ผอ.แจง ภาพชายชราแก้ผ้านอนกับพื้นโดนตี ไม่ใช่อย่างที่แชร์ว่อน คนโพสต์รับไม่เห็นแค่ได้ยิน

เมื่อวันที่ 13 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Adul Chantabut ได้โพสข้อกล่าวเกี่ยวกับโรงพยาบาลรัฐฯแห่งหนึ่งใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยระบุข้อความว่า ” ลุงแกเปนคนป่วยมีแผลเลือดไหลออกมาก…แกไม่มีแรง..เดินต้องใช้ไม้เท้า..ผมเข้าอยู่ห้องน้ำข้างๆ ได้ยินเสียงผู้คุ้มลากนักโทษมาอาบน้ำ..เอาถอดสิแพลมโพสต..เสียงตีคน..คนไขัร้อง..จนผมอาบน้ำเสร็จ ..ออกมาภาพทีผมเห็นลุงแกนอนอยู่กับพื้น โดยมีรอยเลือดหยดอยู่กับพื้นเต็มไปหมด…เดินเอาเดิน พร้อมเสียงลุงโดนตี โอ๊ยๆๆ. เสียงร้องของลุง เลือดจากแผลก็ไหลนองพื้น..ลุกเอาลุกพร้อมเสียงตี…โอ๊ยๆ (เสียงร้องลั่น) พร้อมกับนอนหมอบไปกับพื้น ลุงหมดแรง..เอาอยากนอนก็นอนไป..ภาพที่เห็น..รอยเลือดผมถ่ายไม่ทั่น……ที่นี้คือโรงบาลหรือคุกกันแน่….อยากฝากถึงผู้เกี่ยวข้องของการกระทำของเจ้าหน้าที่..พวกคุณมีความเป็นมนุษย์อยูหรือป่าว …คำว่าจรรยาบรรณ..มันคงใช่ไม่ได้กับพวกคุณ ” พร้อมโพสต์ภาพผู้ป่วยเป็นชายชรารายหนึ่งนอนหมอบอยู่กับพื้น ซึ่งมีชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กเข้ามาแสดงความคิดเห็นในด้านลบเกี่ยวกับโรงพยาบาลดังกล่าว และแชร์โพสดังกล่าวกันไปเป็นจำนวนมาก

ด้าน นพ.ณรงค์ศักดิ์ เอกวัฒนกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางละมุง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวผ่านทางโทรศัพท์ว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นชายชราสูงอายุ ป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย สภาพจิตใจย่ำแย่หมดอะไรตายอยาก ไม่มีญาติมาดูแล มีเพียงญาติผู้ป่วยรายอื่นและเจ้าหน้าที่คอยดูแลเท่านั้น ในวันเกิดเหตุผู้ป่วยรายนี้ได้ปัสสาวะจนล้นแพมเพิร์ส (ผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่) ด้านพยาบาลจึงต้องพาผู้ป่วยไปอาบน้ำล้างตัว ด้วยความที่ผู้ป่วยจิตใจย่ำแย่จึงไม่อยากจะทำอะไร ด้านเจ้าหน้าที่พยาบาลก็มีการดุบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นลงไม่ลงมือ หลังจากส่งผู้ป่วยเข้าห้องน้ำแล้วพยาบาลได้ไปทำหน้าที่อื่นๆ ก่อนกลับมาดูในห้องน้ำจึงพบว่าผู้ป่วยนอนอยู่กับพื้นหน้าห้องน้ำ จึงมีการดุตักเตือนผู้ป่วยอีกครั้ง

“ส่วนรอยเลือดนั้นเกิดขึ้นจากแผลของผู้ป่วยบริเวณโคนขา ไม่ได้เกิดจากการถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายแต่อย่างใด ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะมีผู้นำมาถ่ายรูปผู้ป่วยในไปโพสดังกล่าว  โดยทางโรงพยาบาลได้ชี้แจงไปยังผู้โพส ซึ่งผู้โพสเองก็ยอมรับว่าไม่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้ยินเพียงเสียงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ได้ทำการชี้แจงไปยังหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องตามขั้นตอนต่อไป”

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

แห่นอนโลง 7 สีตามวันเกิดวัดดังเชียงใหม่เสริมดวง ฮือฮา!หนุ่มเฉียดตายมาทำบุญแล้วถูกหวย

 เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่วัดลัฏฐิวัน (วัดพระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นวัดที่ประชาชนนิยมเดินทางมาทำบุญบริจาคโลงศพและทุกวันพุธ จะมีประชาชนมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต และร่วมประกอบพิธีเผาศพไร้ญาติ ที่ทางวัดจัดทำให้ฟรีเป็นเวลานานหลายปี และวันพุธที่ 10 ส.ค.นี้ จะประกอบพิธีเผาศพไร้ญาติมาถึง 10 ศพ ถือว่าเป็นวัดที่แบ่งเบาภาระช่วยเหลือสังคมอีกวัดหนึ่ง เรื่องนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถามข้อเท็จจริงที่วัดดังกล่าว โดย พระครูบัณฑิตธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดลัฏฐิวัน กล่าวว่า ทางวัดเห็นว่าปัจจุบันโรงพยาบาลต่างๆ มีศพไร้ญาติจำนวนมากที่รอประกอบพิธีทางศาสนา ทางวัดรับมาจัดฌาปนกิจศพไร้ญาติทุกชาติ ทุเพศ ทุกวัย รวมทั้งต่างด้าวด้วย ทำให้ฟรีมานานแล้ว ส่วนประชาชนที่ประสบเคราะห์กรรม คือประสบอุบัติเหตุ ดวงไม่ดี หรือผิดหวังด้านอาชีพการงาน หรือต้องการความสมหวังด้านต่างๆ มาขอให้ประกอบพิธีสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาเสริมดวง คือต้องการนอนในโลงศพ ตามความเชื่อเพื่อให้พ้นเคราะห์ รดน้ำมนต์ด้วยนั้น ทางวัดจึงทำโลง 7 สีให้ตามสีวันเกิด ให้นอนในโลงแล้วประกอบพิธีให้ประชาชนก็นำปัจจัยทำบุญตามแต่ศรัทธา สำหรับเงินรายได้จากที่ประชาชนมาทำบุญ จะนำไปซื้อน้ำมันเผาศพ ผ้าขาวห่อศพ รวมทั้งสิ่งของในการประกอบพิธีจัดฌาปนกิจศพต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีชาวบ้านในพื้นที่และต่างจังหวัดนิยมเข้ามาทำบุญในวัดกันจำนวนมาก นอกจากชาวบ้านในพื้นที่มาทำบุญทุกวันพระในวันเข้าพรรษาแล้ว ประชาชนต่างจังหวัดนิยมเดินทางมาประกอบพิธีสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาด้วยการนอนในโลงศพ 7 สี จำนวนมากทุกวัน เพราะสีของโลงศพทำให้ไม่น่ากลัว และเป็นสีวันเกิดของผู้ต้องการมาทำบุญด้วย นอกจากชาวไทยแล้วยังพบว่ามีชาวจีน และนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ก็นิยมเดินทางมาทำบุญกันที่วัดลัฏฐิวันจำนวนมากอีกด้วย ล่าสุดนอกจากทางวัดจะประกอบพิธีเผาศพไร้ญาติมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น ทางวัดยังตั้งใจจะสร้างโรงพยาบาลศูนย์โรคมะเร็งขึ้นในวัดอีกด้วย เพราะพบว่าผู้เสียชีวิตในปัจจุบันนั้นสาเหตุการตายมาจากโรคมะเร็งจำนวนมาก สำหรับการจัดสร้างโรงพยาบาลศูนย์โรคมะเร็ง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็ง และกำหนดทำบุญวันที่ 14 ส.ค.2559 นี้ เริ่มเวลา 07.09 น. มีพิธีบวงสรวงเทพเทวา ตามด้วยพิธีถวายที่ดินจำนวน 10 ไร่ ที่จะนำไปสร้างโรงพยาบาลศูนย์โรคมะเร็งในวัดลัฏฐิวันแห่งนี้ ตามด้วยพิธีสืบชาตา สะเดาะเคราะห์ จากนั้นทำบุญเทเงิน-เททอง หล่อพระพุทธรูปพระพุทธเจ้าหลวงทันใจสวัสดิสิทธิ์รัตน์นพบุรี 720 ปี พิธีหล่อพระพุทธรูปพระพุทธเจ้าหลวงพ่อทันใจสวัสดิสิทธิ์รัตน์นพบุรี 720 ปี หน้าตัก 45 นิ้ว เพื่อประดิษฐานไว้ที่โรงพยาบาลศูนย์โรคมะเร็ง และหล่อพระพุทธเจ้าหลวงพ่อทันใจสวัสดิสิทธิ์รัตน์ ประจำตระกูลอีกจำนวน 90 องค์ด้วย ผู้เดินทางมาทำบุญรายหนึ่งบอกว่า กล่าวว่า ตนเดินทางมาทำบุญที่วัดลัฏฐิวัน เป็นครั้งที่ 2 จากที่ก่อนนั้นตนประสบเคราะห์หนัก คือประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่โชคดีไม่เสียชีวิต จึงมาทำบุญ  สะเดาะเคราะห์ที่วัดแห่งนี้ แล้วกลับบ้านซื้อลอตเตอรี่แล้วถูกรางวัลเงินจำนวนหนึ่ง ก็เลยมาทำบุญที่วัดอีกครั้ง เพื่อให้ครอบครัวที่มาด้วยจะได้ผลบุญไปด้วยกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า พระครูบัณฑิต ธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดลัฏฐิวัน ก่อตั้งกองทุนเพื่อฌาปนกิจศพไร้ญาติ หรือศพที่ญาติไม่สามารถนำไปฌาปนกิจเองได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ จากโรงพยาบาลต่างๆ และโรงพยาบาลนครพิงค์ที่อยู่ใกล้วัด ซึ่งกองทุนนี้เป็นกองทุนที่ได้ปัจจัยมาจากการทำบุญของศรัทธาประชาชน ค่าใช้จ่ายในการเผาศพแต่ละครั้งบริจาคได้ตลอด ทางวัดรับฌาปนกิจโดยไม่ได้เรียกร้องค่าตอบแทนใดๆ โดยที่วัดเผาทั้งศพไร้ญาติ ศพเด็กทารก ทั้งคนไทย ต่างชาติ หรือต่างด้าว

