สนุกจริงๆ! คลิปแฮมสเตอร์ตะลุยด่านเกมมาริโอ้เสมือนจริง ลุ้นจะถึงปราสาทหรือไม่

เมื่อเพจเฟซบุ๊ก Bored Panda ได้โพสต์คลิปวีดีโอเจ้าหนูแฮมสเตอร์แสนซนตัวหนึ่ง ที่กำลังตะลุยด่านซุเปอร์มาริโอ้ เกมระดับตำนาน ที่จำลองไว้ซะเหมือนจริง ทั้งก้อนอิฐลอยได้ หรือท่อที่ให้ลงไปด่านใต้ดิน เจ้าแฮมสเตอร์ตัวนี้ก็มุดลงและโผล่หัวขึ้นมา ความน่ารักและความคิดสร้างสรรค์ได้เรียกเสียงฮาจากโซเชียลจำนวนมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

รองผู้ว่าฯ เดือด นทท.เปิดเพลงราวเธคลั่นภูทับเบิกยันเช้า ลั่นคนแบบนี้ไม่มาเที่ยวก็ไม่เดือดร้อน!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิป จากบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวภูทับเบิก โดยมีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งเปิดเครื่องเสียงจากรถกระบะเสียงดังสนั่นพร้อมดื่มกินอย่างสนุกสนานถึงเช้า ซึ่งมีการแชร์ต่อกันจำนวนมาก วิพากษ์วิจารณ์การกระทำดังกล่าวที่ทำลายบรรยากาศ และรบกวนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ โดยจากเรื่องดังกล่าว พบว่ามีการแจ้งไปยังฝ่ายปกครอง ซึ่งมีการตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น โดย สภ.หล่มเก่า ได้แจ้งผู้ประกอบการให้แจ้งผู้เข้าพักว่าให้ร่วมมืองดเปิดเพลงเสียงดังหลังเวลา 21.00 น. หากไม่เชื่อฟังให้ดำเนินการแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เชิญลงจากบริเวณดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากโซเชี่ยลจะมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังพบว่า ล่าสุด นายไกรสร กองฉลาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แชร์คลิปดังกล่าวพร้อมแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กอย่างรุนแรงถึงการกระทำดังกล่าว ว่าคนกลุ่มที่ทำพฤติกรรมเช่นนี้ และสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหาข้อกฎหมายจัดการทุกข้อที่มี พร้อมระบุว่า นักท่องเที่ยวแบบนี้หากไม่มาท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์ก็ไม่เดือดร้อน และขอให้ช่วยกันสร้างจิตสำนึกการท่องเที่ยวที่ไม่ทำลายและสนับสนุนการทำลายสิ่งแวดล้อมscreenshot-3943

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดภาพล่าสุด อดีตพระ “มิตซูโอะ” ควงภรรยาเที่ยวญี่ปุ่น-กินปลาดิบ หวานชื่น!

เป็นข่าวฮือฮาเมื่อหลายปีที่ผ่านมา เมื่อพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก หรือปัจจุบันคือ นายมิตซูโอะ ชิบาฮาชิ ประกาศลาสิกขา เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2556 และได้แต่งงานกับนักธุรกิจหญิง นางสุทธิรัตน์ มุตตามระ ไม่ถึงเดือนหลังลาสิกขา จากนั้น 1 ปี ต่อมา ยังมีข่าวลือว่า อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ เตียงหักกับภรรยา เพราะถูกนางสิทธิรัตน์บอกเลิก แต่ตอนนั้น นายมิตซูโอะออกมาปฏิเสธข่าว และยืนยันว่าความรักยังหวานชื่นสุดๆ653ล่าสุด ทั้งสองยังควงกันเที่ยวประเทศญี่ปุ่น บ้านเกิดของนายมิตซูโอะ แถมยังโพสต์รูปความหวานลงโซเชียลอย่างมีความสุขสุดๆ จึงรวบรวมภาพล่าสุดของทั้งสองมาฝากกัน15241741_10154613012977347_5492768345654777641_n15193518_10154613013072347_595749958093219322_n15219557_10154601490712347_4676060006111320954_n15170883_10154601490772347_7098463904064676849_n15135751_10154601490787347_856661015724366142_n15134651_10154589528742347_2511599767513009220_n15094388_10154589528777347_295387941480171515_n

ที่มา>>>ข่าวสด

“ลุงพนม” เล่าอดีตวัยเด็ก เคยช่วยเข็นรถพระที่นั่ง ทั้งที่ไม่รู้ว่าคนขับคือ “ในหลวง”

