อีกแล้ว!! สาวแชร์คลิปแท็กซี่มือยุกยิกเป้ากางเกงควักของลับชัด ลงแทบไม่ทัน

โลกโซเชี่ยลได้แชร์คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Jananya Detphung เป็นเหตุการณ์บนรถแท็กซี่ สังเกตได้ว่าเป็นช่วงกลางวัน สว่างมองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งมือของพนักงานขับรถขยับไปมาบริเวณเป้ากางเกง และช่วงท้ายคลิป ยังพบว่า เห็นอวัยวะเพศได้อย่างชัดเจนอีกด้วย โดยผู้โพสต์ระบุว่า “บอกเลยกลัวจนตัวสั่น แต่เช้าเลย เคยแต่เจอที่เป็นข่าว เจอกะตัวเองนี่กลัวมากกกก แท๊กซี่สีฟ้าทะเบียน ทย-5176 เวลา 6 โมงเช้า เรานั่งจากราม 2 มาลงปากน้ำ แต่สังเกตว่าคนขับผิดปกติ เดี๋ยวหันมามอง เดี๋ยวมองจากกระจก อยู่ตลอดเวลา แล้วมือก้อไม่อยู่ตรงพวงมาลัยเลย ไม่รู้ทำไงก็เลยแอบถ่ายเพื่อจะดูว่าทำไร เค้าก็คอยหันมาตลอด พอเราถ่ายได้สักระยะนึง ก้อเปิดดู ก้อเป็นอย่างในคลิปเลย เราเลยขอลงข้างทาง #ดีที่มันยังให้ลง #กลัวโคตร #ไม่กล้านั่งไปอีกนาน #แชร์ค่ะ”

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มวินจยย.รับสิ้น ฆ่าโหดแมวที่ขอมาเลี้ยง9ตัว อ้างซุกซนเลยโมโหจับฟาดผนัง-พื้น

 จากกรณีมูลนิธิวอตช์ด็อกและกลุ่มคนรักแมวเข้าแจ้งความจับหนุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างย่านทองหล่อ มีพฤติการณ์ส่อเป็นฆาตกรต่อเนื่องฆ่าแมว หลังมาติดต่อขอรับลูกแมวตามเพจดังต่างๆ เพื่อนำไปเลี้ยง ภายหลังผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์กลับพบเป็นซากถูกฆ่าอยู่ในภายในถังขยะกว่า 10 ตัว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
 สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 15 ส.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยว่า นายภานุวัตร สิงห์สาหัส หรือเอ็ม อายุ 26 ปี อาชีพขับวินจักรยานยนต์ย่านทองหล่อ ผู้ต้องหาได้รับสารภาพเป็นผู้กระทำความผิดในข้อหากระทำการทารุณต่อสัตว์ ตามพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 อัตราโทษ 2 ปี ปรับ 40,000 บาท

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า  นายภานุวัตรมีพฤติกรรมเปิดดูตามเพจเฟซบุ๊กชมรมคนรักสัตว์หมาแมว ก่อนขอมาเลี้ยงเฉพาะแมว แต่เมื่อนำมาเลี้ยงหลายตัวแล้วแมวอาจเกิดซุกซน จนทำให้เกิดความไม่พอใจจนผู้ต้องหาเกิดบันดาลโทสะฟาดกับผนังและพื้น โดยลงมือฆ่าชีวิตกว่า 9 ตัว ตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นนำซากแมวทิ้งในถังขยะและบริเวณชั้นลอย ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำภายในวันนี้จะนำตัวส่งฟ้องศาลด้วยวาจาทันที และดำเนินคดีความผิดในทุกกรรมตามประมวลกฎหมาย อาญา 91 ศาลจะลงโทษเรียงตามกระทงที่ทำความผิด จากการตรวจสอบไม่มีประวัติเคยกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว เพียงแต่เป็นคนอารมณ์ร้าย ซึ่งผู้ต้องหาคิดว่าการลงมือฆ่าสัตว์อาจจะไม่มีความผิด