ส่วนสาเหตุการณ์เสียชีวิตของทารกมีหลายสาเหตุ ร่างกายผิดปกติ เป็นโรคแทรกซ้อน หรือติดเชื้อเอสไอวี ต่อเดือนทางวัดจะเผาศพนับร้อยๆศพ และจะมีการเผาศพทุกวันพุธ ส่วนเถ้ากระดูกก็ทำพิธีลอยอังคารต่อไป สำหรับผู้สนใจไปร่วมทำบุญ หรือติดต่อสอบถามเส้นทางไปวัดได้ที่เบอร์ 09-5140-6717 ได้ทุกวัน

ที่มา>>>ข่าวสด

‘บุ๋ม’ เอาอยู่! สยบแบดบอย ‘ต๊ะ’ ชีวิตรักเคยผ่านความเป็นความตาย

เปิดซิงกับผลงานเพลงแรก “จึ๋ย” ค่ายจีไมเนอร์ มิวสิก สำหรับนักร้องสาว บุ๋ม–มินตยา เพ็ชรวารา หวานใจของนักร้องดัง ต๊ะ บอยสเก๊าท์ หรือ ต๊ะ–ฌานิศ ใหญ่เสมอ ปลื้ม สานฝันให้เป็นจริง “คือคุณพ่อชื่นชอบเพลงลูกทุ่งมาก และหนูเริ่มกลับมาทำงานเพลงในช่วงที่คุณพ่อป่วยเป็นโรคมะเร็งค่ะ ก็มีเปรยกับท่านไว้ว่าหนูจะทำเพลงแล้วนะ จนมีซิงเกิลนี้ออกมา อยากจะให้เป็นของขวัญคุณพ่อ ซึ่งคุณพ่อก็เสียไปเกือบ 2 ปีแล้วค่ะ” เพลงสไตล์ไหน? “เป็นลูกทุ่ง มีกลิ่นอายเกาหลีนิดๆ ชื่อว่าเพลง “จึ๋ย” เป็นอาการฟินๆ ของผู้หญิงสาวๆ ที่จินตนาการถึงผู้ชายในฝันของเรา” ต๊ะหวงมั้ย นักร้องลูกทุ่งต้องเอนเตอร์เทนคนดูด้วย? “พี่เค้าก็อยู่ในวงการนี้มาอยู่แล้ว ก็จะรู้ในเนื้อหาของงานว่า เป็นในลักษณะไหน ถ้าหวงก็อาจจะมีเรื่องแต่งตัวในชุดคอนเซปต์ค่ะ ก็โป๊เหมือนกัน เพราะปกติบุ๋มไม่ใส่เสื้อผ้าที่พรีเซนต์หน้าอก จะถ่ายทอดแบบเซ็กซี่น่ารัก แต่มันเป็นคอนเซปต์เพลง พี่เค้าก็เข้าใจค่ะ”

