สุดระทึก! รถปูนเบียดจยย.คว่ำ-ไฟลุกท่วมทั้งคัน นศ.คนขี่โดดหนีรอดปาฏิหาริย์

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ร.ต.อ.ชาญชล พรมชนะ รองสว.(สอบสวน)สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกปูนชนรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำและมีไฟลุกท่วม บริเวณถนนลำลูกกามุ่งหน้าอำเภอลำลูกกา ตำบลคูคต จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองคูคตและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า msx ทะเบียน 1 กค 2546 กรุงเทพ พลิกคว่ำอยู่ และมีไฟลุกไหม้ท่วมคัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้ช่วยกันใช้ถังเคมีทำการดับไฟที่กำลังลุกไหม้รถจักรยานยนตร์อยู่ ใช้เวลากว่า 20 นาทีจึงสามารถดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้รถจักรยานยนต์ได้หมดทั้งคัน ส่วนผู้ขับขี่ทราบชื่อนายณัฐภาส อุดมสุขอายุ 20 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ใกล้กันพบรถบรรทุกปูนยี่ห้อนิสสัน หมายเลขทะเบียน 91-8587 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ 1 คัน   จากการสอบถามนายณัฐภาส อุดมสุข เจ้าของรถจักรยานยนต์ ให้การว่า ขณะที่ตนขับรถกลับมาจากมหาวิทยาลัยและกำลังจะกลับบ้านย่านลำลูกกา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุการจราจรติดขัดเป็นจำนวนมากทำให้รถจักรยานยนต์ของตนเอง ถูกรถบรรทุกปูนเบียดจนล้มและถังน้ำมันเกิดรั่วไหลทำให้เกิดไฟลุกไหม้รถจักรยานยนตร์ดังกล่าว แต่ยังโชคดีที่ตนเองไม่เป็นอะไรมากเพราะดีดตัวออกมาจากตัวรถได้ทัน  ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงได้นำตัวคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สภ.คูคต พร้อมทั้งเปิดการจราจรให้ใช้งานเป็นปกติ

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มใหญ่ขี่ จยย.ย้อนศร เจอเก๋งระยองประสานงาดับคาที่

อุบัติเหตุรถเก๋งสาวระยอง ชนประสานงารถจักรยานยนต์ของหนุ่มใหญ่ชาวนครสวรรค์เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท กม.171 เส้นทางพัทยา-สัตหีบ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี…

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 6 มิ.ย.59 ร.ต.ท.วิศิษฐ์ จันทนะลิขิต รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนประสานงารถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท กม.171 เส้นทางพัทยา-สัตหีบ บริเวณหน้าหมู่บ้านนาวีเฮาส์ 16 ม.4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ รุดไปตรวจสอบสภาพของรถเก๋งคู่กรณี ที่ขับมาในช่องทางปกติ

ที่เกิดเหตุบนถนนเลนขวาพบ รถเก๋ง นิสสัน อัลเมร่า สีขาว ทะเบียน กอ-2800 ระยอง สภาพหน้ารถพังยับเยิน และมีร่องรอยเหยียบทับร่างผู้เสียชีวิต พบศพที่บริเวณด้านท้ายรถ เสียชีวิตอย่างอนาถ ทราบชื่อภายหลังคือ นายระเทือง สาระตัน อายุ 55 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ จากตัวรถร่องรอยกระเด็นห่างออกไป 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 125 สีน้ำเงินเทา ทะเบียน ขทล-765 นครสวรรค์ สภาพล้อหน้าบิดคดเป็นเลขแปด ส่วนคนขับรถเก๋ง คือ น.ส.ศศิธร สมภูมิ อายุ 29 ปี ร้องไห้อยู่ในอาการเสียขวัญอย่างมากจนท.กู้ภัยนำศพผู้เสียชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุ

สอบถาม นายจำรัส พวงพยอม พนักงานเทศกิจ เทศบาลเมืองสัตหีบ คนเห็นเหตุการณ์กล่าวว่า ขณะออกตรวจพื้นที่มาถึงจุดเกิดเหตุ ได้เห็นจักรยานยนต์ของผู้ตาย ขับขี่ส่ายไปมาคล้ายคนเมาสุรา ก่อนจะขับย้อนศรจากช่องทางกลับรถ ขึ้นมาบนถนนในช่องทางขวา เป็นเหตุให้รถเก๋งที่วิ่งมาทางตรง พุ่งชนประสานงากันอย่างจัง จนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว.

