ชาวบ้านสุดทนปลูกต้นไม้ประชดกลางถนนพังเป็นหลุมน้ำขัง เดือดร้อนนาน 3 ปี ไร้คนเหลียวแล

 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. นายณรงค์ พรมประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกรรมการหมู่บ้าน และตัวแทนชาวบ้านบ้านโคกเพชร ม.10 ต.หนองตาด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ร่วมกันออกมาร้องขอความช่วยเหลือ  พร้อมทั้งนำต้นไม้ และวัชพืช มาปลูกประชดกลางถนนเชื่อมต่อระหว่าง ต.หนองตาด อ.เมือง กับ ต.ทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ที่มีสภาพชำรุดเสียหายบางช่วง ที่เป็นลาดยางก็หลุดร่อนเป็นหลุมเป็นบ่อ บางช่วงไม่มีลาดยางเป็นดินโคลนหน้าฝนมีน้ำขัง  ทำให้ชาวบ้านสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะลูกหลานที่ต้องขี่รถจักรยานยนต์ เดินทางไปเรียนหนังสือยังตัวอำเภอหรือจังหวัด รวมถึงชาวบ้าน เกษตรกรที่ต้องขนพืชผลการเกษตรไปจำหน่ายยังตัวจังหวัด และหนักที่สุดคือชาวบ้านที่เจ็บป่วยต้องเดินทางไปหาหมอยังโรงพยาบาลต้องสัญจรด้วยความยากลำบาก และใช้เวลาเดินทางนานจนกว่าจะถึงโรงพยาบาล โดยชาวบ้านและผู้ที่สัญจรผ่านเส้นทาง ต้องทนกับสภาพถนนที่ชำรุดผุพังเป็นหลุมเป็นบ่อมานานกว่า 3 ปีแล้ว แต่ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาเหลียวแล จึงได้ร่วมกันออกมาร้องขอความช่วยเหลือ ให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ อำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด เข้ามาสำรวจและเร่งซ่อมสร้างถนนที่ชำรุดเป็นถนนลาดยาง ให้สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างเร่งด่วนด้วย โดยชาวบ้านระบุว่าปัจจุบันถนนสายดังกล่าวอยู่ในความดูแลของเทศบาลตำบลหนองตาด นายณรงค์ กล่าวว่า ถนนสายดังกล่าวชำรุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อมานานกว่า 3 ปีแล้ว แต่ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลแก้ไข สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นหน้าฝนทำให้มีน้ำขังถนนที่เป็นหลุม ทำให้รถที่สัญจรไปมาต้องเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง จึงอยากร้องขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้ามาสำรวจซ่อมสร้างถนนสายดังกล่าว เพื่อคลายความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านโดยเร่งด่วนด้วย ด้าน นายลุน อาศัยสุข นายสน ธรรมดา และนายหวัน วรบุตร ตัวแทนชาวบ้านโคกเพชรทั้ง 3 คน ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ชาวบ้านต้องทนสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก มานานกว่า 3 ปีแล้ว เพราะถนนมีสภาพชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อเกือบตลอดทั้งสาย  โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นหน้าฝนทำให้มีน้ำขังตามหลุมบ่อ บางช่วงเป็นโคลนตม ทำให้ผู้ที่สัญจรไปมาเสี่ยต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะบุตรหลานที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าว สัญจรไปโรงเรียนก็ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เข้ามาสำรวจซ่อมสร้างถนนสายดังกล่าวให้สามารถสัญจรได้อย่างสะดวก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านโดยเร็วด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

พบสวนกล้วยจีน เชียงราย แอบสูบน้ำอิง รัฐสั่งคุมเข้มแก้ปัญหา

กระทรวงเกษตรฯ ลุยตรวจพบสวนกล้วยจีนเช่าที่ดินไทยกว่า 2 พันไร่ ที่เชียงราย แอบสูบน้ำอิงอ้างบาดาลไม่พอใช้ สั่งคุมเข้มเข้าระบบ GAP ชี้สวนทางนโยบายแก้ปัญหาภัยแล้งรัฐบาล ที่ให้เกษตรกรไทยปลูกพืชใช้น้ำน้อย

นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์เหล่าวิชยา ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปตรวจปัญหาภัยแล้ง ที่ อ.พญาเม็งราย และเข้าตรวจสอบ สวนกล้วยหอม ของบริษัท หงต๋า อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด กลุ่มทุนจากประเทศจีน เข้ามาเช่าที่ดิน 2,711 ไร่ จากบริษัท ภาสวัฒน์ จำกัด โดยมี นายภูเบศร์ จูละยานนท์ นอภ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย ชลประทาน เกษตร อ.พญาเม็งราย พาเข้าตรวจสภาพการดำเนินการพบว่า มีการปลูกกล้วยหอมไปแล้ว 820 ไร่ เก็บผลผลิตได้แล้ว 200 ไร่ ส่งออกจีนตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มี.ค.59 รวมถึงปัจจุบัน 19 ตู้คอนเทนเนอร์ และพบว่า สวนกล้วยแห่งนี้มีการใช้น้ำจำนวนมาก ในการหล่อเลี้ยงต้นกล้วย และระบบการทำความสะอาดผลกล้วย ก่อนบรรจุลงกล่องเพื่อส่งขาย ทำให้สวนกล้วยมีการแอบสูบน้ำในแม่น้ำอิง สัปดาห์ละ 1 วัน ระหว่างเวลา 18.00 น.ถึง 24.00 น. โดยอ้างว่า น้ำจากบ่อบาดาลที่ขุดเจาะ 4 บ่อ ยังไม่พอใช้ เจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาไม่ให้กระทบต่อ ราษฎรสวนกล้วยหอม ของกลุ่มทุนประเทศจีน

นางสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า การทำพื้นที่การเกษตรขนาดใหญ่ส่งผลให้มีปัญหาเกิดขึ้นได้ในอนาคต และพบว่า สวนกล้วยแห่งนี้จำเป็นต้องดึงน้ำจากแม่น้ำอิงมาใช้ ซึ่งเป็นการสวนทางนโยบายของรัฐบาล ที่จะแก้ไขปัญหาภัยแล้งในขณะนี้ โดยการที่รัฐบาลห้ามเกษตรกรทำนาปรัง และส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย และอาจเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า บริษัทข้ามชาติจากต่างประเทศ ทำไมจึงสามารถใช้น้ำได้มากมาย ส่วนเกษตรกรที่เป็นคนไทยไม่สามารถใช้น้ำเพื่อทำการเกษตรได้ จึงต้องมีการจัดระเบียบใหม่ ส่วนปัญหาเรื่องสารเคมีตกค้างที่ชาวบ้านเกรงจะเกิดผลกระทบ พบว่า น้ำยาที่นำมาล้างผลกล้วยเป็นยาป้องกันเชื้อรา ส่วนการเก็บตัวอย่าง ดิน น้ำ และกล้วยหอม ไปตรวจสอบพบว่า ผลกล้วยนั้น ไม่มีสารเคมีอันตรายแต่อย่างใด ส่วนผลการตรวจดินและน้ำ ตลอดถึงการตัดต่อด้านพันธุกรรมหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการรอรับฟังผล เรื่องของสวนกล้วยหอมแห่งนี้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้หลายหน่วยงานทั้งในพื้นที่ จ.เชียงราย และจากส่วนกลาง เข้าแนะนำให้สวนกล้วยทำการเกษตรระบบ GAP เพื่อควบคุมการผลิต และช่วยดูปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในปี 2560 มีโครงการจะสร้างฝายในแม่น้ำอิง 4 แห่ง เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งระยะยาวสวนกล้วยหอมจีนกว่า2พันไร่ ใช้น้ำแม่น้ำอิง ทั้งที่ประสบภาวะแห้งแล้งอย่างหนัก

บริษัทจีนเช่าที่ดินที่เชียงรายปลูกกล้อยหอมส่งออก แอบสูบน้ำจากแม่น้ำอิง จนรัฐบาลต้องไปแก้ไข ในภาวะแล้งหนัก

ที่มา>>>Thairath