5 สิ่งที่ควรทำก่อนขายหรือยกเครื่อง MacBook ของคุณให้กับผู้อื่น

5 สิ่งที่ควรทำก่อนขายหรือยกเครื่อง MacBook ของคุณให้กับผู้อื่นสิ่งที่เราควรคำนึงถึงก่อนที่จะขายหรือให้เครื่อง MacBook คนอื่นไปใช้งานต่อนั้น ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เราจำเป็นต้องสำรองข้อมูล รวมไปถึงลบข้อมูลต่าง ๆ ของเราให้หมด เพื่อป้องกันข้อมูลสำคัญ ๆ และข้อมูลลับรั่วไหลหรือสูญหาย จากการที่หลาย ๆ คนเก็บข้อมูลไว้ในเครื่อง MacBook ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เอกสาร ไฟล์รูปภาพ วิดีโอ รวมไปถึงรหัสผ่านต่าง ๆ ที่ถ้าหลุดออกไปแล้วอาจจะเกิดความเสียหายร้ายแรงได้ อาทิ โดนแฮกเฟซบุ๊ก อีเมล หรือโดนขโมยเงินหายไปจากบัญชีเลยก็เป็นได้

ซึ่งในช่วงปลายปี 2016 ที่ผ่านมา ทาง Apple ก็เพิ่งเปิดตัว MacBook รุ่นใหม่ออกมา ยิ่งทำให้เรามีโอกาสที่จะซื้อ MacBook เครื่องใหม่มาใช้งานแทนเครื่องเดิมได้ง่ายขึ้นไปอีก

ดังนั้นในบทความนี้ เราจะกล่าวถึง 5 สิ่งที่ควรทำก่อนขายหรือยกเครื่อง MacBook ของคุณให้กับผู้อื่น เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง ข้อมูลไม่สูญหาย และสามารถนำไป Restore ใส่ MacBook เครื่องใหม่ให้พร้อมใช้งานในทันทีอีกด้วย

1. สำรองข้อมูลด้วย Time Machine

ขั้นแรกตรวจสอบให้แน่ใจว่าที่ผ่านมาเรามีข้อมูลสำรองของไฟล์และข้อมูลสำคัญที่อัพเดตผ่านทางคุณสมบัติ Time Machine เป็นช่วงเวลาล่าสุดแล้ว ซึ่งถ้ายังไม่มีก็ให้สำรองผ่านทางฮาร์ดดิสก์ภายนอก หรือใครจะสำรองแบบการคัดลอกด้วยตนเองก็สามารถทำได้ แต่การทำผ่านทาง Time Machine จะง่ายและสะดวกในการ Restore ไป MacBook เครื่องใหม่มากกว่า

2. ลงชื่อออกจาก iTunes

โดยเปิด iTunes จากแถบเมนูที่ด้านบนสุดของหน้าจอคอมพ์เครื่อง MacBook ของเรา หรือที่ด้านบนสุดของหน้าต่าง iTunes ให้เลือก บัญชี > การอนุญาต > เลิกอนุญาตคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ เมื่อได้รับข้อความแจ้ง ให้ป้อน Apple ID และรหัสผ่านของเรา แล้วคลิก เลิกอนุญาต เพื่อเป็นการป้องกันคนอื่นเข้าถึงข้อมูล iTunes ของเราในอนาคต

3. ลงชื่อออกจาก iClouduntitled-2มีความสำคัญมาก ๆ ทีเดียว หากเราใช้คุณสมบัติ Find My Mac หรือคุณสมบัติอื่น ๆ ของ iCloud ใน MacBook ของเรา ถ้าเป็นไปได้ก็ควรเก็บถาวรหรือทำสำเนาข้อมูล iCloud ของเราก่อน

หลังจากนั้นให้เลือกเมนู  Apple > การตั้งค่าระบบ แล้วคลิก iCloud จากนั้นยกเลิกการเลือกช่องทำเครื่องหมาย ค้นหา Mac ของฉัน แล้วจึงลงชื่อออกจาก iCloud เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการตั้งค่าระบบ ให้คลิก iCloud จากนั้นคลิกปุ่ม ลงชื่อออก