ที่มา>>>Thairath

หนุ่มช่างเชื่อม ซิ่ง จยย.ส่ายไป-มา ก่อนชนเกาะกลางถนนสัตหีบดับ

เมาไม่ขับ!! หนุ่มช่างเชื่อมการท่าเรือสัตหีบ ซิ่งจักรยานยนต์เสียหลักชนเกาะกลางถนนพลิกคว่ำดับคาที่ ตร.ผู้เห็นเหตุการณ์เผยว่า เห็นผู้ตายขี่อยู่ด้านหน้าด้วยอาการส่ายไปมา ก่อนจะชนขอบปูนเกาะกลางถนน…

เมื่อเวลา 03.10 น. วันที่ 3 มิ.ย 59 ร.ต.อ.สิงห์สมุทร บุญทัศนา รอง สว.สส.สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจักรยานยนต์พลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท ขาเข้าสัตหีบ ปากซอยสุขุมวิท 51 เครือนาวี หลัก กม.174 จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน ที่เกิดเหตุพบร่าง นายชยาทิต สีนวน อายุ 26 ปี พักบ้านเลขที่ 139/40 หมู่ที่ 4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นช่างเชื่อมบริษัทภายในการท่าเรือสัตหีบ นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน ห่างไปพบจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ 125 สีดำ ทะเบียน 1 กด 9942 ชลบุรี ในสภาพพังเสียหายของผู้ตายพลิกคว่ำอยู่กลางถนน ก่อนให้เจ้าหน้าที่นำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรยังโรงพยาบาลสัตหีบ กม.10จุดเกิดเหตุอยู่บนถนนสุขุมวิท ขาเข้าสัตหีบ ปากซอยสุขุมวิท 51

สอบถาม ส.ต.ต.วิศรุต บุญเกิด ตำรวจ สภ.สัตหีบ ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ขณะขี่จักรยานยนต์กลับบ้าน เห็นผู้ตายขี่อยู่ด้านหน้ารถ ในสภาพส่ายไปส่ายมาคล้ายคนเมาสุรา ก่อนจะเสียหลักชนขอบปูนเกาะกลางถนนแล้วพลิกคว่ำลงไป จึงได้จอดรถ ก่อนเรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือ พบว่าเสียชีวิตไปแล้ว ด้านเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ก่อนมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติรับไปดำเนินพิธีทางศาสนาต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

เก๋งชนจยย.พ่วงข้างทำแม่ค้าปลาทูเมืองกาญจน์วัย 62 ปี ดับคาถนน

เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับจยย.พ่วงข้าง ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นแม่ค้าปลาทูวัย 62 ปี 1 รายก่อนจะขับหลบหนีไป บนถนนพัฒนาการ อ.เมืองกาญจนบุรี ส่วนลูกชายที่นั่งในพ่วงข้างกระเด็นไปอีกทางรอดมาได้ ตร.เร่งตามหาตัวคนขับรถเก๋งมาดำเนินคดี

เมื่อเวลา 04.40 น. ของวันที่ 30 พ.ค.59 ร.ต.อ.สกุล เอี่ยมบุญลือ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนรถซาเล้งพ่วงข้าง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนถนนพัฒนาการ ช่วงหน้าปากซอยจัดสรรวัดเหนือ 2 เขตเทศบาลตำบลปากแพรก ริมทางรถไฟ จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.พหลพลพยุหเสนาฯ และมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์จนท.พบผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นหญิงวัย 62 ปี