หลายเรื่องราวประทับใจของผู้ถวายงานใกล้ชิดและผู้ที่เคยเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ได้ถูกนำมาเผยแพร่ลงในโลกโซเชียล ซึ่งเรื่องราวแตกต่างกันไป สำหรับเรื่องต่อไปนี้ก็เป็นอีกเรื่องประทับใจของ นายพนม ช่อจันทร์ ราษฎรบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนั้นพนม ช่อจันทร์ ยังเป็นนักเรียนชั้น ป. 4 โรงเรียนบ้านเขาเต่า เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญในชีวิตที่เกิดขึ้นกับเขาโดยไม่คาดฝัน เอาไว้ว่า%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%a1เมื่อปี พ.ศ.2501 ขณะที่กำลังเล่นสนุกกับเพื่อนอีกสองคน จู่ๆ ก็เหลือบไปเห็นรถจี๊ปสีเขียวหลังคาผ้าเต็นท์คันหนึ่ง ติดหล่มอยู่ในขี้เลน มีชายคนหนึ่งขับมาคนเดียวและพยายามขับรถขึ้นจากหล่มอยู่นาน เขาและเพื่อนจึงวิ่งเข้าไปช่วยเข็น ท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง กับความพยายามอยู่ร่วมชั่วโมง แถมยิ่งออกแรงเร่งเครื่องมากเท่าไหร่ ล้อรถก็ยิ่งจมเลนลึกลงไปทุกทีๆ ขณะเดียวกันชายในรถก็ได้เขียนข้อความยื่นให้กับพนมและเพื่อน เพื่อให้ไปตามคนมาช่วยเหลือ พนมและเพื่อนจึงนำกระดาษแผ่นดังกล่าวไปให้กับครูแล สังข์สุข คณุใหญ่โรงเรียนบ้านเขาเต่าในขณะนั้น จากนั้นจึงพาเพื่อนๆ กลับมาช่วยกันเข็ยรถจนสามารถขึ้นมาจากขี้เลนได้
จากนั้นชายในรถก็ยื่นธนบัตรใบละ 1 บาท ให้ แล้วถามว่า “หนูเคยเห็นคนในธนบัตรไหม” พนมก็ตอบว่าผมไม่เคยเห็นครับ “แล้วเคยเห็นพระเจ้าอยู่หัวไหม” พนมก็ตอบกลับไปอีกว่าไม่เคยเห็นครับ จากนั้นชายคนในรถก็ถอดหมวกแล้วบอกกับพนมว่า “นี่แหละที่อยู่ในธนบัตรล่ะ” เมื่อพนมและเพื่อนรู้ว่าคนที่คุยอยู่ตรงหน้าคือพระเจ้าอยู่หัว ก็ถึงกับนิ่งอึ้งและเข่าอ่อนลงไป ทรุดลงนั่งกลางขี้เลน พร้อมก้มกราบลงแทบพระบาท ของพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ท่านก็ตรัสว่า “ลุกขึ้น ลุกขึ้นเถิด อย่านั่งเลย มันเลอะ” หลังจากนั้นพระองค์ท่านก็ตรัสอีกว่า “ขอบใจมาก” ก่อนจะขับรถออกไป
ภายหลังจากการพระราชพิธีอภิเษกสมรส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ การนี้เองจึงถือกำเนิดโครงการแรกอันเนื่องจากพระราชดำริขึ้น ณ ชุมชนบ้านเขาเต่า และนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการตามพระราชดำริอื่นๆ อีกมากมาย

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่ร่ำไห้!! ตามหาลูก8ขวบทั้งคืนไม่เจอ สุดสลดรุ่งเช้าพบกลายเป็นศพ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ก.ย. สภ.หลักศิลา อ.ธาตุพนม รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่า พบศพคนตายในสระน้ำขนาดใหญ่ บริเวณพื้นที่ ต.พระกลางทุ่ง อยู่บริเวณด้านหลัง อบต.พระกลางทุ่ง รุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม และ กู้ภัยนาวาธาตุพนม

ที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำขนาดใหญ่เรียงกัน 3-4 สระ บริเวณบ้านหลักศิลาหมู่ 10 ต.พระกลางทุ่ง พบศพ ด.ช.ธราเทพ ขันตะ หรือ น้องจักรกล วัย 8 ขวบ นักเรียนศูนย์การศึกษาพิเศษ นอนเสียชีวิตจมน้ำในพงหญ้าขอบสระน้ำ สภาพศพสวมเสื้อยืดสีฟ้า กางเกงยีนส์ ลำตัวซีดเซียว แพทย์ชันสูตรคาดว่า ขาดอากาศหายใจนานกว่า 12 ชั่วโมง