เมื่อเราลงชื่อออกจาก iCloud ระบบจะถามว่าต้องการลบข้อมูล iCloud ออกจากเครื่อง MacBook ของเราหรือไม่ ซึ่งข้อมูล iCloud ของเราจะยังคงอยู่ในอุปกรณ์เครื่องอื่น ๆ ที่ใช้ Apple ID เดียวกัน

4. ลงชื่อออกจาก iMessage

หากเครื่อง Mac เราใช้ระบบปฏิบัติการ OS X Mountain Lion ขึ้นไป ให้ลงชื่อออกจาก iMessage ในแอพฯ ข้อความ โดยเลือก การตั้งค่า > บัญชี เลือกบัญชี iMessage ของเรา จากนั้นคลิก ลงชื่อออก เพื่อที่ใครก็ตามจะได้ไม่มายุ่งข้อมูลส่วนนี้ของเรา

5. ลบข้อมูลและติดตั้ง macOS ใหม่อีกครั้ง

สิ่งสุดท้ายที่ต้องทำเพื่อความสดใหม่ของผู้ที่จะใช้งานเครื่อง MacBook เครื่องนี้ต่อไป ก็คือการฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ใหม่ และติดตั้ง macOS ใหม่อีกครั้ง ซึ่งปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้

หลังจากเราฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ใหม่และติดตั้ง macOS ใหม่อีกครั้งแล้ว เครื่อง MacBook จะรีสตาร์ทไปยังหน้าจอต้อนรับ และขอให้คลิกเลือกประเทศหรือภูมิภาค หากต้องการปล่อยให้เครื่อง MacBook อยู่ในสภาพเหมือนเพิ่งแกะกล่อง ก็ไม่ต้องดำเนินการตั้งค่าระบบของคุณต่อ แต่ให้กดปุ่ม Command-Q เพื่อปิดเครื่อง MacBook เมื่อเจ้าของใหม่เปิดเครื่อง MacBook ตัวช่วยตั้งค่าจะแนะนำเจ้าของใหม่ให้ทำตามขั้นตอนการตั้งค่า

ไม่ยากเลยใช่ไหมกับ 5 สิ่งที่ควรทำก่อนขายหรือยกเครื่อง MacBook ของคุณให้กับผู้อื่น ซึ่งถ้าให้ดีที่สุด เราเองก็ควรทำความสะอาดตัวเครื่อง MacBook ภายนอกให้เรียบร้อย รวมไปถึงให้อุปกรณ์ทั้งหมดไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นกล่อง คู่มือ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ อย่างอะแดปเตอร์ สายไฟ (iMac ก็มีเมาส์และคีย์บอร์ด) เพื่อให้คนที่รับไปพร้อมใช้งานทันทีด้วยuntitled-3


“สำหรับชาวพระนครศรีอยุธยา ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ พระนครศรีอยุธยา ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO พระนครศรีอยุธยา ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

พบปัญหาแอพ TV ที่มาพร้อมกับ iOS 10.2 ไม่สามารถเล่นวิดีโอที่ผู้ใช้ซิงค์จาก iTunes ได้

ios-10-2-tv-appแอพ TV ที่มาพร้อมกับ iOS 10.2 ซึ่งเป็นแอพที่ Apple ตั้งใจจะออกแบบมาเพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์ดูทีวีให้ผู้ใช้ และช่วยให้การค้นพบคอนเทนต์ทีวีและภาพยนตร์ใหม่ ๆ ซึ่งในสหรัฐฯ​ นั้น แอพ TV นี้ได้มาแทนแอพ Videos เลย
ปัญหาของการแทนที่แอพ Videos ก็คือมีผู้ใช้เริ่มรายงานว่า แอพ ​TV ใหม่นี้มีปัญหากับการทำงานกับคอนเทนต์ที่อัดออกมาจาก DVD คือผู้ใช้พบว่าคอนเทนต์เหล่านั้นไม่สามารถดูได้บนแอพ TV ในขณะที่เคยดูดได้อย่างไม่มีปัญหาเลยในแอพ Videos เดิม

