เฒ่า 76 ขี่จยย.เลี้ยวกะทันหัน ถูกปิกอัพเสยกระเด็นหัวใจหยุดเต้น จนท.เร่งปั๊มหัวใจฟื้นปาฏิหาริย์

วันที่ 13 พ.ย. ร.ต.ท.เทอดเกียรติ ธนโสวัตถิยกุล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ท่าเลื่อน จ.ตราด ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย บริเวณหน้าทางเข้าเทศบาลตำบลชำราก ถนนสายสุขุมวิท ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด จึงรุดไปตรวจอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราด

ที่เกิดเหตุพบนายฉลาด หนูแอว อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 2 ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด นอนหมดสติอยู่บนถนน มีบาดแผลแตกที่ศรีษะ และชีพจรหยุดเต้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือพร้อมปั๊มหัวใจ จนกลับมามีชีพจร จากนั้นได้ประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงเทพตราดเดินทางรับผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลตราดต่อไป ส่วนในที่เกิดเหตุพบรถจยย.ฮอนด้าเวฟ หมายเลขทะเบียน กพน 788 ตราด ล้มคว่ำอยู่ ใกล้กันพบรถกระบะ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บฉ 5961 ตราด ซึ่งเป็นรถคู่กรณี โดยมีนายโกวิทย์ วิริยะสงคราม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 2 ต.น้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด เป็นคนขับ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ขณะที่นายฉลาด ขี่รถจยย.มา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุปรากฏว่า นายฉลาดขี่รถจยย.เลี้ยวกะทันหัน ทำให้รถกระบะที่ขับตามหลังมาเบรกไม่ทันชนท้ายเข้าอย่างจัง ทำให้ทั้งคนและรถกระเด็นไปไกลกว่า 20 เมตร ซึ่งหลังจากนี้จะได้สอบปากคำนายโกวิทย์ รวมทั้งสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สาววัย24ปีรถคว่ำ-พิการเดินไม่ได้ มีตายาย-น้าดูแล วอนผู้ใจบุญช่วยรักษา-วาดฝันได้เรียนต่อ

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งมีสาวพิการที่ต้องการความช่วยเหลือด้วยการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง และอยากจะกลับไปเรียนต่อ แต่เนื่องจากฐานะยากจน จนมีผู้นำไปโพสต์ในเฟซบุ๊กขอความช่วยเหลือ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบน.ส.มัลลิกา หรือน้องนิว กิจพิทักษ์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 4 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี พิการตั้งแต่เอวลงไปถึงปลายขา ซึ่งขาจะบิด และต้องนั่งรถเข็นตลอด โดยมีนางกัลยรัตน์ เพิ่มยินดี อายุ 40 ปี น้าสาวคอยดูแลไม่ห่าง201610041519152-20041021180356น้องนิวเล่าว่า พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก และได้อาศัยอยู่กับตายายและน้าสาวมาตลอด โดยได้เข้าเรียนในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม โดยอยู่ปี 1 แต่เมื่อปี 2557 ได้ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำได้รับบาดเจ็บ ต้องใส่เหล็กเสริมที่กระดูกสันหลังถึง 4 เส้น และขาทั้ง 2 ไม่มีความรู้สึก ตอนนั้นพอรู้ว่าต้องพิการก็ทำใจไม่ได้ แต่ก็ได้กำลังใจจากตายายและน้าสาวที่คอยดูแล รวมทั้งพาไปรักษาอาการ ทำกายภาพบำบัดและช่วยบีบนวด จนทำให้ตอนนี้ขาทั้ง 2 กลับมามีความรู้สึกแล้ว แต่เนื่องจากน้าสาวมีฐานะยากจน ทำให้ขาดการรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้มีผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ที่ต่อเนื่อง โดยเชื่อและมีความหวังว่าหากได้รับการรักษาต่อเนื่องจะสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง โดยเฉพาะตนอยากกลับไปเรียนต่อให้จบ เพื่อจะได้หางานทำและเลี้ยงดูน้าสาว อีกทั้งตากับยายที่แก่ชราลงทุกวันด้วย