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายภานุวัตร มาส่งมอบให้พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง 2 เพื่อยื่นฟ้องด้วยวาจาต่อศาล จากนั้นเวลา 14.30 น. ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง 2 และพนักงานสอบสวน ได้คุมตัวนายภานุวัตรมายื่นฟ้องคดีด้วยวาจาต่อศาล ซึ่งได้ก่อเหตุทารุณกรรมสัตว์ที่เป็นแมวไทย โดยไม่มีเหตุอันสมควร รวมทั้งสิ้น 9 ครั้ง ในวันที่ 10 , 18 , 20 , 24 , 26 , 29 , 30 และ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวน รับแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมนี้

โดยศาลพิจารคำฟ้องและสอบคำให้การแล้ว นายภานุวัตร ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติ ทำรายงานการสืบเสาะประวัติ พฤติการณ์และข้อเท็จจริง เพื่อประกอบการพิพากษาในวันที่ 22 ก.ย. 09.00 น.

ขณะที่ญาติ ได้เตรียมเงินสด 20,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างรอพิพากษาคดี โดยศาลแขวงพระนครเหนือให้ประกันระหว่างรอฟังคำพิพากษาคดี ตีราคาประกัน 15,000 บาท

ที่มา>>>ข่าวสด

ไลน์สุดท้าย ร.อ.สุทัน นักบินที่ 1 เพื่อนเผยคุยเหมือนเป็นลางบอกเหตุ 3 นักบินร่วมเฟรม

จากกรณีเหตุเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพตกที่บริเวณเนิน 2445 ใกล้ยอดดอยอินทนนท์เป็นเหตุให้ทหารที่อยู่บนเครื่องทั้ง 5 นาย เสียชีวิต และมีการค้นพบซากเครื่องแล้วในวันนี้นั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกเฟซบุ๊ก “สุภาพ ดีบุญมีณชุมแพ” ซึ่งเป็นเพื่อนของ ร.อ.สุทัน อ่องเมือง นักบินที่ 1  ได้โพสต์ข้อความไว้ว่า หรือนี่คือลางบอกเหตุ? โดยได้นำไลน์ที่คุยกับ ร.อ.สุทัน มาลงไว้ ซึ่งในข้อความ ร.อ.สุทัน ได้ส่งข้อความเป็นภาพ ฮ. พร้อมข้อความว่า

“ตะวันลับ…ขอบฟ้า..ขุนเขา
ฮ.ป ผ่อนเสียงเบา…กู่ก้อง
ภาระกิจรับเหมา…ทุกอย่างสั่งมา
เพียงดับชีวาสิ้น…เพื่อชาติเรายอม”

พร้อมกันนี้ คุณสุภาพ ยังได้ระบุต่อว่า “2-3วันที่ผ่านมา พี่ดำ เพื่อนที่เเสนดีของภาพไลน์มาหาส่งข้อความมาเเปลก..แปลกจนภาพต้องด่ากลับไปพูดเป็นลางร้ายทั้งวัน วันนี้พี่ขับฮอ 656 เครื่องประจำของพี่หายไปใหน พี่ดำขับฮอหายไปไหนคะรีบขับกลับมา พี่เเค่หลงทางกำลังกลับมาใช่มั๊ยคะ พาทุกคนกลับมานะคะ 14สิงหาคม2559 10 โมงเช้าพี่หายไป 10 ชั่วโมงเเล้วนะ”

นอกจากนี้ ยังมีข้อความอีกว่า “พี่ดำ Line มา สายตาพี่เหนื่อย เเต่พี่บอกเสมอว่า ต้องบินทำภาระกิจเพื่อชาติ..ให้สำเร็จ #สุทัน อ่องเมือง พี่บอกว่าต้องพานายกลับให้ถึง พล.เเล้วจะเเวะมาเอาหลวงปู่ทวดที่ขอไว้กับภาพที่ชุมแพ จะมาเลี้ยง Hoegaarden ภาพกับเพื่อนๆภาพกับเพื่อนๆรอพี่อยู่นะคะ”พร้อมกันนั้น ยังมีการนำภาพของกลุ่มเพื่อนที่มี 3 นักบินที่อยู่ใน ฮ. ลำดังกล่าว ซึ่งได้กินข้าวร่วมกันเป็นครั้งสุดท้ายมาลงไว้ ซึ่งสร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

ประท้วงสยอง! คนงานยูเครนราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาตัวเองขณะให้สัมภาษณ์ทีวี(คลิป)