นอกจากนี้ ผู้ใช้บางคนก็ยังพบปัญหาคือไม่สามารถซิงค์โฮมวิดีโอและคอนเทนต์บางอย่างลงอุปกรณ์ได้ด้วย iTunes เวอร์ชันปัจจุบัน โดยมีการแจ้งเตือนปัญหาว่าภาพยนตร์หรือรายการทีวีไม่สามารถซิงค์ลงอุปกรณ์ได้ เนื่องจากไม่มีแอพ Videos ติดตั้งไว้

ทั้งนี้ ผู้ใช้บางคนก็พบวิธีแก้ปัญหาคือเปิดใช้งาน TV widget บนอุปกรณ์ iOS ซึ่งจะทำให้แสดงวิดีโอที่ซิงค์มาก่อนหน้านี้ ซึ่งคาดว่าปัญหานี้น่าจะเกิดจากบั๊ก และน่าจะมีการแก้ไขในอนาคต โดยปัญหาดังกล่าวไม่เกิดขึ้นกับคอนเทนต์ที่ซื้อจาก iTunes Store แต่อย่างใด

สำหรับหนทางแก้ไขชั่วคราวหากผู้ใช้ซิงค์วิดีโอลงอุปกรณ์ iOS ไม่ได้ แนะนำให้ไปใช้แอพจากนักพัฒนาภายนอกแทน เช่น VLC แล้วซิงค์ผ่านเมนู File Sharing ของแอพบน iTunes


“สำหรับชาวเชียงราย” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ เชียงราย ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO เชียงราย ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

นักพัฒนาหัวใสคิด Apps Finder For AirPods เช็คสถานะว่าหูฟังอัจฉริยะรุ่นนี้ว่าอยู่ครบหรือเปล่า

นักพัฒนาหัวใสคิด Apps Finder For AirPods เช็คสถานะว่าหูฟังอัจฉริยะรุ่นนี้ว่าอยู่ครบหรือเปล่าเมื่อ apple เปิดตัว หูฟังไร้สายเปลี่ยนโลกอย่าง AirPods แต่ด้วยความว่าเล็กและทำให้หลายคนกลัวหายจากการทำตก หรือหลุดหายทำให้ apple ออกตัว application ตรวจสถานะของ airpods ในชื่อ Finder for AirPodsความสามารถของัมนคือสามารถเชื่อมต่อและค้นหา AirPods ได้ และสามารถบอกได้ว่าหูฟังข้างไหนหายไปอีกด้วย แต่ว่า apps นี้จะโหลดได้ต้องจ่ายเงินอีก 3.99 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 142 บาท และ โหลดได้เฉพาะสหรัฐอเมริกาเท่านั้น คนไทยก็ต้องมาตาปริบ ๆ กันต่อไป


“สำหรับชาวสุพรรณบุรี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ สุพรรณบุรี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO สุพรรณบุรี ด้วยทีมงานมืออาชีพ

รวม 10 วิธีประหยัดแบต สำหรับผู้ใช้ Apple Watch มาดูกันว่ามีวิธีอะไรบ้าง ?

how to save battery apple watch-featuredสำหรับ Apple Watch นั้นถือว่าเป็นสมาร์ทวอตซ์ที่มีแบตเตอรี่อยู่ได้น้อยมาก โดยรุ่นแรกต้องยองรับว่าน้อยจนใช้งานได้ไม่ถึงวันแบตก็แทบจะหมดแล้ว แต่ยังโชคดีที่แอปเปิลได้แก้ไขเรื่องแบตใน Apple Watch Series 2 ไปเยอะพอสมควร ซึ่งหลาย ๆ คนสามารถใช้งานได้ประมาณ 2 วันเลยทีเดียว

และวันนี้จะมานำเสนอวิธีประหยัดแบตสำหรับคนที่ใช้งาน Apple Watch รุ่นแรกกัน ที่ดูเหมือนแบตจะหมดเร็วซะเหลือเกิน มาดูกันว่ามีวิธีอะไรบ้าง

1) ปิด Background App Refresh แอพที่ไม่จำเป็น

อย่างแรกเลยที่ควรทำก็คือ ปิดแอพที่รันที่ Baclground อยู่ซึ่งการที่ Apple Watch รับส่งข้อมูลกับ iPhone ตลอดเวลาก็จะทำให้ใช้พลังงานเยอะ เพราะฉะนั้นเราก็ควรปิด Background App Refreshแแอพที่เราไม่จำเป็น โดยเข้าไปที่แอพ Watch จากนั้นเข้าไปที่ General >> Background App Refresh และไปปิดแอพที่ไม่จำเป็นซะ

how to save battery apple watch-9

2) ปิด Notification ที่ไม่จำเป็นด้วย

ถัดมา ก็เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างมาก นั่นก็คือการปิด Notification ที่ไม่จำเป็น เพราะว่าการแจ้งเตือนในแต่ละครั้งต้องมีการสั่น และบางที Facebook Messenger หรือ LINE ก็เด้งตลอดทั้งวัน และก็เด้งเตือนบน Apple Watch จนทำให้แบตหมด โดยการเข้าไปปิดที่ Notifications ในแอพ Watch

นอกจากนี้เราสามารถเข้าไปปิดแจ้งเตือนพวก Activity หรือ Breathe ได้ด้วยเช่นกัน เพราะว่าบางทีมีการแจ้งเตือนให้เรายืนทุกชั่วโมง หรือแจ้ง Goal, Achievement, Breathe ตลอดเวลา ซึ่งบางคนไม่ได้ต้องการดูตลอดเวลาเพราะฉะนั้นปิดไปก็ได้ โดยเข้าไปที่ Activity และ Breathe จากนั้นเข้าไปปิดการแจ้งเตือนที่ไม่ต้องการ

how to save battery apple watch-12

3) ลองเปิด Reduce Motion

ต่อมาเป็นการลดอนิเมชันของตัว Apple Watch เวลาเปิด ปิดแอพที่เมื่อเราหมุน Digital Crown ตัวแอพจะค่อย ๆ ขยายเพื่อที่จะเปิดแอพเข้าไป เราสามารถไปเปิด Reduce Motion ได้ที่แอพ Watch จากนั้นเข้าไปที่ General >> Accessibility >> Reduce Motion และเปิด

how to save battery apple watch-7

4) เปิด Power Reserve Mode เมื่อแบตใกล้หมด

สำหรับโหมดนี้ถือว่าเป็นประโยชน์มากสำหรับเหตุการณ์ที่ Apple Watch แบตใกล้จะหมด และจำเป็นต้องใช้ Apple Watch ดูเวลาอีก เราสามารถเปิดโหมด Power Reserve ได้ซึ่งโหมดนี้ Apple Watch จะเปิดการเชื่อมต่อ และการทำงานทั้งหมด จะแสดงแค่เวลาเท่านั้น ซึ่งถ้าต้องการดูเวลาเราต้องกดปุ่มด้านล่าง 2 ครั้ง

ส่วนวิธีเปิดโหมด Power Reserve ให้ใช้นิ้วปาด Control Center ขึ้นมาหลังจากนั้นกดปุ่ม Battery ที่โชว์เปอร์เซ็นต์หลังจากนั้น Slide ปุ่ม Power Reserve สีเขียวด้านข้างไปทางขวา

how to save battery apple watch-23

5) เปิด Workout Power Saving Mode

ถัดมาก็เป็นสำหรับคนที่ใช้แอพ Workout ในการออกกำลังกาย ถ้าใครเคยใช้ Apple Watch ในการออกกำลังกายก็จะเห็นว่ามีการวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา ซึ่งกินพลังงานอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าใครวิ่งมาราธอน 5-6 ชั่วโมง Apple Watch อาจจะอยู่ไม่ถึงจนจบการแข่งขัน