ด้านนางกัลยรัตน์บอกว่า ที่ผ่านมาพยายามพาหลานสาวไปรักษาให้ต่อเนื่อง เพราะหวังว่าหลานสาวจะเดินได้อีกครั้ง แต่ติดปัญหาไม่มีเงิน เพราะสามีซึ่งมีอายุ 60 ปี แล้วออกไปรับจ้างขับรถสิบล้อเพียงคนเดียว มีรายได้เที่ยวละ 700-800 บาท แต่ไม่ได้ทุกวัน บางครั้ง 3-4 วันถึงจะมีงานได้ขับรถสักเที่ยวหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีลูกอีก 2 คนกำลังเรียนระดับปริญญาตรีกับม.2 ซึ่งรายได้ที่มีก็ค่อนข้างขัดสน จึงทำให้ไม่มีเงินจ้างรถพาน้องนิวไปหาหมอได้ต่อเนื่อง อีกทั้งตนยังป่วยเป็นหอบหืดและโรคความดัน จึงทำงานหนักไม่ไหว ตนได้แต่ทำงานบ้านและดูแลหลานไปด้วย โดยอาศัยแค่การบีบนวดให้บ้าง แต่ถ้าได้รับการรักษาจากสถานพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าน้องนิวน่าจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ ที่ผ่านมาก็ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือ ตนต้องวิ่งเต้นขอบัตรผู้พิการ แต่กว่าจะได้ก็แสนลำบาก เพราะหน่วยงานที่มาดูก็บอกว่าไม่รู้พิการจริงไหม จึงอยากให้หน่วยงานไหนก็ได้เข้ามาช่วยเหลือพาหลานสาวไปรักษาและทำกายภาพบำบัดให้ต่อเนื่องด้วย เพื่อที่จะได้กลับไปเรียนต่อและจะมีอนาคตที่ดีต่อไป

สำหรับผู้ที่ใจบุญและจะร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือเป็นค่ารักษาพยาบาลให้กับน.ส.มัลลิกา สามารถบริจาคได้ที่ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 447-2166-617 หรือติดต่อไปได้ที่ 06-2579-3850

ที่มา>>>ข่าวสด

โจ๋16เล่นพิเรนทร์-ห้อยหน้าต่างโชว์หญิง พลาดตกตึก23ชั้นสุดหวาดเสียว!

เว็บไซต์ คอมโซมอลสกายาปราฟดา ของรัสเซียรายงานอุบัติเหตุของ นายนิโคไล อายุ 16 ปี ซึ่งตกจากหน้าต่างอพาร์ตเมนต์ ชั้น 23 กระแทกหลังคารถแท็กซี่ที่จอดไว้ ในเมืองโนโวไซบีเรีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัสเซีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาindex-2ข่าวระบุว่า นายนิโคไลรอดตายปาฏิหาริย์ แต่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา ล่าสุดนอนพักรักษาในแผนกไอซียู อาการยังทรงตัว9849771สอบถามชาวบ้านทราบว่า นายนิโคไลมาเที่ยวห้องพักของแฟนสาว โดยนั่งเล่นที่ขอบหน้าต่าง จากนั้นก็เริ่มทำอะไรแผลงๆ โดยปีนหน้าต่างแล้วห้อยกับขอบราวระเบียงเพื่อโชว์แฟน แต่สุดท้ายรั้งน้ำหนักไม่ไหว จึงตกตึกร่างหล่นกระแทกหลังคารถดังกล่าว ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึก! 18 ล้อโค้งแรง จนมาม่าหลายร้อยกล่องเทกระจาด หวิดทับจยย.ข้างหลัง