 เว็บไซต์ อาร์ไอเอโนวอสตี-ยูเครน ของรัสเซีย และ สถานีโทรทัศน์ 1tv ของยูเครน รายงานว่า นายวิกเตอร์ ตรีโมนอฟ คนงานเหมืองแร่ ราดน้ำมันจุดไฟเผาตัวเองขณะให้สัมภาษณ์สื่อ ในอาคารกระทรวงอุตสาหกรรมพลังงานและถ่านหิน ในกรุงเคียฟของยูเครน โดยกลุ่มผู้ประท้วงและผู้สื่อข่าวช่วยกันราดน้ำดับไฟ แล้วนำนายตรีโมนอฟส่งโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมาที่มา: Mihaylo Volinets

นายมิฮาอิล โวลีเนตซ์ หัวหน้าอิสระแห่งสหภาพแรงงานเหมืองแร่ โพสต์ภาพถ่ายในเฟซบุ๊กส่วนตัว และกล่าวว่า นายตรีโมนอฟถูกส่งรักษาแผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน (ไอซียู) โดยร่างกายถูกไฟลวกใบหน้า คอ และทรวงอก ขณะนี้ทีมแพทย์หารือแนวทางรักษา ก่อนหน้านี้ คนงานเหมืองแร่รวมตัวปิดถนนในกรุงเคียฟ เพื่อกดดันให้รัฐบาลจ่ายค่าแรง และประท้วงคำสั่งปิดเหมืองแร่หลายแห่ง โดยรัฐบาลให้สัญญาว่าจะจ่ายค่าแรงให้ แต่คนงานเหมืองแร่ 6 บริษัท นัดหยุดงานอีกครั้ง เนื่องจากรัฐบาลไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ นายตรีโมนอฟยื่นจดหมายถึง นายกรัฐมนตรีวลาดีมีร์ กรอยซ์มัน ว่า การอดอาหารเป็นวิธีสุดท้ายและนำไปสู่การยุติปัญหา โดยคนงานส่วนหนึ่งอดอาหารประท้วงในอาคารกระทรวงฯ 6 วัน ติดต่อกัน ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายตรีโมนอฟตัดสินใจจึงจุดไฟเผาตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวในวันถัดมา

ที่มา>>>ข่าวสด

ซาบซึ้ง! ตร.อิตาลีทำอาหารเลี้ยงตาวัย 94 กับยายวัย 84 ที่ถูกทิ้งอยู่ลำพังในบ้าน

เว็บไซต์ นิวยอร์กเดลี่นิวส์ ของสหรัฐอเมริกานำเสนอเรื่องราวประทับใจที่เกิดขึ้นในกรุงโรมของอิตาลี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากอพาร์ตเมนต์ว่า ผู้พักอาศัยได้ยินเสียงร้องห่มร้องไห้จากห้องพักติดกัน จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อสัปดาห์ก่อน พบผู้อาศัยเป็นสามีภรรยา คือ นางโจเล อายุ 84 ปี และ นายไมเคิล อายุ 94 ปี อยู่ตามลำพัง บนโต๊ะอาหารไม่มีกับข้าวอะไร มีแต่องุ่นช่อแก่ๆ สอบสวนทราบว่า ทั้งคู่รู้สึกแย่เพราะไม่มีใครมาเยี่ยมเลย ตำรวจจึงโทร.เรียกรถพยาบาลเพื่อมาตรวจร่างกายของนางโจเลและนายไมเคิล พร้อมลงมือปรุงอาหารเป็น “สปาเก็ตตีผัดเนยและชีส” ให้คุณตาคุณยายรับประทานด้วย ตำรวจโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า ไม่มีอาชญากรรมอะไร นางโจเล และ นางไมเคิล ไม่ได้ถูกหลอกหรือถูกปล้น และเสริมว่า “เวลานี้สำหรับหลานๆ ที่เป็นตำรวจเป็นภารกิจที่น่าหวั่นใจ นางโจเลและนายไมเคิลต้องการความกระชุ่มกระชวยและเข้าใจว่า ความอบอุ่นจากพวกผมจะช่วยฟื้นฟูจิตใจให้สองตายายมีความสุข”

ที่มา>>>ข่าวสด

ดราม่าสาวเสิร์ฟร้านกาแฟ โซเชียลถกเถียง ภาพนี้เหยียดเพศหรือรับได้!?