สำหรับใครที่ไม่ต้องการให้วัดอัตราการเต้นของหัวใจผ่าน Apple Watch ก็สามารถปิดได้เช่นกันโดยเข้าไปที่ General เลื่อนลงมาข้างล่างและให้ไปปิดที่หัวข้อ Workout Power Saving Mode ส่วนถ้าใครอยากจะวัด Heart Rate แต่กลัวแบตหมด ก็สามารถใช้สายรัดคาดหน้าอก เพื่อวัดแทน และเชื่อมต่อผ่านบลูทูธเข้ากับ​ Apple Watch ได้เช่นกัน ประหยัดทั้งพลังงาน และมีความแม่นยำกว่าการวัดที่ข้อมือแน่นอน

how to save battery apple watch-11

6) ปิด หรือตั้งความแรงของ Haptic เป็นระดับกลาง

สิ่งที่เป็นตัวกินแบตอีกอย่างเลยนั่นก็คือ Haptic Engine หรือระบบสั่นบน Apple Watch ซึ่งการที่มี Notification มาก็จะทำการสั่นทุกครั้ง ซึ่งเราสามารถลดความแรงของการสั่น หรือถ้าใครไม่ต้องการก็ปิดระบบสั่นไปเลยก็ได้ โดยเข้าไปที่ Sound & Haptics จากนั้นเลือกระดับความแรงที่หัวข้อ Haptic Strength เป็นระดับกลางหรือปิดไปก็ได้

7) เปิดระดับแสงสว่างต่ำสุด

นอกจากจะลดความแรงของระบบสั่นแล้ว เราก็สามารถปรับความสว่างลงตามความเหมาะสมของหน้าจอได้เช่นกัน ซึ่งถ้าใครไม่ค่อยได้ใช้งานกลางแจ้งก็ไม่จำเป็นต้องเปิดสว่างสุดก็ได้ เราสามารถไปตั้งค่าได้ที่ Brightness & Text Size ในแอพ Watch

how to save battery apple watch-20

8 ไม่ควรใช้หน้าปัดที่ต้องซิงก์ข้อมูลบ่อย ๆ

สำหรับหน้าปัดนาฬิกาที่ต้องเปิดใช้งานตลอดเวลา ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้พวก Weather, Activity Ring แสดงบนหน้าปัดนาฬิกา และข้อมูลพวกนี้จะต้องอัพเดทตลอดเวลา อาจจะทำให้แบตหมดเร็วกว่าปกติเช่นกัน

how to save battery apple watch-16

9) ลอง Reboot ดูซักรอบ

ถ้ารู้สึกแบตหมดไว หรือรู้สึกว่ามีอะไรทำงานค้างอยู่ ทำให้แบตหมดเร็วผิดปกติ ให้เราลอง Reboot Apple Watch ใหม่ดูซักครั้งเพื่อทำการรีเซตการทำงานใหม่ เพราะแอดเคยเจอเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจมันค้าง กดปุ่ม Finish ในแอพ Workout แล้วแต่ก็ยังมีไฟสีเขียว ๆ ทำงานอยู่เลย เพราะฉะนั้นก็ลองปิดเปิดเครื่องใหม่ซักรอบ

10) ไม่ยังไม่หายลอง Unpair และ Pair Apple Watch ดู

ไม่รู้แอดรู้สึกคนเดียวหรือเปล่า เวลาหลังจากมีการอัพเดท watchOS เวอร์ชันใหม่ทุกครั้ง รู้สึกว่า Apple Watch แบตหมดเร็วกว่าทุกวันที่ใช้งาน ซึ่งถ้าใครมีปัญหานี้ให้ลองทำการ Unpair และลอง Pair Apple Watch ใหม่ดู เพราะแอดลองทำแล้วรู้สึกว่าแบตมันหมดช้าเหมือนปกติแล้ว

how-to-pairing-apple-watch-with-iphone-4


“สำหรับชาวมุกดาหาร ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ มุกดาหาร ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO มุกดาหาร ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