ต้องขออนุญาตหวานใจมั้ย? “ก็ไม่เชิงค่ะ แต่ก็เหมือนรับรู้ว่าคอนเซปต์จะเป็นลักษณะนี้นะ” ความรักคู่เราคบกันนานแต่ไม่เปิดตัวมาก? “ใช่ค่ะ ระยะ 10 ปีก็ไม่เคยเปิดตัวเลย ก็มีรายการทีวี เกมโชว์ติดต่อมาในลักษณะคู่แฟน แต่หนูมีเหตุผลส่วนตัว หนูชอบในงานแสดง งานร้องเพลง การเข้ามาตรงนี้ ก็อยากจะให้คนเห็นภาพมองผลงานของเรา มากกว่าจะรู้จักในฐานะแฟน ต๊ะ บอยสเก๊าท์ อยากให้ดูที่ผลงานของเรา เพราะเราก็ตั้งใจจริงๆ” อุปสรรคชีวิตรักมีบ้างมั้ย? “มันผ่านช่วงชีวิตความเป็นความตายมาด้วยกัน ช่วงที่เราเพิ่งคบกันมาประมาณ 1 ปี แล้วเค้าก็ มีเส้นเลือดโป่งพองที่สมอง ก็ต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วน เราก็ต้องตัดสินใจเหมือนกันว่าเราจะอยู่ข้างเค้าต่อไปมั้ย ก่อนที่จะผ่าตัด เค้าก็จับมือเราและบอกว่าต๊ะอาจจะไม่ฟื้นนะ หรือฟื้นขึ้นมาอาจจะไม่ปกติร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้เราทำใจไว้น้ำตาเค้าก็ไหล เราก็อยู่ในจุดที่ต้องเข้มแข็ง และรอเค้า ในช่วงที่รอก็หลายอย่างประดังเข้ามาก็เหมือนวัดใจกัน”ทำไมเลือกที่จะรอ? “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ก็รอ คงเกิดจากความผูกพัน” เค้าทำอะไรให้เราประทับใจ? “ในความเป็นธรรมชาติของกันและกันตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน ผ่านมา 10 ปีเราเข้าหากันในลักษณะของพี่น้อง เพื่อน เวลาอยู่ด้วยกันก็มีความเป็นธรรมชาติ เหมือนเราอยู่ด้วยกันแล้วสบายใจ” มองถึงอนาคตมั้ย? “หลังคุณพ่อเสีย หนูก็ดูแลแม่ และแม่ก็ดูแลยาย ก็เกิดคำถามในใจว่า ถ้าแก่ตัวแล้วใครจะดูแล ถามว่ายังเป็นเค้าอยู่มั้ย ก็ยังเป็นอยู่ แต่ก็ต้องดูอีกหน่อยนึง หนูก็ยังสนุกกับงานอยู่ และไม่รู้อนาคตเค้าจะเปลี่ยนไปมั้ย” เคยทะเลาะกันมั้ย? “เคยมีทะเลาะกันแรงๆ ครั้งนึงค่ะ เลิกกันไป 10 ชั่วโมง กะว่าจะเลิกกันแล้วตอนนี้คบกัน 7 ปีอาถรรพณ์” เค้าคุยเรื่องแต่งงานมั้ย? “เค้าแล้วแต่หนู เราก็ไม่ได้คุยกันชัดเจนว่าจะต้องอย่างนั้นอย่างนี้” กลัวเรตติ้งเพราะแต่งงานรึเปล่า? “ก็อยากทำงานอีกซักพักนึง เพราะว่าถ้าแต่งงานไปแล้ว ภาพลักษณ์หนูอาจจะเปลี่ยน” แต่เป็นความรักที่ลงตัว? “ใช่ค่ะ ถามว่า เค้าเจ้าชู้มั้ย ก็ไม่นะคะ ภาพเค้าอาจจะดูแบดบอย” เรียกว่าปราบแบดบอยได้? “ก็ยินดีรับค่ะ (ยิ้ม) บวกกับนิสัยส่วนตัวหนูไม่ใช่ผู้หญิงจุกจิก โกรธง่ายหายเร็วๆ แต่ก็อยู่กันได้”.

ที่มา>>>Thairath