ในที่เกิดเหตุพบร่างของ นางบุญธรรม สำเภาทอง อายุ 62 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี สภาพศพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กลางถนนในสภาพลำคอ และขาทั้ง 2 ข้างหักหมุนได้รอบ ห่างไปประมาณ 6 เมตรพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า โนวา สีชมพู สภาพเก่าไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มคว่ำพังเสียหายอยู่ข้างพงหญ้าริมถนน ส่วนตัวถังซาเล้งพ่วงข้างขาดจากตัวรถกระเด็นตกลงไปในคูน้ำข้างทางรถไฟ ห่างไปอีกประมาณ 20 เมตร พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กธ 5615 กาญจนบุรี จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าซีกขวาพังยับเยิน

จากการสอบถามนายพรเทพ จันทร อายุ 42 ปี บุตรชายผู้ตาย ทราบว่า นางบุญธรรม ผู้ตายซึ่งเป็นแม่ มีอาชีพขายปลาทูตามตลาดนัดทั่วไปใน อ.เมืองกาญจนบุรี ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมด้วยแม่ ได้ขับขี่รถซาเล้งพ่วงข้างจะไปที่ตลาดสดเทศบาลเมืองกาญจน์ เพื่อจะไปซื้อปลาทูมาขาย โดยมีแม่ทำหน้าที่เป็นคนขี่ ส่วนตนนั่งอยู่ในซาเล้งสภาพของรถเก๋งคู่กรณีที่คนขับหลบหนีไปได้

ขณะที่กำลังขับขี่มาตามถนนสายดังกล่าว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีรถยนต์เก๋งคันดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็วสูงพุ่งเข้าชนท้ายรถซาเล้งจนทั้งคนทั้งรถกระเด็นไปคนละทิศละทาง ตนซึ่งนั่งอยู่ในซาเล้งกระเด็นตกถนน ส่วนแม่ถูกรถชนจนเสียชีวิต หลังเกิดเหตุคนขับรถได้ทิ้งรถหลบหนีไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามสอบสวนเพื่อหาตัวคนขับรายนี้มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

กาชาด ชวนคนไทยร่วมบริจาคเลือดสำรอง ช่วงเทศกาลสงกรานต์

สภากาชาด

สภากาชาดไทย ชวนคนไทยร่วมบริจาคโลหิต ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เผย รพ.ต้องการใช้เลือดเพิ่มเท่าตัว เนื่องจากมีการเดินทางจำนวนมาก-เสี่ยงอุบัติเหตุ …

วันที่ 11 เม.ย.59 พญ.อุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงที่มีความต้องการใช้โลหิตมากกว่าช่วงปกติถึงเท่าตัว เนื่องจากมีการเดินทางจำนวนมาก ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ป่วยโรคอื่นที่ต้องใช้โลหิตในการรักษาอีกจำนวนมาก ซึ่งศูนย์บริการโลหิตฯ จำเป็นต้องรับบริจาคเลือดให้ได้วันละ 2,000 ยูนิต และต้องสำรองเลือดในคลังอีก 3,000 ยูนิต จึงขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมกันบริจาคโลหิตในโครงการ “แล้งนี้ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต” ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.นี้ ที่ศูนย์บริการโลหิตฯ ถนนอังรีดูนังต์ โดยวันที่ 11 เม.ย. เวลา 08.00-16.30 น. วันที่ 12 เม.ย. เวลา 07.30-19.30 น. และวันที่ 13 -17 เม.ย. เวลา 08.30-15.30 น.ทั้งนี้ ผู้บริจาคโลหิตในโครงการฯ จะได้รับเสื้อยืด “Give Blood for MOM” เป็นที่ระลึกด้วย สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต ศูนย์บริการโลหิตฯ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2256-4300, 0-2263-9600-99 ต่อ 1101

ที่มา>>>Thairath