ่งถึงแม้ทหารจะเอาตัววัยรุ่นส่วนหนึ่งไปตรวจหาสารเสพติด แต่ยังมีพวกป่วน ขี่รถจยย.อีก จำนวน 5-6 วัน คอยวันเวียนและข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่201609202308453-20120716160851นางนพรัตน์ กองอาษา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.บางริ้น กล่าวว่า เหตุการณ์นี้มีการกระทบกระทั่งแซวกันไปแซวกันมาทุกคืน เคยสั่งห้ามแล้วอย่ามารวมกลุ่มกัน แต่ก็มาเกิดเหตุอีกจนได้ จึงโทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาระงับเหตุ ก็มาไม่ทันเด็กๆ พวกนี้จะไวกว่า และสถานการณ์คืนนี้คงไม่จบ ทั้งที่ไปโรงพักกันมาแล้ว ฝั่งโน้นก็ยังข่มขู่อีก ว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้อยู่ดีแน่นอน ตำรวจมายังไม่กล้าลงจากรถต้องให้ชุดทหารมาจัดการ และตามล่ากวาดล้างเอาไปให้หมด201609202308452-20120716160851

ที่มา>>>ข่าวสด

ลุยปิดล้อมบ้าน!! จับหนุ่มในคลิปฮือทำร้ายตำรวจ-ชิงตัวพี่สาว เจ้าแม่ยาบ้า

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา นำกำลังเข้าล่อซื้อ จับกุมตัว น.ส.จอย โตมีเฉลิม อายุ 37 ปี เอเย่นต์ยาบ้าได้พร้อมของกลางยาบ้า 220 เม็ด ภายในชุมชนวัดตะไกร ม.2 ต.คลองสระบัว อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างการตรวจค้นถูกกลุ่มเครือข่ายยาบ้าและชาวบ้านในชุมชน 30 คน รุมปิดล้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้อาวุธมีดไม้ ทำร้ายร่างกาย ทุบรถเจ้าหน้าที่ตำรวจชิงตัวผู้ต้องหาไปทั้งที่ใส่กุญแจมือ พร้อมกับเงินสดจำนวน 9,000 บาท หลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 14 ก.ค. พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กว่า 50 นาย เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้น บ้านเป้าหมายบุคคลที่ปรากฏภาพในคลิปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบันทึกภาพไว้ได้

จากการตรวจค้นสามารถจับกุมตัวนายศักดิ์ชัย โตมีเฉลิม อายุ 35 ปี น้องชาย ของ น.ส.จอย และ นายเอ อายุ 15 ปี เป็นคนที่ร่วมในเหตุการณ์ปิดล้อม ใช้อาวุธมีดและไม้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจปัสสาวะกลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณ ที่เกิดเหตุ จำนวน 20 คน มาทำการตรวจปัสสาวะ พบมีสารเสพติด จำนวน 6 คน นำไปบำบัด จากการตรวจค้น พบว่ากลุ่มที่เข้ามาปิดล้อมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป นายศักดิ์ชัย อ้างว่า เป็นบุคคลที่อยู่ในคลิปวิดีโอ ครั้งแรกไม่ทราบว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ คิดว่าเป็นแก๊งเงินกู้มาทำร้ายพี่สาวจึงจะเข้าไปช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันการจับกุมได้แสดงตัวทุกขั้นตอนและในระหว่างที่จับกุมและเกิดเหตุการณ์ได้พยายามบอกหลายครั้งแล้วว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ส่วนการติดตามตัว น.ส.จอย พบว่าได้หลบหนีออกไปนอกพื้นที่แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามหาแหล่งที่ซุกซ่อนตัว เตรียมออกมายจับ เครือข่ายยาบ้า และผู้ที่ร่วมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวม 4 คน ประกอบด้วยนางสาวจอย โตมีเฉลิม เจ้าของยาฯ นายสมคิด ดอกไม้ทอง อายุ 40 ปี สามีนางสาวจอย นายประมวล โตมีเฉลิม อายุ 40 ปี (คนถือมีดในคลิป) และนายศักดิ์ชัย โตมีเฉลิม อายุ 35 ปี (คนที่เอาก้อนหินปาใส่ตำรวจ) ซึ่งขณะนี้กำลังสอบสวนเพื่อขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับ

ที่มา>>>ข่าวสด

สนธิกำลังปิดสถานบริการ สถานบันเทิงผิดกฎหมายเมืองเพชร

กลางดึกที่ผ่านมา วันที่ 9 มิ.ย. นายกฤษฎา แก้วสองเมือง นายอำเภอเมืองเพชรบุรี พร้อมด้วยนายรณกร เผ่าวิจารณ์ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองเพชรบุรี สนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเพชรบุรี เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 15 ตำรวจตะเวนชายแดนที่ 144 ตำรวจพลร่มค่ายนเรศร เจ้าหน้าที่จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบุรี เจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขอำเภอเมืองเพชรบุรี เจ้าหน้าที่ ปปส. และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจังหวัดเพชรบุรี รวมกำลังกว่า 150 นาย ปฏิบัติการเข้าจู่โจมตรวจค้นโรงแรมไดแอน คาราโอเกะตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี

14654371891465437415l

สืบเนื่องจากพื้นที่เมืองเพชรบุรี มีสถานบริการและสถานบันเทิงจำนวนหลายแห่ง มีกลุ่มวัยรุ่นไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมามักจะไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ และกฎหมายในเรื่องของเวลาการ เปิด-ปิด การให้บริการฯ และอายุของกลุ่มผู้เข้าใช้บริการ น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2559 ที่ผ่านมา ทางอำเภอเมืองเพชรบุรีได้ใช้มาตรการทางปกครองมีคำสั่งให้ปิดสถานบริการและสถานบันเทิงที่ละเมิดกฎระเบียบ และทำผิดกฎหมาย เป็นเวลาชั่วคราว จำนวน 6 แห่ง ประกอบไปด้วย ร้านเมโลดี้ผับ ให้ปิดเป็นเวลา 5 ปี ร้านคาวบอย ให้ปิดเป็นเวลา 5 ปี ร้านอะเกน ให้ปิดเป็นเวลา 30 วัน ร้านพรีเซนท์ ให้ปิดเป็นเวลา 30 วัน ร้านข้าวต้มสาธินี ให้ปิดเป็นเวลา 30 วัน และร้านขวัญเพชร ให้ปิดเป็นเวลา 30 วัน
ล่าสุด จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ายังมีสถานบริการและสถานบันเทิงบางแห่งละเมิดคำสั่ง และยังเปิดให้บริการอยู่  ซึ่งวันนี้ได้มีการสนธิกำลังกับส่วนเกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นโรงแรมไดแอน คาราโอเกะ เพื่อหาสิ่งผิดกฎหมาย โดยจากการตรวจค้นในสถานที่ดังกล่าวพบเยาวชนที่อายุไม่ถึง 18 ปี จำนวน 1 ราย โดยกลุ่มผู้ที่มาใช้บริการบางรายไม่พกเอกสารแสดงตนหรือบัตรประจำตัวประชาชน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของผู้ที่มาใบริการทุกรายรวมไปถึงพนักงานในสถานที่ดังกล่าวด้วย พบว่ามีสารเสพติดในปัสสาวะจำนวน 1 ราย และได้นำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รถตู้กลับจากงานรับปริญญา หลับในชนต้นไม้ที่สุราษฎร์ฯ ดับ 5 เจ็บ 8

สลด! เครือญาติชาวกระบี่ เหมารถตู้ไปงานรับปริญญาที่ ม.ดังชลบุรี ขากลับคนขับวูบหลับรถพุ่งชนต้นไม้พลิกคว่ำร่องกลางถนน จ.สุราษฎร์ธานี ทำบาดเจ็บ 8 ราย เสียชีวิต 5 ราย รวมกำนันตำบลคลองพน และลูกสาววัย 4 ขวบ

เมื่อเวลา 06.40 น. วันที่ 27 เม.ย. 59 ร.ต.อ.ชัชฤทธิ์ ขาวสุวรรณ รอง สว.สส.สภ.ไชยา รับแจ้งเหตุรถตู้เสียหลักชนต้นไม้ร่องกลางถนน บริเวณบ้านห้วยใหม่ หมู่ 4 ต.ป่าเว อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 ราย และบาดเจ็บ 10 ราย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.บัญชา เดชมณี รอง ผกก.สภ.ไชยา พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถตู้รับจ้างโตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีขาว ทะเบียนป้ายเหลือง 30-1609 กระบี่ อยู่ในสภาพพลิกคว่ำพังเสียหายทั้งคัน พบผู้เสียชีวิต 3 ราย ทราบชื่อ นางวรรณี จงรักษ์ อายุ 37 ปี 4/5 หมู่ 10 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ นางสมใจ บุตรน้อย อายุ 58 ปี (ไม่ทราบที่อยู่) และ ด.ช.ไทม์ สูทอก อายุ 7 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ 10 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่นอกจากนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 ราย ทั้งหมดเป็นชาว ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่รีบนำส่ง รพ.ไชยา ทราบชื่อ นายร่อหมาด จงรักษ์ อายุ 59 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย ด.ช.อนาวิล สูทอก อายุ 12 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย ด.ญ.มาริษา จงรักษ์ อายุ 11 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย นางวรรดี จงรักษ์ (ภรรยากำนัน) อายุ 42 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย นายย่าเอ้ จงรักษ์ อายุ 64 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย นางอรายา ผลเงาะ อายุ 54 ปี ไหปลาร้าหัก บาดเจ็บสาหัส บอบช้ำภายใน และ นางรุณี สูทอก อายุ 53 ปี บาดเจ็บสาหัส โดยผู้มีอาการสาหัสนำส่ง รพ.สุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย คือ นายสิทธิศักดิ์ สูทอก กำนันตำบลคลองพน และ ด.ญ.ประภาดา จงรักษ์ อายุ 4 ปี บุตรสาวกำนัน แต่เสียชีวิตขณะนำส่ง รพ.พ.ต.ท.บัญชา กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งหมดเดินทางมาจาก จ.ชลบุรี ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 26 เม.ย. 59 หลังจากเดินทางไปงานรับปริญญาญาติที่มหาวิทยาลัยบูรพา จนมาถึงจุดเกิดเหตุ นายวรเดช ชลที คนขับ ให้การว่า มาถึงที่เกิดเหตุเกิดอาการง่วงจึงหลับตาแต่เกิดวูบหลับจนทำเป็นเหตุให้รถเสียหลักชนต้นไม้กลางถนน จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวคนขับตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติด พร้อมกันนี้ จะสอบปากคำโดยละเอียดอีกครั้งก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath