ดราม่าสาวเสิร์ฟร้านกาแฟ โซเชียลถกเถียง ภาพนี้เหยียดเพศหรือรับได้!?

เป็นอีกประเด็นทางสังคมที่ถูกถกเถียงในโลกออนไลน์ เมื่อชาวเน็ตแชร์รูปพนักงานร้านกาแฟสาวสวมเสื้อสุดหวาบหวิวที่เขียนรายชื่อเมนูเครื่องดื่มต่างๆบนเสื้อ ให้ลูกค้าอ่านก่อนสั่งสินค้า ซึ่งผู้ใช้งานเฟซบุ๊กจำนวนมากมองว่า กรณีนี้ทำให้รู้สึกถึงการเหยียดเพศ เหมือนผู้หญิงเป็นสินค้าอย่างหนึ่งเท่านั้น  ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่งระบุว่า “รู้สึกถึงการเหยียดเพศ ผู้หญิงเป็นได้แค่สินค้า หรือของสนุกของผู้ชาย” ขณะที่คนอื่นๆแสดงความคิดเห็นเช่น “ผู้หญิงสมัยนี้ไม่ค่อยทีศักดิ์ศรีเลยเนอะ เอะอะเอาตัวเข้าแลก ชอบหรอให้ใครก็ได้มานั่งจ้อง นั่งจิ้มนม”

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กหลายคนแสดงความคิดเห็นว่าไม่มีใครบังคับใครให้มาทำงาน ทุกอย่างล้วนเป็นความสมัครใจ แต่ละคนมีความจำเป็นต่างกัน

ที่มา>>>ข่าวสด

เจ้าของร้านหมูกระทะเชียงใหม่ร่ำไห้! เจอลูกค้ารุมด่าเพราะโดนปรับค่าอาหารที่เหลือเต็มโต๊ะเพียง 100 บาท

วันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวของเจ้าของร้านหมูกระทะรายหนึ่ง ที่ จ.เชียงใหม่ ที่ออกมาโพสต์แสดงความรู้สึก หลังถูกลูกค้ากลุ่มหนึ่งต่อว่าจนร้องไห้ เพราะเจ้าของร้านขอปรับเงิน 100 บาท จากการที่ลูกค้ากลุ่มนี้รับประทานอาหารซึ่งเป็นบุฟเฟ่ต์ไม่หมด เจ้าของร้าน “ชุมแพเนื้อกะทะ” จ.เชียงใหม่ โพสต์รูปอาหารที่ถูกกินเหลือจำนวนมากผ่านเฟซบุ๊กของร้าน ระบุว่า “ปรับลูกค้าโต๊ะยาว 100 บาท เหลือเยอะขนาดนี้ เจ้าของร้านผิดมากหรอคะ รุมต่อว่าผู้หญิงคนเดียวได้ขนาดนี้ หากคุณเป็นเจ้าของร้าน คุณจะปรับฉันกี่บาทคะ หรือเพิกเฉย… แลกกับลูกค้าในอนาคตกับคุณค่าของอาหาร. เสียใจสุดๆๆ ไม่เคยร้องให้ให้ลูกค้ามา 20 ปี นี่ครั้งแรกที่น้ำตาไหล….” ด้านสมาชิกเฟซบุ๊กต่างเข้ามาแสดงความเห็นใจเจ้าของร้านเป็นอันมาก และตำหนิลูกค้ากลุ่มดังกล่าวที่กินทิ้งกินขว้าง ไม่รู้จักคุณค่าของอาหาร และบ้างกล่าวว่าปรับ 100 บาท ถือว่าน้อยไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะอาหารเหลืออยู่เต็มโต๊ะ

ที่มา>>>ข่าวสด

วิจารณ์ยับคลิป 2 หนุ่มกำยำลอบมีเซ็กซ์ในห้องน้ำในห้างที่มาเลเซีย

 เว็บไซต์ malaysiandigest นำเสนอคลิปแอบถ่ายของหนุ่มร่างกำยำ 2 คน ขณะลอบมีเพศสัมพันธ์ภายในห้องน้ำฟิตเนสที่ วังซาวอล์กมอลล์ (Wangsa Walk Mall) ห้างสรรพสินค้าในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งอัปโหลด จนกระทั่งเว็บไซต์คลิปวิดีโอMoretify นำมาเผยแพร่ต่อ โดยชาวออนไลน์ต่างให้ความสนใจและแชร์กันอย่างรวดเร็ว

ผู้ใช้รายหนึ่งแสดงความคิดเห็นแซวว่า “การที่ผู้ชาย 2 คน มีเซ็กซ์ในห้องน้ำนั้นไม่ใช่อะไรแปลกใหม่แต่รู้สึกอึดอัด ฉันชอบมีเซ็กซ์ในห้องน้ำคนพิการในสวนสาธารณะเพราะพื้นที่โล่งมากกว่ากันเยอะ”

ที่มา>>>ข่าวสด

สยิวกันทั้งโรงพัก เมื่อ 2 ตร.หนุ่มหยอกกันด้วยการจูบปาก!!!(คลิป)

 แชร์กันกระหึ่มเน็ต  เมื่อเฟซบุ๊ก คลิปเด็ด สะเก็ดข่าวได้เผยคลิปตำรวจ 2 นายแกล้งหยอกกันบนโรงพัก โดยนายตำรวจคนหนึ่งกอดรัดฟัดตำรวจรุ่นน้องหน้าขาวๆ จนเจ้าตัวต้องร้องลั่นว่าปล่อยๆๆๆๆ

ที่มา>>>ข่าวสด

เพื่อนบ้านทนไม่ไหว เด็กหญิงลูกครึ่งวัย 4 ขวบ โดนแม่แท้ๆ ทำร้ายร่างกาย

14691605381469160554lเมื่อเวลา 08.00น. วันที่ 22 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามี สมาชิกเฟซบุ๊กโพสต์รูปภาพและข้อความในเพจ ของชาวสมุย โดยเนื้อหาเป็นรูปภาพของเด็กผู้หญิงลูกครึ่งคนหนึ่งอายุประมาณ 4 ขวบ มีแววตาที่ซึมเศร้า ถูกทำร้ายที่ใบหน้าจนเป็นแผลเลือดออกและมีร่องรอยฟกช้ำทั่วร่างกาย พร้อมเขียนบรรยายว่า “เห็นแล้วน่าสงสารมากแม่ใจร้ายตีลูกบอบช้ำ ผู้ใหญ่ใจดีพามาฟ้อง มีทางไหนพอช่วยได้บ้างคะ” หลังจากมีการเผยแพร่ออกไป ทำให้มีผู้คนมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ได้ต่อว่าแม่ของเด็กผู้หญิงและบางส่วนอยากให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือน้องคนนี้โดยด่วนต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังผู้ที่โพสต์ข้อความนี้ทราบว่า เด็กผู้หญิงคนนี้ชื่อน้องมินนี่ อายุประมาณ 4 ขวบ เป็นลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย อาศัยอยู่กับแม่คนไทย อายุ 35 ปี และยังมีน้องต่างบิดาอีก 1 คนเป็นอายุ 8 เดือนเป็นลูกครึ่งไทย-จีน มาเลเซีย อาศัยอยู่ในห้องเช่ารวม 3 คน แม่กับลูก บริเวณปากซอยพูลสวัสดิ์ ม.3 ต.บ่อผุด ส่วนพ่อของเด็กทั้งสองคนนี้ได้เลิกลากับแม่กันไปแล้ว จากการสอบถามยังทราบอีกว่า น้องมินนี่มักจะถูกแม่แท้ๆ ดุด่าและตีเป็นประจำจนร่ายกายฟกช้ำ น้องมินนี่ จะอาศัยอยู่แต่ในห้องเช่า ไม่ค่อยออกมาวิ่งเล่นบ่อยนัก และก็ไม่ได้เรียนหนังสืออีกด้วย

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 ก.ค. เพื่อนบ้านพบเห็นว่าน้องมินนี่ มีบาดแผลฟกช้ำตามร่างกาย และทนที่จะเห็นน้องมินนี่ถูกแม่ทำร้ายร่างกายไม่ไหว ได้นำตัวน้องมินนี่ไปแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวน้องมินนี่ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเกาะสมุย

ล่าสุดทราบว่าขณะนี้ทางโรงพยาบาลเกาะสมุย ได้รับตัวน้องมินนี่ ไปทำการรักษาอาการบาดเจ็บตามร่างกาย และดูแลสภาพจิตใจของน้องมินนี่แล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบปากคำแม่ของน้องมินนี่ และยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา

ที่มา>>>ข่าวสด

อินเดียรุมประณาม 2นศ.เล่นโยนหมาจากหลังคาตึก พอถูกจับก็ได้ประกันตัวเลย

บีบีซีรายงานวันที่ 6 ก.ค. ว่า นักศึกษา 2 คนของอินเดีย ในเมืองเชนไน ถูกจับกุมแล้ว หลังจากมีคลิปเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ นาทีโยนสุนัขตัวผอมลงมาจากหลังคาตึก จนสุนัขร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ขณะที่สองคนนี้ถ่ายคลิปเล่นสนุกกัน เป็นเรื่องที่ผู้ก่อเหตุถูกประณามอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเมื่อนักศึกษาสองคนนี้ได้ประกันตัวออกไป ผู้คนยิ่งโกรธแค้นหนัก

 สำหรับสุนัขเคราะห์ร้ายตัวนี้โชคยังดีที่ไม่ตาย มีผู้พบมันในสภาพเดินไม่ได้ เนื่องจากบาดเจ็บหนัก แต่มันยังกระดิกหางให้คนที่ช่วยเหลือมันอย่างน่าเอ็นดูและน่าสงสาร ศรวัน  กฤษณัน นักรณรงค์สิทธิสัตว์ผู้ช่วยเหลือสุนัข กล่าวว่า ตอนนี้ทีมช่วยเหลือตั้งชื่อสุนัขว่า ภัทร หมายถึง น่ารัก ประเสริฐ ภาพ  SHRAVAN KRISHNAN

นายศรวันเขียนในเฟซบุ๊กว่า ผิดหวังมากที่ผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัวแล้ว ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงวันด้วยซ้ำ  ถือเป็นวันมืดมนสำหรับสวัสดิภาพสัตว์ของอินเดีย อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า กฎหมายของอินเดีย มีบทบัญญัติลงโทษผู้ทำร้ายสัตว์บาดเจ็บสาหัส สูงสุดคือจำคุก 5 ปีผู้ช่วยเหลือสุนัข ภาพจาก  SHRAVAN KRISHNAN

ก่อนหน้านี้ ชาวเน็ตอินเดียช่วยกันระบุตัวตนของนักศึกษาที่ก่อเหตุด้วยการแชร์ภาพกันต่อไปเรื่อยๆ ส่วน สมาคมมนุษยธรรมแห่งอินเดีย เสนอตั้งเงินนำจับ 1 แสนรูปี หรือราว 52,000 บาท กระทั่งพบตัวในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดเวทนา! 2 ตายายลูกหลานทิ้งต้องรับจ้างเกี่ยวหญ้า-หาปลา อาศัยเพิงกลางป่าไร้น้ำ-ไฟฟ้า

 เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อว่า ข้าวปั้น ณ.เสร็น โพสต์ข้อความเรื่องราวการช่วยเหลือ 2 ผู้เฒ่า ซึ่งข้อความระบุว่า “คุณตากับคุณยายไม่มีอะไรเลยค่ะ แม้แต่เงินก็ไม่มี โทรศัพท์มือถือ-ไฟฟ้า ก็ไม่มีใช้ เวลาคุณยายเจ็บป่วยคุณตาต้องไปยืมโทรศัพท์เพื่อนบ้านโทรให้รถมารับ ตากับยายอยู่กันแค่ 2 คน มีที่นอนเก่าๆ ขาดๆ บ้านก็พอบังแดดได้ แต่เวลาฝนตกตากับยายต้องหาที่หลบฝน เพราะหลังคามันรั่วเยอะ เสื้อผ้าก็ไม่มีใส่ อาหารก็ไม่มีกิน ตาเป็นคนพิการทางด้านการเคลื่อนไหว ก่อนกลับเลยซื้อนม ซื้ออาหารไว้ให้แกพอกินไปก่อน บ้านทำนบ ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ใครอยากช่วยไปช่วยได้น่ะค่ะ หรือบริจาคเป็นสิ่งของ เครื่องใช้ก็ได้ค่ะ” ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านทำนบ ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งต้องเดินทางเข้าไปในป่าลึก เกือบ 1 กิโลเมตร ไปถึงพบเป็นกระท่อมไม้เก่าทรุดโทรมใกล้พุพังทลาย ได้ทุกเมื่อ พอบังแดดได้ แต่ไม่สามารถกัน ฝน-ลมได้ หลังคามีรูรั่วทั้งหลัง ฝาบ้านใช้สังกะสีเก่าๆ มาแปะไว้ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงลมและแรงฝนที่สาดเข้ามาได้ บริเวณรอบๆบ้านไม่มีแม้แต่โอ่งเก็บกักน้ำไว้กินไว้ใช้ ที่หลับที่นอนผุพังเสื่อมโทรมมาก เพราะยามฝนตก ข้างในบ้านก็จะเปียกทุกอย่าง อุปกรณ์ประกอบอาหารมีเพียงหม้อเก่าๆ ไว้ทำกิน ส่วนเครื่องปรุง ข้าวสาร อาหารแห้ง ก็มักจะโดนมือดีขโมยไปหมดจนไม่เหลืออะไร มีวิทยุพลังงานแสงอาทิตย์ 1 เครื่องภายในเพิงพบคุณตา ชื่อนายเลือย ทองใสศร อายุ 66 ปี กำลังใช้วอร์คเกอร์อลูมิเนียม เดินไปหาวัสดุหุงหาอาหาร โดยก่อไฟจากเตาถ่านในแต่ละวัน นางอำนวย สูงเจริญ อายุ 62 ปี จะออกไปรับจ้างเกี่ยวหญ้าให้วัวของเพื่อนบ้าน ได้วันละ 100 บาท หากวันไหนไม่มีงาน ก็จะมานั่งเหลาทางมะพร้าวเพื่อจำหน่ายในกิโลกรัมละ 14 บาท 1 เดือนได้ประมาณ 1-2 กิโลกรัม และนายเลือยจะออกไปหว่านปลาในสระเพื่อมาจำหน่ายและทำกินในครัวเรือน เสร็จจากหว่านปลา จะนั่งสานแหเพื่อจำหน่าย ได้ผืนละ 600  บาท ต่อมาทาง ทีมอาสาสมัคร สมาคม วี.อาร์. กู้ชีพสุรินทร์ ข้าวของเครื่องใช้ และที่นอนใหม่ ที่รับมาจากผู้ใจบุญที่ร่วมบริจาคมาเปลี่ยนให้ใหม่แทนที่ตัวเก่า ซึ่งโทรมมากแล้วและนำผ้าใบมาคลุมหลังคาให้ พอกันฝนได้ จากนั้นทีมอาสาสมัครสมาคมวี.