 จากการสอบถามนางจีรฉัตร ขันตะ วัย 37 ปี พนักงานห้างโลตัส สาขาธาตุพนม มารดาของน้องจักรกล ผู้ตาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเวลา 11.00 น. วันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา ด.ช.ธราเทพ ผู้ตายได้หายตัวไปจากศูนย์ฯ ดังกล่าว ครูและญาติออกตามหา แต่ไม่พบตัว จึงนำรูปถ่ายน้องจักรกล ลงประกาศหาตามสื่อโซเชี่ยลเฟซบุ๊กตั้งแต่ช่วงค่ำ แต่ก็ไม่มีวี่แววจะพบตัว

นางจีรฉัตร มารดา ด.ช.ธราเทพ กล่าวทั้งน้ำตาว่า บุตรชายเป็นเด็กพิเศษสมาธิสั้นพูดช้า หลังน้องจักรกลหายตัวไป หลังจากไปเรียน ตนและสามีไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืน ก่อนเลิกเรียนจะให้ปู่กับย่าไปรับทุกครั้ง แต่ได้หายตัวไป คาดว่าอาจเดินเล่นมาตามลำพังและเหนื่อยล้า ก่อนพลัดตกสระจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว จนรุ่งเช้าทราบว่ามีชาวบ้านไปเกี่ยวหญ้าริมสระ จึงรีบรุดไปดูศพบุตรชายพร้อมสามี

หลังชันสูตรพลิกศพญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย จึงมอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป โดยญาตินำศพไปไว้ที่วัดมรุกขนคร บ.ดอนนางหงส์

ที่มา>>>ข่าวสด

(คลิป)รุมจวก!! สาวเกรียนด่าเพื่อนบ้านผิวสี ขนาดถ่ายคลิปยังไม่เลิกดูถูกคน

 เว็บไซต์ เมล์ออนไลน์ ของอังกฤษ เผยคลิปวิดีโอหญิงผิวขาวสวมบิกีนี่ยืนตะโกนด่าเชิงดูถูกเพื่อนบ้านผิวสี ในเมืองแทลลาแฮสซี รัฐฟลอริดาของสหรัฐอเมริกา จนลูกสาวทนไม่ไหวบอกให้แม่หยุด แต่แม่ยังไม่ยอมเลิก ถามเพื่อนบ้านผิวสีอีกว่า “ทำไมไม่พูดภาษาถิ่น” คนถ่ายคลิปตอบว่า เป็นคนอเมริกันและพูดภาษาอังกฤษอยู่แล้ว