วิธีหาหนังราคาถูกบน iTunes Store

ปัจจุบันผู้ใช้สินค้า Apple หลายคนเริ่มจะซื้อเพลงหรือหนังผ่าน iTunes Store มากขึ้น โดยวันนี้ทีมงาน MacThai ก็จะมาแนะนำวิธีการหาหนังราคาถูกบน iTunes Store สำหรับคนที่ชอบดูหนังมาให้กันหลากหลายแบบตามความต้องการของผู้ที่อยากดูหนัง

iTunes Store นั้นช่วยอำนวยความสะดวกผู้ใช้ได้มาก เพราะว่าผู้ใช้เพียงแค่ค้นหาแล้วคลิกซื้อหนังได้ผ่าน iTunes หรือบน iPhone, iPad, iPod touch, Apple TV แล้วดาวน์โหลดหนังมารับชมที่บ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องไปเดินหาซื้อตามร้านขายแผ่นหนัง

หาหนังดูแล้วอยากได้ลดราคา

iTunes Store จะมีหนังที่ลดราคาเวียนกันไปเป็นประจำ ซึ่งจากที่ทีมงานเห็น iTunes มักจะเวียนหนังที่ลดราคาไปทุกสัปดาห์ โดยหนังที่จะนำมาลดจะเป็นหนังที่ฉายไปได้เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว (ฉะนั้นเราอาจจะไม่ค่อยเห็นหนังใหม่ ๆ ลดราคาสักเท่าไร) ซึ่งหนังที่ลดราคาก็มีทั้งดังบ้างไม่ดังบ้างสลับกันไป

1. Movie of the Week

itunes-movie-of-the-week

iTunes Store จะคอยจัดหาหนังอยู่เรื่อย ๆ และนำมาแนะนำผู้ใช้ในราคาที่ถูกสุด ๆ เป็น Movie of the Week หรือหนังประจำสัปดาห์ โดยจะเปลี่ยนหนังในส่วนนี้ทุกสัปดาห์ (ลักษณะคล้าย App of the Week ของ App Store) และหนังเรื่องนั้นจะถูกนำมาขายแบบ HD ในราคาประมาณ 100 บาทเท่านั้น ซึ่งถูกกว่าซื้อแบบดีวีดีเสียอีก

วิธีดูว่าหนังเรื่องไหนเป็น Movie of the Week คือเมื่อเปิดไปที่หน้าแรกของ iTunes Store ส่วนของหนัง เลื่อนลงมาเรื่อย ๆ ก็จะเจอ Movie of the Week เป็นแบนเนอร์ขนาดเล็กแต่หาไม่ยากมากนัก

2. Limited-Time Price

itunes-movie-limited-time-price

iTunes Store จะมีการลดราคาหนังอีกแบบอยู่เรื่อย ๆ คือหนังประเภท Limited-Time Price ซึ่งจะเป็นหนังที่เด่น ๆ ในหมวดนั้น ๆ เช่น สัปดาห์ที่กำลังเขียนนี้ มีหนังในหมวดเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ก็จะมี Dispicable Me, Lady and the Tramp II, 101 Dalmatians, Rio, Stuart Little, Garfield ส่วนสัปดาห์ที่แล้วมีหนังประเภท disaster ก็จะมี Titanic, 2012

หนังในส่วน Limited-Time Price นี้จากที่สังเกตก็จะเปลี่ยนไปอยู่เรื่อย ๆ เช่นกัน ประมาณ 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง โดยราคาขายของหนังหมวดนี้จะอยู่ที่ 200-300 บาท แต่ละเรื่องอาจจะไม่เท่ากัน

3. ภาพยนตร์ขายดีในราคา 249 บาท

itunes-movie-249-baht

ภาพยนตร์ขายดีในราคา 249 บาท เป็นส่วนหนึ่งที่ Apple จะคอยอัพเดตหนังในรายการอยู่เรื่อย ๆ และภายในนั้นก็จะมีหนังหลายประเภท ตั้งแต่หนังรักโรแมนติค, แอคชั่นผจญภัย ไปจนถึงหนังเด็กและครอบครัว ทุกเรื่องราคาเท่ากันหมดคือ 249 บาท

itunes-movie-249-baht-2

วิธีเข้าไปดูส่วนนี้ก็คือเปิดไปที่หน้าแรกของ iTunes Store ในส่วนหนัง เลื่อนลงไปเรื่อย ๆ ก็จะเจอแบนเนอร์ดังภาพนี้ เมื่อกดเข้าไปก็จะเจอหนังที่ลดราคาทุกเรื่อง

นอกจาก 3 ส่วนหลักที่จะมีการลดราคาแล้ว ตามเทศกาลหรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ Apple อาจจะเปิดหน้าพิเศษสำหรับลดราคาหนังเพิ่มอีกก็ได้ เช่น ช่วงที่ภาพยนตร์ Finding Dory เริ่มฉายในไทยก็มีการลดราคา Finding Nemo, ส่วนการลดราคาช่วงเทศกาล เช่น สงกรานต์ ปีใหม่ วันพ่อ วันแม่

การลดราคาในบางครั้งก็อาจจะขึ้นเป็นแบนเนอร์ขนาดใหญ่ด้านบนหน้าแรกของ iTunes Store ส่วนบางครั้งก็อาจจะเป็นแบนเนอร์เล็ก ๆ ซึ่งผู้ใช้ก็ต้องคอยติดตามรอเสียเงินให้ดี

หนังที่เล็งไว้ รอลดราคาแล้วค่อยซื้อ

นอกจากอยากจะดูหนังเรื่องใหม่แล้ว เราก็อาจจะอยากหาซื้อหนังเก่า ๆ ที่เคยดูไปแล้วเก็บไว้ เพื่อรำลึกถึงความทรงจำ หรือมันส์จนอยากดูอีกสักสิบรอบ เราก็จะมาใช้ความสามารถหนึ่งใน iTunes Store ที่เรียกว่า Wish List กัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเช็ครายการหนังว่ามีหนังที่อยากได้เรื่องไหนกำลังลดราคาอยู่บ้าง และกดซื้อได้ง่าย ๆ เลย

สำหรับ iTunes Store บน iOS วิธีเพิ่มลง Wish List ให้กดปุ่ม Share > Add to Wish List ส่วนวิธีเปิด Wish List ให้ไปที่แอพ iTunes Store เลือก Films แล้วมุมบนขวาจะมีปุ่มสามขีด เมื่อกดแล้วให้กดแท็บซ้ายสุดที่เขียนว่า Wish List จะมีหนังที่เราเพิ่มไว้ในรายการ Wish List แสดงขึ้นมา

ส่วนบน iTunes บนคอมพิวเตอร์ วิธีเพิ่มลง Wish List ให้กดปุ่มลงข้าง ๆ ปุ่มซื้อ และกด Add to Wish List ส่วนวิธีเปิด Wish List ให้ไปที่ iTunes Store แล้วเลือกเมนู Account > Wish List จากนั้นเลือกเมนู Wish List ของภาพยนตร์