อาร์. กู้ชีพสุรินทร์ รวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือตายายได้จำนวนหนึ่ง เพื่อไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน น.ส.จิราพร แสนเมือง พนักงานวิทยุสื่อสาร สมาคมวีอาร์กู้ชีพสุรินทร์ กล่าวว่า คุณตาได้ยืมโทรศัพท์เพื่อนบ้านโทรไปขอความช่วยเหลือจาก โรงพยาบาลสุรินทร์ ว่าคุณยายป่วยหนักทางโรงพยาบาลก็เลยสั่งการให้ตนไปรับ พอมาถึงจุดหมายกลับหาบ้านผู้แจ้งไม่เจอ ตนวนหาตั้งหลายรอบจนถอดใจแจ้งไปทางโรงพยาบาล ว่า ไม่พบบ้านผู้แจ้ง พอดีขากลับตนเห็นผู้ชายสูงวัยยืนอยู่ข้างถนน จึงได้หยุดรถสอบถามหาบ้านที่ผู้แจ้งระบุไว้ หลังจากได้สอบถามถึงรู้ว่า ผู้ชายคนนี้ที่เป็นผู้แจ้งเอง ตนก็เลยได้คุณตาปั่นจักรยานนำทางมาบ้าน ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในป่า และพบคุณยาย ซึ่งกำลังนอนป่วยหนัก ตนจึงนำส่งโรงพยาบาล แต่คุณตาขอว่าไม่ต้องไปโรงพยาบาลได้ไหม เพราะความจน ถึงขนาดไม่มีเงินติดตัวสักบาท แต่ตนก็พยายามหาทางช่วยเต็มที่ โดยการขอความร่วมมือจากทีมอาสากู้ภัย คนละเล็กละน้อย ช่วยค่าอาหารคุณตา หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ตนและเพื่อนๆที่ได้ไปเห็นสภาพบ้านของ 2 ผู้เฒ่าแล้ว จึงปรึกษากันเพื่อหาทางช่วยเหลือ และวันนี้ก็ได้รับบริจาคของหลายอย่างจากสื่อสังคม  ออนไลน์มาให้ 2 ตายาย ได้ประทังชีวิต นางอำนวย เล่าว่า วันไหนที่ฝนตก ตนก็จะเข้าไปหลบอยู่ใต้เตียงนอน ซึ่งบริเวณในบ้านจะเปียกหมด แม้กระทั่งที่นอนเองก็เปียก เพราะหลังคามีรูรั่วไม่มีชิ้นดีเลย ตนรู้สึกกลัวมากเมื่อฝนตกหนักและมีลมแรงๆ ในวันนี้มีน้องๆ จากอาสากู้ภัยสุรินทร์มาช่วยเหลือตน ตนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ซึ่งในชีวิตไม่เคยได้รับความช่วยเหลือจากใครมาก่อน ตนมีลูกอยู่ 3 คน ตั้งแต่เรียนจบ ลูกๆก็เข้าไปทำงานที่กรุงเทพทั้งหมด ไม่เคยติดต่อมาหาตนเลย ตนอยู่ที่นี่มาหลายสิบปีแล้ว บ้านเลขที่ก็ไม่มี ไฟฟ้า น้ำประปา ก็ไม่มีใช้ ตนต้องเดินทางระยะไกลเพื่อไปขนน้ำมากินใช้ ซึ่งไปแต่ละครั้งก็เอามาได้แค่ไม่กี่ขวด เพราะสุขภาพของตนก็ชรามากแล้ว ส่วนตาก็โดนรถจักรยานยนต์ชนขาหักเมื่อหลายปีก่อน สภาพออดๆ แอดๆ เดินเหินไม่สะดวก และเจ็บปวดบ้างเป็นบางครั้ง เวลาเจ็บปวดก็ใช้ยานวดมาทางบริเวณเจ็บเพื่อบรรเทาอาการ แต่ละวันตนจะออกไปรับจ้างเกี่ยวหญ้าให้วัวซึ่งได้เพียงวันละ 100 บาท แต่ก็ไม่ได้มีงานเป็นประจำ ว่างจากงานเกี่ยวหญ้า ก็จะมานั่งเหลาทางมะพร้าว ซึ่งหนึ่งเดือนจะได้แค่ 1-2 กิโลเท่านั้น จะมีคนมารับซื้อถึงบ้าน กิโลกรัมละ 14 บาท