ซึ่งคลิปนี้สร้างความไม่พอใจให้กับชาวโซเชี่ยลที่มีการดูถูกชาติพันธุ์ ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อน!! ชิ้ปปิ้งแฉโดนเรียกใต้โต๊ะ โฆษกกรมศุลฯยันโดนใส่ความปลอมไลน์ปัญหาส่วนตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโซเชี่ยลมีการแชร์ข้อความสนทนาทางไลน์ โดยอ้างว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรมีการเรียกรับเงินค่าเปิดตู้จากชิปปิ้ง โดยผู้โพสต์ระบุว่า “ขออนุญาติ นะครับเพื่อนๆ และแอดมินทุกท่าน ตอนนี้ผมยังมีงานทำอยู่ แต่ไม่รู้จะทำต่อยังไง เจอข้าราชการแบบนี้ ผมทำงานเป็นชิปปิ้งในท่าเรือ โดนศุลกากร รีดไถแบบนี้ จะไปเบิกใครได้ครับ เงินไม่มีใบเสร็จ ไม่จ่ายก็ไม่ได้ ทำไมไม่ยุติธรรมเลย พวกข้าราชการเงินเดือนไม่กี่ตัง แต่ดูบ้านดูทรัพย์ สินซิครับ เกินร้อยล้านแน่นอน และเงินสดทั้งหมดนะครับ ลูกสาวเรียนเซนปอน บอกขอค่าเทอม ลูกผมเรียนโรงเรียนวัดครับ ยังไม่มีค่าเทอมเลย บ้านพวกเค้าหลังละหลายสิบล้าน แต่เดือนนี้ที่คุณขูดรีดเงินผมไป ผมไมมีตังจ่ายค่าห้องครับ ผมรู้แล้ว ว่าทำไมศุลกากรถึงรวยกันจัง วันนี้ผมรู้แล้ว ก็รวยจากรากหญ้าอย่างพวกผมไง วันนี้ผมไม่กลัวอะไรแล้วครับ เลยอยากจะขอเพื่อนๆ ช่วยกันแชรเอาให้ถึงหน่วยงานไหนก็ได้ ที่พอจะจัดการข้าราชการ แบบนี้ได้ ช่วยกันนะครับ ?#?แชร์จนกว่าจะมีความยุติธรรมเกิดขึ้น?# ขอบคุณครับ”จากกรณีดังกล่าว นายจำเริญ โพธิยอด ที่ปรึกษาด้านพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร ได้ชี้แจงในกรณีดังกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้ปรากฏว่ามีการแชร์ภาพการสนทนาของเจ้าหน้าที่ศุลกากรรายหนึ่งกับบุคคลที่อ้างตนเองว่าประกอบอาชีพเป็นตัวแทนออกของ หรือที่เรียกสั้นๆว่า “ชิ้ปปิ้ง” ที่ออกของให้กับลูกค้าอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยใช้ชื่อในสื่อออนไลน์ ว่า “อนัน บุญศิริ” ได้โพสต์ข้อความในทำนองว่าโดนเจ้าหน้าที่ศุลกากรรายหนึ่งรีดไถเงินจำนวน 25,000 บาท ซึ่งเป็นการจ่ายแบบไม่มีใบเสร็จ เพื่อให้สามารถออกของได้ตามกำหนดเวลา โดยเจ้าหน้าที่ผู้นั้นอ้างว่าต้องนำเงินที่ได้ไปแบ่งให้ผู้บังคับบัญชา หากชิปปิ้งคนดังกล่าวไม่จ่ายก็จะทำให้การออกของล่าช้าไม่ทันตามกำหนดเวลา สินค้าก็จะเสียหายและลูกค้าก็จะได้รับความเดือดร้อน นั้น กรมศุลกากรไม่ได้นิ่งนอนใจได้สั่งการให้ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เจ้าหน้าที่ที่ถูกระบุชื่อในสื่อออนไลน์ ว่า “เบญ” เป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากรในสังกัดสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังจริง จึงมีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา 1 ชุด “ขณะเดียวกันก็ได้มีการสืบค้นข้อมูลของผู้ที่ใช้ชื่อ Page ว่า “อนัน บุญศิริ” โดยในเบื้องต้นจากการตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ ไม่ปรากฏชื่อของบุคคลรายดังกล่าว แม้กระทั่งรายชื่อของผู้ที่จดทะเบียนเป็นสมาชิกตัวแทนออกของของกรมศุลกากรเอง ก็ไม่ปรากฏรายชื่อบุคคลผู้นี้เป็นสมาชิกแต่อย่างใด และจากการให้ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ถูกกล่าวหาผู้นี้ได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า น่าจะเกิดจากการที่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ผู้นี้ได้มีกรณีพิพาทซึ่งเป็นเรื่องขัดแย้งส่วนตัวอยู่กับบุคคลผู้หนึ่งและขณะนี้กำลังเป็นคดีความกันอยู่ ซึ่งคาดว่าจากปัญหาส่วนตัวดังกล่าวอาจเป็นสาเหตุทำให้บุคคลผู้นั้นไม่พอใจและต้องการใส่ร้ายให้เกิดความอับอายและเสียชื่อเสียง”นายจำเริญ กล่าว

อย่างไรก็ตาม โฆษกกรมศุลกากรให้ความมั่นใจว่า กรมศุลกากรจะตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วยความยุติธรรม ซึ่งปัจจุบันกรมศุลกากรเน้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสเอาจริงเอาจังกับเรื่องการลงโทษผู้ที่กระทำการทุจริตประพฤติมิชอบในทุกกรณี ดังนั้นหากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริงกรมศุลกากรก็จะดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวประกาศตามหาพ่อแม่ชาวร้อยเอ็ด หลังเอามาทิ้งที่ร้านส้มต้มที่สุราษฎร์ฯเมื่อ 25 ปีก่อน

 เมื่อวันที่ 31 พ.ค. บ้านปรายหริก หมู่ที่ 2 ต.เคียนซา อ.เคียนซา จ.หวัดสุราษฎร์ธานี ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตลาดนัด เพื่อพบกับน.ส.สมพร สุทธิ์สนธิ์ อายุ 29 ปี เนื่องจากน.ส.สมพรได้ประกาศตามหาบิดาและมารดาผ่านทางโซเชียลเฟซบุ๊กจนกลายเป็นข่าวโด่งดัง