เมื่อเปิด Wish List ขึ้นมาแล้วก็จะมีราคาปรากฏขึ้นมาด้วย ดังนี้ เพียงเท่านี้ก็ง่ายต่อการดูว่าอะไรที่เรากำลังต้องการและลดราคาอยู่บ้าง เช่น ทีมงานเคยกด Wish List หนัง Ratatouille ตอนที่ขายอยู่ประมาณเกือบ 500 บาท ตอนนี้ลดเหลือ 229 บาทก็กดซื้อจากตรงนี้ได้เลย ง่ายต่อการเสียเงินเลยทีเดียว

itunes-movie-wish-listเช่าหนัง

บางครั้ง การซื้อหนังมาดูก็อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ทุกคนเสมอไป ซึ่งบางคนที่อยากดูหนังเรื่องนั้นสักครั้งเดียวก็เพียงพอ iTunes Store ก็จะมีตัวเลือก “เช่าหนัง” ให้ผู้ใช้ได้เช่นกัน

สำหรับวิธีเช่าหนังบน iTunes Store ให้ดูได้เพิ่มเติมจาก Tips: การเช่าหนังบน iTunes Store โดยราคาหนังเช่าของ iTunes Store จะอยู่ที่ประมาณ 100-200 บาท ขึ้นอยู่กับเป็นหนังใหม่หรือหนังเก่า

สรุป

หาหนัง iTunes Store ได้ในราคาถูก กดซื้อ โหลด และดูได้เลยไม่ต้องไปซื้อนอกบ้าน แถมยังได้ราคาถูกด้วย ซึ่งทีมงาน MacThai ได้แนะนำผู้ใช้ถึงวิธีหาหนังลดราคา เพราะเราจะได้อุดหนุนภาพยนตร์ของแท้ในราคาที่ไม่แพงมากนัก

นอกจากนี้การซื้อหนังยังเป็นการสนับสนุนผู้สร้างหนัง โดยเมื่อผู้ใช้อุดหนุนผู้สร้างหนัง ก็จะมีหนังดี ๆ มาให้เราดูได้อยู่เรื่อย ๆ นั่นเองครับ

ที่มา>>>MacThai

Apple จดสิทธิบัตร อุปกรณ์พกพาจอโค้งรอบตัว หรือนี่จะเป็น iPhone 8?

Apple จดสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็น iPhone ในอนาคตก็เป็นได้ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวมีหน้าจอเป็นกระจกห่อหุ้มรอบตัวเครื่อง

ตามรายงานของ MacRumors.com รายงานว่าสิทธิบัตรดังกล่าวนี้ถูกยื่นจดโดย Apple ตั้งแต่เมื่อปี 2011 แต่เพิ่งได้รับอนุมัติการจดสิทธิบัตรในวันนี้

โดยสิ่งประดิษฐ์นี้เป็นอุปกรณ์พกพาที่มีหน้าจอโค้งห่อหุ้มรอบตัวเครื่อง ซึ่งในสิทธิบัตรระบุว่าหน้าจออาจจะทำมาจากกระจกหรือพลาสติกก็ได้ และปุ่มปรับเพิ่ม-ลดเสียงจะไม่ได้เป็นปุ่มกดแบบ Physical แต่อาจจะเป็นปุ่มที่จะปรากฏขึ้นบนหน้าจอเมื่อผู้ใช้งานกดนิ้วค้างไว้

   ส่วนการล๊อคและปลดล๊อคเครื่องก็จะใช้ Multi touch gesture แทนการใช้ปุ่มกด และแน่นอนว่าปุ่ม Home ก็จะไม่มีอีกต่อไปเช่นกัน  ซึ่งหมายความว่า Touch ID Sensor ก็จะไปฝังอยู่ในตัวหน้าจอแทน   จากข้อมูลดังกล่าว มีความเป็นไปได้สูงมากว่าสิทธิบัตรล่าสุดนี้จะเป็นคอนเซปท์ของ iPhone รุ่นถัดไป เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่า Apple เตรียมจะเปิดตัว iPhone จอโค้งในปี 2017 ที่จะถึงนี้  คงต้องรอดูกันต่อไป ถ้าหากเป็นไปตามนี้จริง นับว่า iPhone จะมีการเปลี่ยนแปลงในด้านการดีไซน์ครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียว

ที่มา>>>Sanook