นายเลือย กล่าวว่า ทุกวันตนจะออกไปหว่านแห หาปลา เพื่อมาประกอบอาหาร และที่เหลือก็จำหน่าย หากได้เยอะก็เหลือไว้ขาย ได้เงินประมาณ 60-80 บาท ซึ่งตนมีเพื่อนอยู่หมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อนตนให้ไปหว่านแหที่สระและให้แบ่งกันกิน เงินที่ใช้ทุกวันก็มาจากการออกไปหาปลามาขาย สานแหขาย ได้ 600 บาท แต่จะใช้เวลานานกว่าจะขายแหมา 1 ผืน และเบี้ยยังชีพของตนจะได้ 1,400 บาท ส่วนของยายได้ 600 บาท

จึงขอวอนผู้มีจิตศรัทธาช่วยเหลือข้าวสารอาหารแห้งหรือสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน หรือบริจาคเงินช่วยเหลือผ่านบัญชี ชื่อบัญชี นายเลือย ทองใสศร เลขที่บัญชี 664-016059-1 ธนาคารกรุงเทพ สาขา เทสโก้โลตัส สุรินทร์ หรือโทรติดต่อสอบถามที่ ผู้ใหญ่บ้านทำนบ ผู้ใหญ่ตุ้ม โทร 081-976-8577

ที่มา>>>ข่าวสด

“ผมกับสถานบำบัด” จีโน่ อดีตดาราเด็ก เริ่มบำบัดยาเสพติด เขียนเล่าประสบการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากอดีตดาราเด็กชื่อดัง จีโน่ ชูทส์ ซึ่งเคยเป็นดาราเด็กที่โด่งดังในช่วงวัยเด็ก ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Jino Schutz เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่า ติดยาเสพติด และได้เขียนถึงเรื่องราวในวัยเด็ก การอยู่ในสถานะดารา ต้องทำงาน และความกดดันจนทำให้หันไปหายาเสพติด ซึ่งหลังจากนั้น จีโน่ ได้เข้ารับการบำบัดในสถานบำบัด และได้เขียนถึงการอยู่ในสถานบำบัด Part 1. “ผมกับสถานบำบัด”  เรามาคุยเรื่องสถานที่บำบัด คนที่มาบำบัด และค่าใช้จ่ายกันดีกว่า เพราะมีคนถามมาเยอะ ตอนแรกที่ผมเข้ามา ผมนึกว่าจะมีคนติดยาติดเหล้าเหมือนผม แต่จริงๆแล้ว หลากหลายมากจะมีตึกประมาณห้าตึก จะมีสถานีคนที่ป่วยทางจิตแบบธรรมชาติ(คือแต่เกิด) ตึกสำหรับเด็ก เด็กสำหรับวัยรุ่น ตึกสำหรับคนมีอายุ และตึกที่คนไข้มาไวไปไว  และแต่ล่ะตึกจะแบ่งเป็นสถานี ผมอยู่ตึกคนมีอายุ (คือเลยวัยรุ่นไปแล้ว) ตอนที่ผมเข้ามาผมเตรียมตัวเจอคนที่ติดยาเหมือนผม แต่ที่ไหนได้ ทุกคนมีปัญหาแต่งตากกันไป อายุแตกต่างกัน ตั้งแต่ 19 ถึง 54 เราเหมือนสังคมเล็กๆสังคมนึง ที่มีปัญหาต่างกัน

มีคนติดยาแบบผมสี่ห้าคน ที่เหลือมีโดนทำร้ายร่างกายบ้างจากทางบ้าน โดนผัวซ้อม โดนพ่อซ้อม แล้วกลายเป็นคนกลัวคนภายนอก ไม่กล้าเข้าใกล้ใคร อันนี้เพื่อนคนไข้คนนึงที่เข้ามาพร้อมผมหน้าตาช้ำมาเลย และ หลังจากคุยกันสองวัน เธอคือดาราหนังโป๊ เธอมีโรค อานาร๊อกเซียด้วย คือกินน้อย (ถ้าผมเข้าใจผิดแก้ให้ผมด้วย)