เป็นอีกประเด็นทางสังคมที่ถูกถกเถียงในโลกออนไลน์ เมื่อชาวเน็ตแชร์รูปพนักงานร้านกาแฟสาวสวมเสื้อสุดหวาบหวิวที่เขียนรายชื่อเมนูเครื่องดื่มต่างๆบนเสื้อ ให้ลูกค้าอ่านก่อนสั่งสินค้า ซึ่งผู้ใช้งานเฟซบุ๊กจำนวนมากมองว่า กรณีนี้ทำให้รู้สึกถึงการเหยียดเพศ เหมือนผู้หญิงเป็นสินค้าอย่างหนึ่งเท่านั้น  ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่งระบุว่า “รู้สึกถึงการเหยียดเพศ ผู้หญิงเป็นได้แค่สินค้า หรือของสนุกของผู้ชาย” ขณะที่คนอื่นๆแสดงความคิดเห็นเช่น “ผู้หญิงสมัยนี้ไม่ค่อยทีศักดิ์ศรีเลยเนอะ เอะอะเอาตัวเข้าแลก ชอบหรอให้ใครก็ได้มานั่งจ้อง นั่งจิ้มนม”

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กหลายคนแสดงความคิดเห็นว่าไม่มีใครบังคับใครให้มาทำงาน ทุกอย่างล้วนเป็นความสมัครใจ แต่ละคนมีความจำเป็นต่างกัน

ที่มา>>>ข่าวสด

เจ้าของร้านหมูกระทะเชียงใหม่ร่ำไห้! เจอลูกค้ารุมด่าเพราะโดนปรับค่าอาหารที่เหลือเต็มโต๊ะเพียง 100 บาท

วันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวของเจ้าของร้านหมูกระทะรายหนึ่ง ที่ จ.เชียงใหม่ ที่ออกมาโพสต์แสดงความรู้สึก หลังถูกลูกค้ากลุ่มหนึ่งต่อว่าจนร้องไห้ เพราะเจ้าของร้านขอปรับเงิน 100 บาท จากการที่ลูกค้ากลุ่มนี้รับประทานอาหารซึ่งเป็นบุฟเฟ่ต์ไม่หมด เจ้าของร้าน “ชุมแพเนื้อกะทะ” จ.เชียงใหม่ โพสต์รูปอาหารที่ถูกกินเหลือจำนวนมากผ่านเฟซบุ๊กของร้าน ระบุว่า “ปรับลูกค้าโต๊ะยาว 100 บาท เหลือเยอะขนาดนี้ เจ้าของร้านผิดมากหรอคะ รุมต่อว่าผู้หญิงคนเดียวได้ขนาดนี้ หากคุณเป็นเจ้าของร้าน คุณจะปรับฉันกี่บาทคะ หรือเพิกเฉย… แลกกับลูกค้าในอนาคตกับคุณค่าของอาหาร. เสียใจสุดๆๆ ไม่เคยร้องให้ให้ลูกค้ามา 20 ปี นี่ครั้งแรกที่น้ำตาไหล….” ด้านสมาชิกเฟซบุ๊กต่างเข้ามาแสดงความเห็นใจเจ้าของร้านเป็นอันมาก และตำหนิลูกค้ากลุ่มดังกล่าวที่กินทิ้งกินขว้าง ไม่รู้จักคุณค่าของอาหาร และบ้างกล่าวว่าปรับ 100 บาท ถือว่าน้อยไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะอาหารเหลืออยู่เต็มโต๊ะ

ที่มา>>>ข่าวสด

วิจารณ์ยับคลิป 2 หนุ่มกำยำลอบมีเซ็กซ์ในห้องน้ำในห้างที่มาเลเซีย

 เว็บไซต์ malaysiandigest นำเสนอคลิปแอบถ่ายของหนุ่มร่างกำยำ 2 คน ขณะลอบมีเพศสัมพันธ์ภายในห้องน้ำฟิตเนสที่ วังซาวอล์กมอลล์ (Wangsa Walk Mall) ห้างสรรพสินค้าในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งอัปโหลด จนกระทั่งเว็บไซต์คลิปวิดีโอMoretify นำมาเผยแพร่ต่อ โดยชาวออนไลน์ต่างให้ความสนใจและแชร์กันอย่างรวดเร็ว