คลิปวีดีโอนาทีระทึก รถเทลเลอร์ 18 ล้อบรรทุกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเต็มคันเทกระจาดกล่องร่วงเกลื่อนถนน ใกล้สนามไอโมบายบุรีรัมย์ หวิดโดนรถ จยย. ถูกแชร์ว่อนโลกโซเชียล   หลังเกิดเหตุ ตร.จราจรต้องมาอำนวยสะดวกป้องกันเกิดอุบัติเหตุซ้ำ  ขณะผู้สัญจรเผยจุดดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง คาดเกิดจากความประมาทหรือไม่ชินเส้นทาง   วันที่ 7 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอนาทีระทึก จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อว่า “นางรอง คลิปเด็ด” เป็นภาพเหตุการณ์ขณะรถเทลเลอร์ 18 ล้อคันหนึ่ง หมายเลขทะเบียน 70-1733 ไม่ทราบจังหวัด บรรทุกบะหมี่กึ่งสำเร็วรูปมาเต็มคัน โดยมีผ้าใบปิดคลุมอย่างมิดชิด แต่ปรากฏว่าเมื่อรถเทลเลอร์คันดังกล่าววิ่งมาถึงทางโค้ง   ใกล้กับสนามฟุตบอลไอ-โมบาย บ้านศิลาชัย  ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์  กล่องที่บรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่บรรทุกมา ได้เทกระจาดร่วงหล่นเกลื่อนพื้นถนนเกือบทั้งคัน กินพื้นที่ไป 1 ช่องจราจร  บางส่วนกระเด็นตกลงไปในร่องระบายน้ำข้างทาง  ซึ่งจังหวะที่รถเทลเลอร์ได้เทกระจาดกล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก็หวิดโดนรถจักรยานยนต์ที่วิ่งตามมา ทั้งนี้ยังมีรถยนต์ที่วิ่งตามมาอีกหลายคันต้อง ชะลอความและจอดรถอย่างกะทันหันด้วย  โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว   ขณะที่ชาวเน็ตหลายคนก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  บางคนบอกว่าเกิดจากสภาพถนนที่เป็นทางโค้ง  บางคนก็ระบุว่าเกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่  หรืออาจจะไม่ชินเส้นทาง  แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองบุรีรัมย์  ก็ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจร   และเคลียร์พื้นผิวถนน ให้รถสามารถสัญจรได้ตามปกติ  ทั้งป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำด้วย  เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้ง   ด้านนายศิรภัทร   บุญมั่น  อายุ 22 ปี  นักศึกษาที่ขับรถสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวบ่อยครั้ง  บอกว่า  ที่ผ่านมาเคยมีรถประสบอุบัติเหตุใกล้จุดดังกล่าวหลายครั้ง  จนมีการติดป้ายเตือน “ทางข้างหน้าเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งโปรดระมัดระวัง”   แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้น คาดว่าอาจจะเกิดจากผู้ขับขี่ไม่ชินเส้นทาง  ใช้ความเร็ว หรือขับรถด้วยความประมาท   แต่ยังโชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร   แต่ก็อยากให้เป็นอุทาหรณ์กับผู้ใช้รถใช้ถนน   โดยเฉพาะช่วงเช้า และช่วงเย็นซึ่งเป็นชั่วโมงเร่งด่วน  จะมีผู้สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวจำนวนมาก   จึงอยากให้ใช้ความระมัดระวัง หากเป็นทางโค้งก็ควรจะชะลอความเร็ว  เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีก   เพราะหากเกิดขึ้นอาจจะเกิดการสูญเสียขึ้นได้

ที่มา>>>ข่าวสด

ขึ้นป้าย“ระวังตกบ่อปลา”ริมถนน ชาวบ้านสุดทนถนนเป็นหลุมลึกนับปี จยย.ตกไปพลิกคว่ำอื้อ

 เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรับการร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลบึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่าถนนก่อนขึ้นสะพานบึงข้ามถนนมอเตอร์เวย์ หมู่ 2 ต.บึง อ.ศรีราชา มีหลุมขนาดใหญ่และลึก มาเป็นเวลานานกว่า 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบมาซ่อมแซม ที่ผ่านมามีรถจักรยานยนต์ รถยนต์และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ตกไปในหลุมหลายครั้งแล้ว โดยบางรายก็ได้รับบาดเจ็บไปเล็กน้อย ส่วนรถยนต์ก็ได้รับความเสียหาย ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบที่เกิดเหตุเป็นหลุมถูกน้ำกัดเซาะขนาดความกว้างประมาณ 40-50 เซนติเมตร ยาวประมาณ 100-150 เซนติเมตร และลึกกว่า 80-100 เซนติเมตร ซึ่งบริเวณปากหลุมนี้มีชาวบ้านเขียนป้ายติดไว้ว่า “ระวังตก-บ่อเลี้ยงปลา” เพื่อเตือนให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาระวังการเกิดอุบัติเหตุ หากขับขี่แล้วไม่ทันระมัดระวังก็จะตกหลุมนี้อย่างแน่นอน แต่ก็ไม่วายก็มีตกลงไปทุกวันเหมือนกัน