บางคนเป็นบูลีมี่ซึ่งผมก็เป็นหลังผมลดน้ำหนัก นี่คือกลุ่มคนที่หลังจากกินต้องล้วงคออ้วกเพราะไม่เคยพอใจกับน้ำหนัก กับ หุ่นตัวเอง เธอกินและอ้วกวันล่ะสามครั้ง เธอหมดเงินกับการกินแต่ก่อน เกือบวันล่ะ 6000พันบาท!!! จนเธอมีหนี้สิน เริ่มขายบริการ เริ่มขายตัว เริ่มไปอยู่ในวังวนปาร์ตี้เซ็ก ที่เธอไม่อยากทำ แต่เพราะเธอต้องการเงิน เพื่อ ที่จะกิน และอ้วก.. คนที่ไม่เป็นจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็น แต่นี่คืออาการทางประสาทอย่างนึง บางวันเธอมานั่งร้องไห้กับผมแล้ว ถามว่าเมื่อำไหร่ชั้นจะหลุดจากวังวนนี้

ตัวผมซึ่งก็เป็น เราจะถามกันทุกวันว่า วันนี้เธออ้วกกี่รอบ กรดในกระเพาะออกมาไหม ซึ่งไม่ใช่การสนทนาที่คนปรกติเข้าใจ เราเลยนัดกันว่าหลังจากกินข้าวเราออกไปเดินเล่นด้วยกันเลยดีกว่า ห้ามเข้าห้องน้ำไปล้วงคออ้วกนะ..คืนแรกที่ผมไปนอน ผมต้องนอนกะคนไข้อีกสองคน ซึ่งเป็นผช (อันนี้แน่นอน) ตอนผมเข้ามาในห้องผมรู้ว่าห้องกลิ่นเหงื่ออับมาก ต้องมีคนติดยาหนักในนี้แน่ๆ เพราะ หมอจะให้ยาแล้วพยายามไล่เหงื่อออก ซึ่งผมเห็นเค้านอนใส่เสื้อโค้ตในซัมเมอร์ ข้างนอก30องศา พอเค้าถอดเสื้อจะอาบน้ำ ผมเห็นรอยข่วนตามตัวเค้า เพราะเค้าอยากยา เลือดไหลออกมา แผลเป็นสะเก็ดบ้าง หรือแผลใหม่บ้าง หน้าซีด…

ส่วนอีกคนที่อยู่ในห้องมีปัญหากับภรรยา ภรรยาไม่ให้พบหน้าลูกและตัวเองเหมือนชีวิตหมดสิ้นทุกอย่าง เพื่อนคนไข้คนอื่นบอกว่าเค้าพยายามฆ่าตัวตายหลายรอบ บางทีตอนกินข้าวเค้าหยิบมีดเพื่อที่จะหั่นข้อมือตัวเอง… พรุ่งนี้ผมจะเล่าอาการคนอื่นๆอีก หลายๆคนอาจถามว่าทำไมถึงไม่เอาคนติดยามาอยู่ด้วยกันหมด… ส่วนตัวผมคิดว่าหมออยากให้เราเห็นปัญหาของคนอื่นด้วย.. จะได้รู้ว่านอกจากปัญหาเราแล้ว มันยังมีปัญหาอื่นอีก และให้ทุกคนเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้จะเล่าชีวิตความเป็นอยู่ว่าวันๆทำอะไรบ้าง และคนไข้คนอื่นอาการเป็นยังไง ผมจะอัพทุก หนึ่งทุ่มถึงสองทุ่มทุกวันนะครับ.. จีโน่ ชูทส์”

?#?ผู้ที่อยู่ในสถานบำบัดคนนึง? ?#?แชร์ได้แม่ไม่ว่า? ?#?แชรคนที่คุณอยากให้ดีขึ้น?