ผู้ใช้รายหนึ่งแสดงความคิดเห็นแซวว่า “การที่ผู้ชาย 2 คน มีเซ็กซ์ในห้องน้ำนั้นไม่ใช่อะไรแปลกใหม่แต่รู้สึกอึดอัด ฉันชอบมีเซ็กซ์ในห้องน้ำคนพิการในสวนสาธารณะเพราะพื้นที่โล่งมากกว่ากันเยอะ”

ที่มา>>>ข่าวสด

สยิวกันทั้งโรงพัก เมื่อ 2 ตร.หนุ่มหยอกกันด้วยการจูบปาก!!!(คลิป)

 แชร์กันกระหึ่มเน็ต  เมื่อเฟซบุ๊ก คลิปเด็ด สะเก็ดข่าวได้เผยคลิปตำรวจ 2 นายแกล้งหยอกกันบนโรงพัก โดยนายตำรวจคนหนึ่งกอดรัดฟัดตำรวจรุ่นน้องหน้าขาวๆ จนเจ้าตัวต้องร้องลั่นว่าปล่อยๆๆๆๆ

ที่มา>>>ข่าวสด

เพื่อนบ้านทนไม่ไหว เด็กหญิงลูกครึ่งวัย 4 ขวบ โดนแม่แท้ๆ ทำร้ายร่างกาย

14691605381469160554lเมื่อเวลา 08.00น. วันที่ 22 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามี สมาชิกเฟซบุ๊กโพสต์รูปภาพและข้อความในเพจ ของชาวสมุย โดยเนื้อหาเป็นรูปภาพของเด็กผู้หญิงลูกครึ่งคนหนึ่งอายุประมาณ 4 ขวบ มีแววตาที่ซึมเศร้า ถูกทำร้ายที่ใบหน้าจนเป็นแผลเลือดออกและมีร่องรอยฟกช้ำทั่วร่างกาย พร้อมเขียนบรรยายว่า “เห็นแล้วน่าสงสารมากแม่ใจร้ายตีลูกบอบช้ำ ผู้ใหญ่ใจดีพามาฟ้อง มีทางไหนพอช่วยได้บ้างคะ” หลังจากมีการเผยแพร่ออกไป ทำให้มีผู้คนมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ได้ต่อว่าแม่ของเด็กผู้หญิงและบางส่วนอยากให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือน้องคนนี้โดยด่วนต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังผู้ที่โพสต์ข้อความนี้ทราบว่า เด็กผู้หญิงคนนี้ชื่อน้องมินนี่ อายุประมาณ 4 ขวบ เป็นลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย อาศัยอยู่กับแม่คนไทย อายุ 35 ปี และยังมีน้องต่างบิดาอีก 1 คนเป็นอายุ 8 เดือนเป็นลูกครึ่งไทย-จีน มาเลเซีย อาศัยอยู่ในห้องเช่ารวม 3 คน แม่กับลูก บริเวณปากซอยพูลสวัสดิ์ ม.3 ต.บ่อผุด ส่วนพ่อของเด็กทั้งสองคนนี้ได้เลิกลากับแม่กันไปแล้ว จากการสอบถามยังทราบอีกว่า น้องมินนี่มักจะถูกแม่แท้ๆ ดุด่าและตีเป็นประจำจนร่ายกายฟกช้ำ น้องมินนี่ จะอาศัยอยู่แต่ในห้องเช่า ไม่ค่อยออกมาวิ่งเล่นบ่อยนัก และก็ไม่ได้เรียนหนังสืออีกด้วย

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 ก.ค. เพื่อนบ้านพบเห็นว่าน้องมินนี่ มีบาดแผลฟกช้ำตามร่างกาย และทนที่จะเห็นน้องมินนี่ถูกแม่ทำร้ายร่างกายไม่ไหว ได้นำตัวน้องมินนี่ไปแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวน้องมินนี่ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเกาะสมุย

ล่าสุดทราบว่าขณะนี้ทางโรงพยาบาลเกาะสมุย ได้รับตัวน้องมินนี่ ไปทำการรักษาอาการบาดเจ็บตามร่างกาย และดูแลสภาพจิตใจของน้องมินนี่แล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบปากคำแม่ของน้องมินนี่ และยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา

ที่มา>>>ข่าวสด