นายโกวิทย์ บุญพร้อม เจ้าของร้านขายของชำบริเวณที่มีหลุม เผยว่า บริเวณที่เกิดหลุมดังกล่าวเป็นท่อระบายน้ำ ซึ่งในช่วงแรกเป็นหลุมเล็กเท่านั้น แต่เมื่อเวลาฝนตกน้ำจะไหลมารวมกันและกัดเซาะดินบริเวณใต้พื้น จนกลายเป็นหลุมและโพรงขนาดใหญ่และลึกมาก แถมถนนเส้นนี้ยังเป็นเส้นทางถนนสายยุทธศาสตร์ ที่จะมีการสัญจรของรถผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุทุกวันทั้งบาดเจ็บและรถเสียหาย ถ้าช่วงกลางคืน ซึ่งมืดและไม่มีไฟส่องยิ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุง่ายขึ้นด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มซิ่งรถกลับบ้าน-ชนต้นไม้ดับสยอง!! หลังฟังผลประชามติสภากาแฟ

 เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 8 ส.ค. ร.ต.อ.ชาญเดช ใบเนียม สารวัตรเวรสถานีตำรวจทรงธรรม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนต้นไม้เกาะกลางถนนบริเวณถนนสายเอเซีย กำแพงเพชร–ตาก กม.ที่ 465–466 ใกล้กับสถานีย่อยตำรวจทางหลวงนครชุม หมู่ที่ 8 ตำบลทรงธรรม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร มีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย จึงรีบประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลกำแพงเพชร และหน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กมก 528 กำแพงเพชร ชนอยู่กับต้นไม้ในร่องเกาะกลางถนน สภาพเสียหาย เศษชิ้นส่วนหลุดกระจาย ใกล้กันพบศพ นายลำยอง หิรัญ อายุ 54 ปี อยู่หมู่ 1 ตำบลทรงธรรม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร นอนหงายสวมเสื้อเชิ้ตสีเขียว กางเกงขาสั้นสีดำ สภาพศพคอหัก มีบาดแผลตามร่างกาย ใบหน้า และศีรษะ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนได้ความว่า นายลำยอง ผู้ตายได้ขับขี่จักรยานยนต์มาจากบ้านของตน มาตลาดเช้าที่ตำบลนครชุม เพื่อดื่มกาแฟ ในสภากาแฟที่ตลาดนครชุม ในทุกเช้า และพูดคุยกันเรื่องผลประชามติ ที่จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของจังหวัดกำแพงเพชร ผู้มีสิทธิ์ 509,625.00 ผู้มาใช้สิทธิ์ 334,329.00 หรือ 65.60 เปอร์เซ็นต์ บัตรดี 321,1460.00 หรือ 96.15 เปอร์เซ็นต์ บัตรเสีย 12,662 หรือ 3.79 เปอร์เซ็นต์ ประเด็นที่ 1 เห็นชอบ 217,926.00 ร้อยละ 65.18 ไม่เห็นชอบ 85,354.00 ร้อยละ 25.53 และประเด็นที่ 2 เห็นชอบ 194,400.00 ร้อยละ 58.15 ไม่เห็นชอบ 90,465.00 ร้อยละ 27.06 หลังจากนั้นได้ขับขี่จักรยานยนต์เพื่อจะกลับบ้าน และมาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว จนทำให้เสียชีวิต โดยไม่มีร่องรอยการถูกเฉี่ยวชนแต่อย่างใด ซึ่งผู้ตายอาจขับมาด้วยความเร็วแล้วเกิดเสียหลัก ตกไปในร่องกลางถนน จนบังคับรถไม่อยู่แล้วชนกับต้นไม้อย่างแรงจนเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามได้นำศพของผู้ตายไปชันสูตรหาสาเหตุการตายโดยละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลกำแพงเพชรต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โชเฟอร์จอดรถเปลี่ยนยางจู่ๆ จยย.เสยท้ายสนั่นหนุ่มเบทาโกรขี่หนีฝนชนดับสยอง

 เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 7 ก.ค. ร.ต.อ.ศุภชัย กอกัน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 สภ.พัฒนาว่า ได้เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุก บริเวณทางหลวง 21 ถนนสายลพบุรี-หล่มสัก หลักกิโลเมตรที่ 28-29 หมู่ที่ 3 ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม ลพบุรี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งได้ประสานแพทย์เวร จาก รพ.พัฒนานิคม และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูลพบุรี (จุดพัฒนา) รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 8-1837 ระยอง จอดอยู่ริมถนน ด้านท้ายรถบรรทุกมีร่องรอยการเฉี่ยวชน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน ขคร608 ลพบุรี สภาพพังเสียหาย เศษชิ้นส่วนรถกระเด็นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
 ตรวจสอบด้านหน้ารถบรรทุก พบศพนายพงษ์ศักดิ์ แสงทอง อายุ 22 ปี พบบัตรระบุว่า เป็นพนักงานของบริษัท เครือเบทาโกร (บีฟู้ดส์) เสียชีวิตจากแรงกระแทกท้ายรถบรรทุก สอบสวนนายสาคร วิเวกแว่ว อายุ 53 ปี เจ้าของรถบรรทุก ให้การว่า ตนได้เปลี่ยนยางรถที่แตก โดยนำกิ่งไม้บอกสัญญาณเตือนมาวางไว้ด้านท้ายรถ จู่ๆ ก็มีรถจักรยานยนต์ที่ขับมาด้วยความเร็วสูง ชนท้ายรถบรรทุกด้านขวาอย่างจัง คาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะขับรถจักรยานยนต์เพื่อหนีฝนที่กำลังจะตกหนัก มองไม่เห็นรถบรรทุกที่จอดข้างทาง

ร้อยเวรเจ้าของคดี ควบคุมตัวนายสาครเพื่อไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.พัฒนานิคม และให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่ง รพ.พัฒนานิคม เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ก่อนที่จะได้ให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลศพตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

อุบัติเหตุสลด.. เก๋งวิ่งฝ่าฝน-เสียหลักถนนลื่น พุ่งชนต้นไม้อย่างจัง พ่อแม่ลูกดับยกครัว3ศพ

 เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ก ร.ต.อ.จริน ด้วงเอียด รองสว.สอบสวน สภ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์  รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งตกร่องกลางชนกับต้นไม้มีผู้เสียชีวิตหลายราย บริเวณถนนเพชรเกษมขาขึ้น กทม. หลักกม.ที่ 403 – 404 บ้านห้วยเรียง หมู่ 2 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.บางสะพานน้อย ,เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์จุดไชยราช และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างประตูภาคใต้ จุดเกิดเหตุพบรถเก๋ง โตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน 2กน 4138 กทม. สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ชนอัดติดอยู่กับต้นไม้บริเวณเกาะกลางถนน ตรวจสอบภายในรถยนต์ดังกล่าวพบผู้เสียชีวิต 3 ราย ทราบชื่อต่อมาคือน.ส.สาวิตรี รัศมิทัต อายุ 47 ปี สภาพศพคอหัก อยู่บริแวณเบาะที่นั่งคนขับ ใกล้กันพบศพนางเพ็ญแข รัศมิทัต อายุ  74  ปี บริเวณที่นั่งข้างคนขับ ในสภาพคอหักเช่นเดียวกัน ทั้ง 2 คนอยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 12 ต.แหลมทราย อ.หลังสวน จ.ชุมพร และที่บริเวณเบาะหลังยังพบศพนายพิพัฒน์ รัศมิทัต อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 หมู่ที่ 12 ต.แหลมทราย อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูกกัน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า น.ส.สาวิตรีได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวพาพ่อและแม่มาจากบ้านพักที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร เพื่อจะไปหาหมอที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบเป็นทางโค้งใหญ่ คาดว่าคนขับจะไม่ชำนาญเส้นทาง ทำให้ควบคุมรถไม่ได้ประกอบกับเริ่มมีฝนตกลงมาเล็กน้อย จนทำให้ถนนลื่นจนอาจส่งผลต่อการทรงตัวของรถกระทั่งรถยนต์ประสบอุบัติเหตุพุ่งตกลงไปในร่องกลางถนนจนมีผู้เสียชีวิต3รายดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวขาหักพับ!! จยย.เลี้ยวกะทันกัน กระบะเบรกหมุน-ฟาดรถล้มสาหัส

 เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 30 มิ.ย. ร.ต.อ.ปราโมทย์ ไกรเนตร รองสารวัตรจราจร สภ.กุยบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ บนถนนสายเพชรเกษม-บ้านยางชุม บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 1 บ้านหนองหมู ม.7 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี เพื่อให้การช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ มาสด้า รุ่น BT-50 สีดำ หมายเลขทะเบียน บท 9524 ประจวบคีรีขันธ์ จอดอยู่ที่ประตูรถด้านซ้ายมีร่องรอยเฉี่ยวชนจนบุบ เนื่องจากถูกรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น MSX สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ชนและเสียหลักล้มตะแคงอยู่ริมถนน ใกล้กันพบร่างของหญิงคนหนึ่ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนอยู่กับพื้น ขาขวาเหนือข้อเท้าหักพับ มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนมุงดูอยู่ บางคนช่วยประคองศีรษะเอาไว้ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการปฐมพยาบาลและใช้อุปกรณ์ดามขาให้ จากนั้นนำส่งโรงพยาบาลกุยบุรี ทราบชื่อต่อมา คือ นางภุมรินทร์ เอมโอฐ อายุ 51 ปี อยู่ ม.4 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ    สอบถาม นายสมบัติ สนั่นแก้ว อายุ 51 ปี คนขับรถกระบะ เปิดเผยว่า ตนเองขับรถตามหลังรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมา เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ตนกำลังจะเร่งเครื่องแซง แต่รถจักรยานยนต์กลับโยกเลี้ยวขวากะทันหัน ทำให้ตนเองรีบเบรก รถจนรถยนต์หมุนเนื่องจากมีฝนตก ทำให้ถนนลื่น จนด้านข้างของรถไปฟาดกับรถจักรยานยนต์ของนางภุมรินทร์ล้มลง ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานไว้เบื้องต้นและจะสอบสวนหาสาเหตุอีกครั้งหนึ่งต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แจ๊สแต่งซิ่งหลุดโค้งถนนสายสิงห์บุรี-ลพบุรี ชนจยย.กระเด็น หนุ่มปวส.ดับคาที่เก๋งทับร่าง

 เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. ร.ต.อ.ภูริวัฒน์ พิลึก รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนสายสิงห์บุรี-ลพบุรี หมู่ที่ 1 ต.บางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบ
 ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ ทะเบียน 1 กม 1020 กรุงเทพมหานคร ลักษณะเป็นแต่งซิ่ง ตกลงไปในป่าหญ้าข้างถนน พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นคนขับรถยนต์เป็นชาย ทราบชื่อนายภูริวัช ลิ้จินดา อายุ 31 ปี  บ้านเลขที่ 16 หมู่ที่ 3 ต.ทับยา อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ได้รับบาดเจ็บแขนหักติดภายในรถ เจ้าหน้าที่อาสาร่วมกตัญญู จ.สิงห์บุรี ใช้เครื่องตัดถ่างนำตัวผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลสิงห์บุรี ตรวจสอบใต้รถยนต์พบศพนายภานุพงศ์ แก้วอุไร อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ที่ 3 ต.ต้นโพธิ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เป็นนักศึกษา ปวส.ปี 1 แผนกช่างไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี ห่างไปประมาณ 200 เมตร บนถนนพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน-ขาว ทะเบียน 1 กก สิงห์บุรี 3615  ซึ่งเป็นรถของนายภานุพงศ์ที่ขี่มา

สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า เห็นรถยนต์สองคันขับแข่งกันมาด้วยความเร็วสูงบนถนนสายสิงห์บุรี-ลพบุรี จนมาถึงโค้งบ้านหัวดอน จุดเกิดเหตุ รถยนต์ฮอนด้าแจ๊สสีดำ เกิดเสียหลักหลุดโค้งไถลมาชน นายภานุพงศ์ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนริมทางซ้าย จนลากรถเลยตกลงไปบริเวณป่าหญ้า แรงชนของรถยนต์ทำให้ป้ายของร้านและเสาค้ำหลังคาข้างร้านในบริเวณข้างทางพังเสียหาย และรถจักรยานยนต์ กระเด็นไปไกลกว่า 200 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงและมอบศพให้ญาติต่อไป

ภาพ ศูนย์ประสานงาน “อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูสิงห์บุรี”

ที่มา>>>ข่าวสด