น.ส.สมพรกล่าวว่า เท่าที่จำความได้เมื่อ 25 ปีที่แล้ว ตนกับน้องชายอีกคนได้ติดตามนายบุญมี สุทธิ์สนธิ์ ชาวร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นพ่อ และนางสมหมาย ไม่ทราบนามสกุลและเป็นใบ้ ซึ่งเป็นแม่ มาทำงานรับจ้างทั่วไปในพื้นที่ อ.เคียนซา และพ่อแม่ได้ฝากตนกับน้องชายไว้กับนางวิไลวรรณ ยันต์ศรี อาชีพแม่ค้าขายส้มตำไก่ย่าง “จากนั้นพ่อแม่ก็หายไปจนไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ตอนนี้หนูอยากเจอพ่อกับแม่มาก เนื่องจากคิดถึงและเป็นห่วง ซึ่งหนูไม่เคยรู้สึกโกรธหรือเกลียดทั้งคู่เลยที่ทิ้งไป และอยากให้พ่อกับแม่มาเซ็นชื่อรับรองบุตร เพื่อที่จะขอทำบัตรประชาชนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะปัจจุบันยังไม่มีบัตรประชาชนเลย”น.ส.สมพรกล่าว

น.ส.สมพรกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยเดินทางไปที่จ.ร้อยเอ็ด เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยคัดทะเบียนราษฎร์ให้พบว่ามีชื่อของนายบุญมี สุทธิ์สนธิ์ แต่ไม่ใช่พ่อของตน จึงอยากวอนสื่อช่วยติดตามหาพ่อและแม่ให้อีกทางหนึ่ง หรือถ้าใครพอที่จะรู้จักพ่อและแม่ของตนขอความกรุณาโทรแจ้งมาที่เบอร์ 061-4596188 เพราะอยากเจอพ่อกับแม่มาก

ที่มา>>>ข่าวสด

ฟู้ดบล็อกเกอร์ฮือฮา! แชร์พิซซ่าสูตรใหม่สนั่นโซเชียล

ฮือฮากันเต็มหน้า Newsfeed ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน เมื่อ Pizza Hut ปล่อยความอร่อยสูตรใหม่ที่พิเศษยิ่งกว่าเดิม เพิ่มปริมาณเครื่องมากขึ้น ปรับซอสให้เข้มข้นถูกใจคนไทย พร้อมขอบแบบใหม่ ทั้งหมดนี้มาในโปรโมชั่นที่บล็อกเกอร์ทั้งหลายร้องว้าว! เพราะลดราคาแต่เพิ่มคุณภาพแบบเน้นๆ

ไปดูกันดีกว่าว่ามีใครพูดถึงสูตรใหม่ของ Pizza Hut กันอย่างไรบ้าง

เริ่มจากเพจพยูนบูดที่ปลื้มมากกับขอบแบบใหม่จนถึงขั้นบอกว่า “กินแล้วอย่าลืมดูดนิ้ว!!!!”ต่อด้วยเพจลุงอ้วน กินกะเที่ยว ที่เห็นพิซซ่าแล้วถึงขั้นของขึ้น เพราะตกใจกับเครื่องที่เยอะขึ้นและความอร่อยที่มากขึ้นในราคาที่ถูกลงส่วนเพจกินกับพีท เที่ยวกับผม ก็ลงรูปเน้นๆ ชีสเยิ้มๆ ซอสฉ่ำๆ แน่นเว็บไซต์ ให้ลูกเพจเกิดอาการอยากกินไปตามๆ กันปิดท้ายด้วย H.E.A.T. หรือที่มีชื่อเต็มๆ ว่า Hell Eating Association of Thailand ก็รับคำท้าลองโปรโมชั่นสุดคุ้ม สุดอร่อยนี้เช่นเดียวกับฟู้ดบล็อกเกอร์คนอื่นๆเป็นกระแสทั่วโลกโซเชียลกันขนาดนี้ คงต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วล่ะว่าสูตรใหม่ของ Pizza Hut จะเยอะขึ้น อร่อยขึ้นจริง สมกับที่ฟู้ดบล็อกเกอร์เหล่านี้แนะนำหรือเปล่า ท้าลองถาดกลางถาดแรกแค่ 199 ซื้ออีกถาดเพิ่มแค่ 99 บาทเท่านั้น ลองสั่งเลย www.pizzahut.co.th

ที่มา>>>Sanook