ที่มา>>>ข่าวสด

“ธรรมกาย” โพสต์ชื่นชม “เจ้าสัวบุญชัย” เป็นต้นแบบความดี

 เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก เรารักธรรมกาย โดย สราวุฒิ สุขสาม #เรารักพี่ใหญ่ โพสต์ภาพ นายบุญชัย เบญจรงคกุล เจ้าสัวหมื่นล้าน ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ขณะทำความสะอาดศาลาภายในวัดพระธรรมกาย ร่วมกับลูกศิษย์คนอื่นๆ พร้อมข้อความ “#นี่คือพี่ใหญ่ ของพวกเรา พี่ใหญ่ เป็นต้นบุญต้นแบบมานานพอสมควร ผมเชื่อว่า น้อยคนนักที่จะได้ทำเหมือนพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ทำให้เราดู น้องๆรุ่นหลังควรดูพี่ใหญ่ไว้ พี่ใหญ่ผ่านบททดสอบมาก่อน กว่าจะเป็นพี่ใหญ่บุญชัย ผมชอบฟังพี่ใหญ่คุยมากๆ Cr.สราวุฒิ สุขสาม #เรารักพี่ใหญ่” ซึ่งก็มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและกดไลก์เป็นจำนวนมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวประกาศตามหาพ่อแม่ชาวร้อยเอ็ด หลังเอามาทิ้งที่ร้านส้มต้มที่สุราษฎร์ฯเมื่อ 25 ปีก่อน

 เมื่อวันที่ 31 พ.ค. บ้านปรายหริก หมู่ที่ 2 ต.เคียนซา อ.เคียนซา จ.หวัดสุราษฎร์ธานี ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตลาดนัด เพื่อพบกับน.ส.สมพร สุทธิ์สนธิ์ อายุ 29 ปี เนื่องจากน.ส.สมพรได้ประกาศตามหาบิดาและมารดาผ่านทางโซเชียลเฟซบุ๊กจนกลายเป็นข่าวโด่งดัง

น.ส.สมพรกล่าวว่า เท่าที่จำความได้เมื่อ 25 ปีที่แล้ว ตนกับน้องชายอีกคนได้ติดตามนายบุญมี สุทธิ์สนธิ์ ชาวร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นพ่อ และนางสมหมาย ไม่ทราบนามสกุลและเป็นใบ้ ซึ่งเป็นแม่ มาทำงานรับจ้างทั่วไปในพื้นที่ อ.เคียนซา และพ่อแม่ได้ฝากตนกับน้องชายไว้กับนางวิไลวรรณ ยันต์ศรี อาชีพแม่ค้าขายส้มตำไก่ย่าง “จากนั้นพ่อแม่ก็หายไปจนไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ตอนนี้หนูอยากเจอพ่อกับแม่มาก เนื่องจากคิดถึงและเป็นห่วง ซึ่งหนูไม่เคยรู้สึกโกรธหรือเกลียดทั้งคู่เลยที่ทิ้งไป และอยากให้พ่อกับแม่มาเซ็นชื่อรับรองบุตร เพื่อที่จะขอทำบัตรประชาชนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะปัจจุบันยังไม่มีบัตรประชาชนเลย”น.ส.สมพรกล่าว

น.ส.สมพรกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยเดินทางไปที่จ.ร้อยเอ็ด เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยคัดทะเบียนราษฎร์ให้พบว่ามีชื่อของนายบุญมี สุทธิ์สนธิ์ แต่ไม่ใช่พ่อของตน จึงอยากวอนสื่อช่วยติดตามหาพ่อและแม่ให้อีกทางหนึ่ง หรือถ้าใครพอที่จะรู้จักพ่อและแม่ของตนขอความกรุณาโทรแจ้งมาที่เบอร์ 061-4596188 เพราะอยากเจอพ่อกับแม่มาก

ที่มา>>>ข่าวสด